บทนำ
บท 1
กริ๊กกก กริ๊กก~~
เสียงน้ำแข็งก้อนสี่เหลี่ยมเพียงก้อนเดียวกระทบเข้ากับแก้ววอดก้า ตามแรงโน้มถ่วงของมือสากขาวจนเห็นเส้นเลือดตามหลังมือ นิ้วเรียวยาวดั่งอิสตรีคลึงไปตามขอบแก้ว ปลดปล่อยอารมณ์กับวอดก้าสีทองอำพันที่พึ่งจะกระดกลงไปหยกๆ ปล่อยให้ฤทธิ์ของมันแผดเผาผ่านลำคอหนา ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง สายตาคมกริบติดจะเย็นยะเยือกทอดมองออกไปยังท้องทะเลสีคราม อารมณ์ตอนนี้ของเขานั้นสงบนิ่งราวกับพื้นท้องทะเลยามไม่มีพายุพัดผ่าน และไม่มีใครอ่านความคิดของเขาออก แม้แต่คนสนิทหรือมารดาที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเขา
พลิ้ววว~~~~
ผ้าม่านสีขาวเบาบางปลิวไสวไปตามแรงลมของท้องทะเลที่พัดผ่านเอาสายลมแผ่วเบา พร้อมกับหอบเอาความเย็นยะเยือกเข้ามาภายในห้องสีดำสนิท เพราะเจ้าของไม่ชอบสีสว่าง ชีวิตตั้งแต่เด็กจนอายุย่างเข้าสามสิบสี่ เหยียบย้ำอยู่กับสีดำสนิทเกินจะมีสีอื่นเข้ามาแต่งแต้มให้รกสายตา ผมสีดำสนิทที่ได้รับจากทางมารดาละไปตามใบหน้าหล่อเหลาระดับดารานายแบบหาตัวจับยาก เขาไม่เคยออกสือให้คนเห็นใบหน้า ไม่ประสงค์ให้ใครเข้าใกล้ตัว ถึงเขาเป็นนักธุรกิจนำเข้าสินค้ารายใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว เบื้องหลังคือมาเฟียค้าอาวุธ ตระกูลมาเฟียใหญ่หนึ่งในห้าของกลุ่มมาเฟียพันธมิตรที่มีอำนาจมากล้น ทุกคนพร้อมสยบอยู่ภายใต้อำนาจของพวกเขา
หลังจากบิดาชาวอเมริกันได้เสียชีวิตลงตั้งแต่เขามีอายุได้เพียงสิบขวบ เขาก็ได้ขึ้นเป็นผู้นำของของตระกูลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่มีมารดา และคนสนิทของบิดาที่รอดชีวิตจากถูกลอบฆ่า คอยอบรม ดูแล ฝึกฝนตัวเอง จนขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้สำเร็จ ท่ามกลางสายตามากมายที่มองมา และกว่าจะทำให้ทุกคนยอมสยบแก่เขาจริงๆ ได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อย
หลังจากตระกูลเรนย์ของเขาสามารถยืนยัด และหมดข้อครหาจากกลุ่มลูกที่อยู่ภายใต้อำนาจจากตระกูลเรนย์เขาก็พาตัวเองเดินทางมาไทย ทำธุรกิจนำส่งสินค้า เพื่อรองรับการขนส่งอาวุธที่จะมีเพิ่มขึ้นภายในอนาคต ไม่นานบริษัทใหญ่ที่เปิดบังหน้าของเขาก็เป็นที่รู้จัก แต่ไม่มีใครได้เห็นโฉมหน้าของฟรานติโน่ เขาเบื่อที่ต้องปั้นหน้า อยู่ทามกลางสื่อ เบื่อที่ต้องตามเช็ดตามล้างแมลงเม่าที่คอยจ้องจะทำร้ายเขา ชีวิตดำมืดของเขาไร้สีสัน แม้แต่เสื้อผ้า ทุกอย่างล้วนแต่เป็นสีดำแทบทั้งนั้น และเขาก็ไม่ปริปากบ่น เพราะชีวิตเขาถูกสาปให้เป็นแบบนี้มานานมากแล้ว
คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขาติดกับชายทะเล เกาะที่เขาได้ซื้อไว้ตั้งแต่อยู่อเมริกา และให้คนสร้างคฤหาสน์ส่วนตัวเอาไว้ ยามที่ต้องบินมาไทย เขาจะมาพักที่นี่ แทนการไปอยู่เพ้นท์เฮ้าส์ในเมื่อง หรือคอนโดหรูของเพื่อนสนิท เขาต้องการอยู่คนเดียวอย่างเงียบๆ ปลีกวิเวกเพื่อใช้ความคิด จนได้ชายาว่าฤาษีจำศีล แต่ใครจะรู้ว่าเขานั้นก็มีมุมมืดที่แม้แต่เพื่อนยังคิดไม่ถึง
แกร๊กกก!!!
