บทที่ 5 ตอนที่ 5 ห้าตระกูลใหญ่มาเฟียพันธมิตร!
ซิลล่า คลับ
คลับระดับมหาเศรษฐี ที่พึ่งเปิดให้บริการ ตั้งอยู่ในใจการเมือง แน่นอนว่าคนที่จะมีสิทธิ์เข้ามาใช้บริการที่นี้จะต้องมีเงินมุนเวียนในบัญชีไม่ต่ำกว่าสิบล้าน และต้องมีบัตรของทางคลับเท่านั้น สีทองคือลูกค้าที่มีเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้าน สีเงินคือลูกค้าที่มีเงินสิบล้านในบัญชีเป็นอย่างต่ำ สีแดงคือบัตรสำหรับพนักงานของที่นี้ และบัตรสีดำด้านบัตรสูงสุดของคลับ บัตรที่มีเพียงห้าใบ สำหรับเพื่อนๆและเจ้าของผับเท่านั้น บุคคลที่ใครต่างก็อยากเห็นหน้าค่าตา ความหล่อเหลาที่พูดต่อต่อปาก เพราะทั้งห้าแทบไม่ปรากฏตัวตามสื่อ ทุกคนต่างหวาดกลัวในอำนาจ แม้ว่าตั้งห้าจะพึ่งเข้ามาทำธุรกิจในไทยไม่กี่ปี แต่ทุกคนก็ไม่แม้จะเฉียดตัวเข้าไปใกล้ หรือตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาทั้งห้า นี่เลยเป็นจุดเด่นที่ทำให้มหาเศรษฐีมากมายต่างตบเท้าเข้ามาใช้บริการ สถานบันเทิงแบบครบวงจรที่ซิลล่า คลับ แห่งนี้ คลับที่ไม่มีวันหลับไหล เปิดบริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ตึกๆๆ!!
เสียงรองเท้าหนังมันขลับแบรนด์หรูกระทบกับพื้นกระเบื้อง ยามที่ร่างสูงสง่าราวกับนายแบบ เดินลงจากรถหรูสัญชาติยุโรป ประกบด้วยรถบอดี้การ์ดอีกสี่คันจอดเทียบอยู่ สายตาคมกริบไม่ต่างจากมีดตวัดสายตามองไปรอบๆ เลขาพ่วงด้วยบอดี้การ์ฝีมือดี ยืนค้อมศีรษะรออยู่ พยายามล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อกันไม่ให้คนนอกเห็นใบหน้าของฟรานติโน่
“สวัสดีครับคุณฟรานติโน่ นายกับทุกคนรออยู่ที่ห้องVVIP ด้านบนแล้วครับ นายให้ผมมารอรับคุณฟรานติโน่ครับ” ฟรานติโน่เหลือบตามองเลขาของเพื่อนด้วยสายตาสายราบเรียบ บอดี้การ์ดที่อยู่รอบๆต่างหวั่นเกร็ง กับความเยือกเย็นของคนตรงหน้า พวกเขาไม่เคยชินเลยเวลาที่ต้องอยู่ต่อหน้าห้ามาเฟียตระกูลใหญ่ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด และเลือดเย็น การจะขึ้นมารับใช้ห้าตระกูลมาเฟียใหญ่ พวกเขาต้องผ่านด่านทดสอบที่แสนจะหฤโหด แน่นอนว่าผลตอบแทนยิ่งสูง สวัสดิการย่อมดีไปหมด ทุกคนจึงจงรักภักดีต่อนายของตนยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตหนึ่งเดียวของตน
ฟรานติโน่ล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทสีเดียวกับสีสูทด้านใน เดินตามทางเดินที่เชื่อมขึ้นไปยังชั้นสองของตัวคลับ กระจกเงาเพียงด้านเดียวที่สามารถมองเห็น กลุ่มนักท่องเที่ยวมหาเศรษฐีมากหน้าหลายตากำลังสนุกอยู่เบื้องล่างของคลับ สายตาของเขายังเรียบเฉยเพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมา พวกเขามันจะอยู่ในสังคมดำมืดแบบนี้อยู่แล้ว มันน่าสมเพชที่ทุกคนหลงมัวเมาสิ่งมายาเช่นนี้
“ห้องนี้ครับคุณฟรานติโน่” เลขาของเพื่อนสนิทค้อมศีรษะลง เมื่อเดินมาหยุดที่หน้าประตูบานหรู ป้ายทองขลับ สลักติดเอาไว้VVIP มุมปากหนาสีไวน์ก่ำเพราะสูดบุหรี่จัดแสยะยิ้มกับความสนุกของเพื่อนที่มักจะทำอะไรเกินหน้าเกินตาเสมอมา แน่นอนว่าไอ้ป้ายสีทองระยับนี้ มันคงจะเป็นทองบริสุทธิ์เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ตามนิสัยของมัน
แกร๊กกกกก!!!!
“โอ้โห้โว้ยยย!!!! กว่าจะเสด็จมาได้นะครับไอ้คุณฟราน!! มึงอยู่ไทยก่อนพวกกูแท้ๆ ทำไมมาช้าวะ!!” เป็น’แอสตัน มอซิลล่า’ เจ้าของคลับที่ตอนนี้เขามายืนเหยียบอยู่ มันชื่นชอบสิ่งมอมเมาทุกชนิด ไม่ต่างจาก ‘คริสเตียน บูเกต์’ ที่กำลังเคล้านารีทั้งสองแทบจะสิงกันบนโซฟาหรูแล้ว คาสิโนเป็นสิบๆที่เป็นของมันที่เปิดขึ้นเพื่อสนองความท้าทายนักพนันหาตัวจับยาก
“อย่าไปฟังมัน พวกกูก็พึ่งมาถึง วันนี้กูมีของเล่นที่พึ่งคิดค้นได้สดๆร้อนมาให้พวกมึงดู รับรองตอบสนองความสุขของพวกเราแน่” ฟรานติโน่ละสายตาจากแอสตันและศริสเตียนไปยัง ‘คลินตัน ฟอกซ์’ เจ้าของโรงพยาบาลยักษ์ใหญ่ มีอยู่แทบจะทุกประเทศ เปิดบังหน้าแท้จริงคือสถานที่สีดำสนิท ผลิตและวิจัยยาผิดกฎหมายทุกอย่าง
“เอามาสิว่ะ กูก็อยากรู้ ดูหน่อยว่าของเล่นมึงมันจะตอบโจทย์กูสักแค่ไหน” เสียงเข้มของเพื่อนอีกคนจากมุมหนึ่งของห้องเดินเข้ามาสมทบพร้อมสาวที่ค่ำคืนนี้ต้องรองรับอารมณ์ไคล้ของพวกเขา
“หึๆ..แล้วมึงจะรู้โว้ย!! ของที่กูผลิตไม่ใช่เล่นๆก็แล้วกัน!!” คลินตันแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์สายตาพราวระยับดั่งเสือร้าย ล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมาแล้วโยนมันลงจากโต๊ะ ทำให้ทุกคนละมือความสิ่งที่ทำ มองผงสีขาวในถุง ไม่เว้นแม้แต่ฟรานติโน่ที่มองมัน เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องการระบายความกำหมัดในกาย เพียงแค่นานๆครั้งไม่ทุกวันอย่างพวกเพื่อนที่เหลือ
“ว้าวๆๆ~ ฤาษีของกลุ่มเราสนใจมันด้วยโว้ย!! ทำไมวะ! คืนนี้อยากระบายน้ำละสิไอ้ฟราน!!” แอสตันกระตุกยิ้ม สายตาที่มองมาที่เขานั้น ทำเขาอยากลุกขึ้นประเคนเท้าให้มันหุบปากไปสักที
“หุบปากมึงไปไอ้แอสตัน..!!” ฟรานติโน่เอ่ยเสียงเรียบนิ่งก่อนจะกระดกวอดสีทองอำพันลงคอ ดื่มด่ำกับความร้อนแรงของพิษแอลกอฮอล์แสนหวาน
“งั้นลองเลย คืนนี้เวลาไม่นานว่ะ ต้องกลับคาสิโนอยู่ว่ะ”
“กูก็อยากปลดปล่อยน้ำเต็มทีแล้วว่ะ.. ! ว่าแต่จะรอให้พ่อมึงมาตัดริบบิ้นรึไง!! จัดการให้พวกนี้กินมันซะกูจะได้เริ่มสนุกแล้ว!!!” ไม่นานก็มีบอดี้การ์ดเข้ามาภายในห้องจับให้พวกเธอแต่ละคนที่ยินยอมพร้อมใจเป็นหนูทดลองเพื่อแลกกับความหรรษาบนเตียงกับห้าหนุ่มมาเฟียสุดหล่อและเงินตอบแทนมหาศาล บอดี้การ์ดจัดการกรอกผงยาสีขาวไม่มีรสไม่มีกลิ่นเข้าไป ก่อนจะถอยออกจากห้องหลังจากทำหน้าที่เสร็จตามคำสั่งของผู้เป็นนาย
“สิบ…เก้า…แปด……..“ ทุกคนเริ่มจับตามองกลุ่มสาวตัวทดลองสินค้ากลางห้อง หูคอยฟังเสียงแหบพล่าของคนผลิตนับถอยหลังลงช้าๆ
“สาม…สอง….หนึ่ง!”