“ขออภัยครับนาย.” เปลือกตาคมเปิดขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู ห้องทำงานส่วนตัวเป็นอันดับสองรองจากห้องนอนที่แทบไม่มีใครถือวิสาสะเข้าไป ยกเว้นคนสนิทและแม่บ้านที่อยู่ดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก ดวงตาสีน้ำเงินเข้มไม่ต่างจากสีของท้องทะเลนอกหน้าต่าง ปาดสายตามอง เลขาที่ยืนอยู่หลังบานประตู เอ็ดเวิร์ดถึงกับกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่ ถ้าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนจริงเขาคงไม่กล้าเข้ามาขัดอารมณ์สุนทรีของผู้เป็นนายแน่
“…”
ฟรานติโน่ยังคงเงียบ แต่ในความนิ่งสงบของเจ้านาย เอ็ดเวิร์ดต่างรับรู้ดี ว่าเขาเกลียดสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เป็นที่สุด แล้วสิ่งที่เขาจะต้องรายงานมันก็จัดอยู่ในกลุ่มนั้นเสียด้วยสิ ‘ปัดโธ่!’
“คุณศรายุทธบ่ายเบี่ยงที่จะจ่ายหนี้เราครับนาย” คิ้วเข้มราวกับคันศรของพระรามขมวดเป็นขึ้นปม นึกย้อนไปครึ่งปีก่อนที่มีนักธุรกิจบริษัทใกล้เจ้ง เพราะการบริหารที่ไม่เป็นระบบ บริษัทที่บากหน้าเข้ามาขอหยิบยืมเศษเงิน หวังประคองบริษัทตนเข้าตลาด ไม่รู้ว่าช่วงนั้นเกิดเทวดาตนใดเข้าสิงหรืออย่างไร เขาถึงให้เลขาโยนเศษเงินใก้กับกับศรายุทธแลกเปลี่ยนกับท่าเรือสินค้าเล็กๆ นั้น
“มึงก็รู้ว่ากูเกลียดทุกอย่างที่ยุ่งยาก” เสียงทุ้มราบเรียบเอ่ยขึ้นดั่งพญามัจจุราช พลันทำให้ขนศรีษะของเอ็ดเวิร์ดลุกชัน เสียวสันหลังวาบๆ
“ในเมื่อมันผิดคำพูด อะไรที่เป็นของมัน มึงก็เอามาให้กูซะ!!”