“อ่าาา~~ ร้อนจังเลยค่ะ อื้ออ!! มะ..มัน.ร้อนจากข้างใน~” มุมปากหนากระตุกยิ้ม มองผู้หญิงทั้งห้าที่กำลังเริ่มลงมือถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ของเล่นของไอ้คลินตันแรงใช่เล่น ทุกคนแสยะยิ้ม
“หึๆ…ความสุขเริ่ม..ณ.บัดนี้ครับผม…!!”
อีกด้านหนึ่ง
เช้าวันต่อมาร่างบางสมส่วนของเพียงรักที่อยู่ในชุดเดรสสีพื้นไม่ฉูดฉาด สีประจำตัวของเธอ ในมือถือกระเป๋าใบเดิมดังแต่เรียน พร้อมออกไปเปิดร้านของตัวเอง สายตามองไปรอบๆ นอกจากแม่บ้านแล้วคนอื่นๆก็ยังไม่เห็น สงสัยจะยังไม่ตื่น ส่วนบิดาอาจจะออกไปทำงานแล้ว เพียงรักเดินผ่านห้องโถงของบ้านหมายจะออกไปข้างออกเลย แต่แม่บ้านที่สังเกตเห็นเธอเข้าพอดี รีบปรี่เข้ามาหาเธอก่อน
“คุณเพียงคะ คุณท่านบอกให้คุณเพียงรอพบคุณท่านก่อนค่ะ” เพียงรักขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ กี่ปีแล้วที่ท่านไม่เคยเรียกพบเธอ แล้วเพราะอะไรกัน วันนี้ท่านถึงสั่งแม่บ้านมาบอกเธอให้อยู่พบหน้า
“อ่อ..ค่ะ แล้ววันนี้คุณพ่อท่านยังไม่ออกไปทำงานหรือคะ”
“ยังไม่ออกไปไหนค่ะคุณเพียง ทั้งคุณจันทร์และคุณกวาง.. ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณเพียงที่ห้องอาหารก่อนเลยนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะขึ้นไปแจ้งคุณท่านให้” เธอพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินตามแม่บ้านไปยังห้องอาหารที่ทุกคนเตรียมมื้อเช้าเอาไว้ นับครั้งได้ที่เธอจะทานข้าวร่วมกับทุกคน ‘เพราะมันไม่เจริญอาหารเอาเสียเลย’
“เหอะ!! โผล่หัวมาซะทีนะยะ!ยัยเพียงรัก.ไม่รู้รึไงยะ! ว่าสถานการณ์ครอบครัวปะ..!!”
“ยัยกวาง!!.. นั่ง!” เสียงแหลมแทงแก้วหูดังขึ้น ทันทีที่สองแม่ลูกเดินเข้าห้องอาหารมา เธอไม่อยากจะฟังให้ระคายหูแต่กลับสะดุดบางอย่างในประโยคของกวาง
“หมายความว่าไง” เพียงรักมองหน้าสองแม่ลูก ไม่เคยคิดจะเรียกภรรยาใหม่จะบิดาว่าแม่ เพราะทั้งสองก็อยากจะจับเธอโยนออกไปจากบ้านทุกเวลาอยู่แล้ว ที่เธอยังอยู่ตรงนี้ได้ เพราะทั้งสองยังเกรงใจบิดาเธออยู่ เลยพยายามทำทุกอย่างให้ท่านลืมเธอ ไม่สนใจเธอ นั้นคงจะสะใจเธอไม่น้อย
“อ้าว! มาแล้วหรือเพียง จะออกไปข้างนอกรึป่าว” ไม่ทันที่เธอจะเอ่ยถามสองแม่ลูกต่อ บิดาของเธอก็เดินเข้ามา ท่านยื่นสูทตัวออกให้แม่บ้านก่อนจะเดินมานั่งตำแหน่งหัวโต๊ะ ไม่รู้เธอคิดไปเองรึป่าวถึงได้มองรอยยิ้มของบิดา มันดูผิดปกติ
“ก็คงจะออกไปเที่ยวละมั้งคะพ่อ เดี๋ยวนี้กวางเห็นเพียงชอบออกไปข้างนอกอยู่บ่อยๆ” กวางรีบสุมไฟเข้า ริมฝีปากที่เคลือบดีแดงแสยะยิ้มอย่างเหนือกว่า
“จริงหรือเพียง พ่อไม่ได้สอนให้ลูกเถลไถลนะ!”
“เพียงไม่ได้เถลไถลค่ะ เพียงเคยบอกพ่อแล้วว่าตอนนี้เพียงเปิดร้านอยู่” เพียงรักละสายตาจากแม่ลูกคู่อสรพิษ หันไปอธิบายให้บิดา ท่านคงลืมไปแล้ว หรือคงไม่สนใจใยดีเธอ ถึงจำไม่ได้ว่าเธอเคยบอกท่านแล้ว
“แล้วร้านอะไรละ” ศรายุทธคล้ายจะชะงักไป ก่อนจะคิดได้ว่าลูกสาวเคยมาศึกษาช่วงหนึ่ง แต่ร้านเล็กๆจะทำเงินได้แค่ไหนกันเชียว
“ร้านดอกไม้ค่ะ”
“ว้ายย!!ตายแล้ว!!หนูเพียงทำร้านแบบนี้มันจะไปได้เงินมากมายอะไรละจ๊ะ ร้านแบบนี้มีอยู่เกลื่อนไป ไม่นานก็ไม่ไม่รอด” จันทร์แรมตาโต ยกมือขึ้นทาบอกมองเพียงรักด้วยสายตาเหยียดๆ
“ใช่! สู้ฉันก็ไม่ได้ อีกไม่นานก็ได้เป็นนางแบบแนวหน้า เป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัว” เพียงรักจับช้อนคนข้าวต้มตรงหน้าแน่น รู้สึกพะอึดพะอม ที่กลายเป็นตัวตลกกลางโต๊ะ บิดาไม่แม้จะออกปากช่วย
“เราไม่เดือดร้อนเรื่องเงินไม่ใช่หรือคะ เพียงแต่ทำตามฝันของแม่และความชอบ”
“เหอะ!! จะแดกแกลบเป็นอาหารแล้วยังไม่รู้ตัวอีก!”
“หยุด! กินข้าวก่อนที่มันจะเย็น เสร็จแล้วพ่อมีเรื่องจะพูดกับเพียงหน่อย”
“ค่ะ/ค่ะ!” เพียงรักจำต้องเก็บคำพูดเอาไว้ แม้จะตะหงิดอยู่ในใจไม่หายกับคำพูดของกวาง และอีกมากมายหลายอย่างที่วันนี้มันผิดปกติ ได้โปรดเถอะพระเจ้าถ้าท่านได้ยิน โปรดอย่าได้ส่งบทพิสูจน์การใช้ชีวิตมาให้เธออีกเลย แค่นี้เธอก็เหนื่อยพอแล้ว โปรดเห็นใจผู้หญิงคนนี้ด้วยเถอะ..