“ดะ..ได้ครับนาย ผมจะรีบจัดการเรื่องยุ่งยากให้เร็วที่สุด” เอ็ดเวิร์ดรับคำ ค้อมศีรษะลงให้กับผู้เป็นนายที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก เขาถูกเลี้ยงดูมาเพื่อปกป้องดูแลรับใช้นายใหญ่ของตระกูลเรนย์ แต่ก็ไม่เคยคุ้นชินกับความโหดของนาย
“ไอ้พวกนั้นมาถึงรึยัง” ฟรานติโน่เอ่ยถามไปถึงกลุ่มเพื่อนสนิทอีกสี่ตระกูลมาเฟียพันธมิตร ที่คืนนี้มีนัดประชุมลับที่ผับใหญ่กลางเมือง ไม่พ้นเป็นเรื่องสินค้าตัวใหม่ และ กลุ่มคนที่คิดงัดข้อกับพวกเขา
“เครื่องบินของแต่ละตระกูลบินเข้าน่านฟ้าไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับนาย อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง พวกเขาจะส่งข้อมูลมาบอกครับ” ฟรานติโน่พยักหน้าก่อนจะหันมากลับไปสนใจน้ำสีอำพันที่กำลังรินลงกับแก้ว
“อีกครึ่งชั่วโมงเตรียมรถ” เสียงทุ้มราบเรียบแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ก่อนจะจรดวอดก้าดีกรีแรงลงคออีกครั้ง หันหน้ากลับไปยังท้องทะเลเหมือนเช่นดังเดิม
“รับทราบครับนาย” เอ็ดเวิร์ดค้อมศีรษะลง มองด้านหลังของผู้เป็นนายที่ต้องแบกรับภาระในตระกูลมากมาย เขานับถือฟรานติโน่ ที่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็พิสูจน์ให้กลุ่มลูกบริวารใต้ร่มไทรของตระกูลเรนย์ค้อมศีรษะให้อย่างไร้ข้อกังขาในความสามารถของเขาเอง
แกร๊กกก!!!
บานประตูใหญ่ถูกปิดลงอีกครั้ง ความเงียบสงบเข้ามาปกคลุมภายในห้องและรอบกายของฟรานติโน่ มันกลายเป็นความชินและชา ความมืดกลายเป็นเพื่อนเขามาตั้งแต่เด็ก เขาถูกฝึกให้อยู่บนเส้นแห่งความเป็นและความตาย ชีวิตวัยเด็กต้องได้รับการฝึก ไม่มีเสียงร้องไห้แม้จะต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตราย ศัตรูกลุ่มอื่น ดีที่อย่างน้อยในความมืด เขายังมีกลุ่มเพื่อนจากกลุ่มมาเฟียพันธมิตร ที่ได้รับการฝึกเสกเช่นเดียวกัน
“ฟู่~~~ นายจะโหดไหววะ”
เอ็ดเวิร์ดถึงกับถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก หลังจากปิดประตูออกจากห้องทำงานของฟรานติโน่ ถึงจะอยู่กับนายมานานแต่สายตาคมกริบราวกับมีดนั้น เขาก็ยังไม่ชินสักที ไม่รู้ว่าจะมีสักวันไหมที่เขาจะเห็นผู้เป็นนายยิ้มได้บาง หรือทอดสายตามองใครด้วยความอ่อนโยน
“นายว่ายังไงบ้างครับพี่เอ็ดเวิร์ด” บอดี้การ์ดคนสนิทที่ได้รับหน้าที่ไปตามเรื่องความยุ่งยากเช่นศรายุทธเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เอ็ดเวิร์ดหรือหัวหน้าของพวกเขาเดินลงมาจากชั้นสองของตัวคฤหาสน์ เรนย์
“เกือบได้ลูกปืนนะสิวะ!! พวกมึงนี้ยังไง งานแค่นี้ทำไมพลาดได้ ก็รู้อยู่ว่านายไม่ชอบคนผิดคำพูด!!” เสียงเข้มมาดหัวหน้าบอดี้การ์ดควบสองตำแหน่งคือเลขาของฟรานติโน่ บ่นไอ้พวกลูกน้องสามสี่คนตรงหน้าทันที ไม่รู้รึไงว่าเวลาต้องรายงานผลลัพธ์ที่ไม่เป็นอย่างที่ฟรานติโน่ต้องการ เท้าของเขาก็เหมือนยื่นออกไปจากหน้าผาแล้วแล้วข้างหนึ่ง ดีที่นายไม่ถีบส่งลงไปจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ได้มีชีวิตรอดมาเท้าเอวด่าไอ้พวกนี้หรอก
“นายให้โอกาสอีครั้ง ถ้าไอ้ศรายุทธไม่คืนเงินก็ยึดทุกอย่างที่เป็นของมันมา”
“ผมไปตรวจสอบทรัพย์สินของมันแล้วนะครับพี่” บอดี้การ์ดคนแรกพูดขึ้นด้วยสายตาเป็นกังวล
“ตรวจแล้วทำไมไม่เอามาก่อนละวะ!!” เขาถามกลับ ถ้ามีทรัพย์สินของไอ้ศรายุทธมาส่วนหนึ่ง เขาคงไม่โดนสายตาตำหนิจากนาย
“แต่ทรัพย์สินมันแทบไม่มีเลยนี่สิครับ “ลูกน้องอีกคำสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นไม่ต่างกัน
“อะไรนะ!! แล้วมันอยู่กันยังไงว่ะ” เอ็ดเวิร์ดถึงกับหัวเสียทันที
“แต่มันมีลูกสาวด้วยนะพี่ ให้จับมาให้นายก่อนไหม เป็นตัวต่อรองให้มันหาเงินมาจ่าย หรือยังไงดีครับพี่” ลูกน้องอีกคนเสนอความคิดเมื่อรู้ว่าศรายุทธมีลูกสาว เผื่อจะได้เป็นตัวประกัน หรือขัดดอกให้ผู้เป็นนายก่อน
“ไอ้สัส!! มึงคิดว่านายจะสนใจลูกสาวลูกหนี้รึไงวะ!!”
“แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรมาให้นายนะครับพี่เอ็ดเวิร์ด ผมยังไม่อยากชะตาขาดตอนนี้ ลูกเมียยังรออยู่นะพี่”
“จริงพี่/ใช่พี่” คนที่เหลือรีบประสานเสียง เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้วเข้มมองเรียงแต่ละคน เมื่อเห็นสีหน้าหวาดหวั่น เขาก็ถอนหาใจออกมา ในเมื่อไอ้ศรายุทธมาคิดตุกติก ก็จับลูกมันมาเป็นตัวประกันก่อนแล้วกัน ไหนๆ เรื่องนี้นายก็ให้เขาเป็นคนจัดการแล้ว ‘ดีกว่าจับปลามือเปล่าละว่ะ!’
“เออๆ เอาตามนี้อีกสามวันถ้ามันยังพลิกลิ้นก็เอาลูกสาวมันมา!!”
“ได้ครับพี่!!”
บทล่าสุด
#114 บทที่ 114 ตอนพิเศษ 4 ครอบครัวสุขสันต์ จบบริบูรณ์💕
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#113 บทที่ 113 ตอนพิเศษ 3 In love (เอ็ดเวิร์ด+อริน่า) (ไคล+นุ่น)
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#112 บทที่ 112 ตอนพิเศษ 2 คุณพ่อลูกแฝดแสบคูณสอง!
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#111 บทที่ 111 ตอนพิเศษ 1 ฟาร์ริก เฟรย่า
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#110 บทที่ 110 ตอนที่ 110 งานแต่งงาน THE AND ❤️
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#109 บทที่ 109 ตอนที่ 109 รูปพรีเวดดิ้งสุดหวาน.❤️
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#108 บทที่ 108 ตอนที่ 108 NC20+++กลัวลูกนอนดึก!
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#107 บทที่ 107 ตอนที่ 107 เลือกชุดเจ้าสาว!
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#106 บทที่ 106 ตอนที่ 106 ข่าวดี!!
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026#105 บทที่ 105 ตอนที่ 105 และแล้ว..?
อัปเดตล่าสุด: 7/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













