บทที่ 4 คืนที่ฉันทำให้รอยเข้มขึ้น
หลังจากที่คานท์ทิ้งรอยใหม่ไว้ทั่วลำคอและไหล่ของนที เขายังคงกอดร่างนั้นไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อยแม้แต่น้อย
ห้องนอนเงียบสงัด มีเพียงเสียงหายใจของทั้งสองคนดังสลับกัน แสงไฟสีอุ่นจากโคมไฟหัวเตียงส่องเงาทั้งคู่ไปบนผนัง
คานท์ก้มลงซบหน้าที่ไหล่ของนที หายใจเอาความอบอุ่นของผิวหนังเข้าไปเต็มปอด นิ้วมือลูบไปตามแผ่นหลังเปลือยอย่างช้า ๆ
“นที...” เขากระซิบชื่อนั้นเสียงแหบ
นทียังคงยืนสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอด ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่กำนิ้วมือของคานท์ไว้เบา ๆ ราวกับไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้
คานท์เงยหน้าขึ้น มองใบหน้าของนทีอย่างพินิจพิเคราะห์ ดวงตามืดมัวและเต็มไปด้วยความพึงพอใจปนความคลั่ง
“ถอดกางเกงด้วย” เขาพูดเสียงต่ำ
นทีตัวแข็งทื่อเล็กน้อย
“คานท์... พอได้ไหม รอยเยอะแล้ว...”
“ยังไม่พอ” คานท์ตอบทันที นิ้วมือเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงของนที “ฉันบอกแล้วว่าคืนนี้จะทำให้มากกว่านี้”
เขาไม่รอคำตอบ เพียงแค่ดึงกางเกงและชุดชั้นในของนทีลงอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น จนนทียืนเปลือยกายต่อหน้าอีกครั้ง
คานท์จ้องมองร่างกายนั้นจากหัวจรดเท้า รอยแดงและรอยกัดกระจายอยู่ตามลำคอ ไหล่ และไหปลาร้าอย่างชัดเจน เขาใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้รอยเหล่านั้นทีละจุดอย่างพึงพอใจ
“สวย...” เขากระซิบกับตัวเอง
จากนั้นเขาถอดเสื้อของตัวเองทิ้งลงพื้น เผยให้เห็นร่างกายที่แข็งแรงและรอยสักบนไหล่ซ้าย แล้วดึงนทีเข้ามากอดอีกครั้ง กดร่างทั้งสองให้ชิดกันจนรู้สึกได้ถึงความร้อนของผิวหนัง
“นอนลง” คานท์สั่งเสียงต่ำ
นทีถูกผลักลงบนเตียงอย่างช้า ๆ คานท์คุกเข่าคร่อมตัวตาม มือข้างหนึ่งจับข้อมือทั้งสองของนทียกขึ้นเหนือศีรษะ กดลงกับที่นอนแน่นเหมือนเมื่อคืน
“อย่าหนี” เขากระซิบข้างหู “คืนนี้ฉันจะทำให้รอยพวกนี้เข้มขึ้น จนใครเห็นก็รู้ทันทีว่านายเป็นของฉัน”
นทีตัวสั่นเทา หายใจกระตุก
คานท์ก้มลงจูบที่ริมฝีปากอย่างแรง แล้วค่อย ๆ เลื่อนลงไปทิ้งรอยใหม่ทั่วร่างกายอีกครั้ง ช้า ๆ แต่ไม่เคยอ่อนโยนจนเกินไป
ทุกครั้งที่นทีส่งเสียงออกมา คานท์จะยิ่งจูบและกัดหนักขึ้น
ราวกับว่าเสียงนั้นคือเครื่องยืนยันความเป็นเจ้าของที่เขาต้องการได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คานท์กดข้อมือของนทีไว้เหนือศีรษะแน่นด้วยมือข้างเดียว อีกมือหนึ่งลูบไล้ไปตามลำตัวที่สั่นเทาอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น
เขาก้มลงจูบที่มุมปากก่อน แล้วค่อย ๆ เลื่อนลงไปที่ลำคอ กัดซ้ำลงบนรอยเดิมที่เพิ่งทำให้เมื่อสักครู่ แรงพอที่จะทำให้นทีสะดุ้งและส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ
“เจ็บ...”
“ทนไว้” คานท์กระซิบริมผิวหนัง ลมหายใจร้อนรดลงบนรอยแดง “ฉันยังทำไม่เสร็จ”
เขาเลื่อนลงไปทีละจุด ทีละรอย จูบและกัดสลับกันไปทั่วไหปลาร้า อก และท้องน้อย ราวกับกำลังวาดแผนที่ความเป็นเจ้าของลงบนร่างกายอีกฝ่ายอย่างละเอียด
นทีตัวสั่นเทาใต้ร่างของคานท์ นิ้วมือกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ดวงตาปิดสนิท น้ำตาคลอเล็กน้อยทั้งจากความเจ็บและจากความรู้สึกที่ท่วมท้น
คานท์เงยหน้าขึ้นมองใบหน้านั้น ดวงตามืดมัวและเต็มไปด้วยความคลั่ง
“เปิดตา” เขาสั่งเสียงแหบ “มองฉัน”
นทีลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก สายตาพร่ามัว
คานท์ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
“ดี...”
เขาก้มลงจูบที่ริมฝีปากอย่างแรงอีกครั้ง ลิ้นรุกล้ำเข้าไปโดยไม่ลังเล มือที่เคยลูบไล้เลื่อนลงไปสัมผัสส่วนที่อ่อนไหวของนทีอย่างตรงไปตรงมา
“คืนนี้ฉันจะทำให้มากกว่าแค่รอย” เขากระซิบระหว่างจูบ “ฉันจะทำให้ร่างกายของนายจำฉันได้ทุกส่วน”
นทีหายใจกระตุก ตัวเกร็งเมื่อนิ้วของคานท์เริ่มเคลื่อนไหว
คานท์จับจ้องใบหน้าของนทีตลอดเวลา สังเกตทุกการเปลี่ยนแปลงของสีหน้า ทุกครั้งที่คิ้วขมวด ทุกครั้งที่ริมฝีปากเม้มแน่น
“บอกฉัน” เขากระซิบ “นายเป็นของใคร”
นทีกัดริมฝีปาก ไม่ตอบทันที
คานท์หยุดมือ แล้วจ้องลงมา
“บอก”
“...ของคานท์” นทีตอบเสียงสั่น
คานท์ยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย ยิ้มที่ไม่ถึงตาแต่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง
“ดีมาก...”
เขาก้มลงจูบที่หน้าผากเบา ๆ ก่อนจะเริ่มเตรียมตัวต่อไปอย่างช้า ๆ แต่ไม่เคยอ่อนโยนจนเกินไป
ทุกการกระทำของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะฝังรอยให้ลึกที่สุด
ทั้งบนผิวหนัง
และในใจของนที
คานท์ยังคงคร่อมตัวนทีอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งกดข้อมือของนทีไว้เหนือศีรษะแน่น อีกมือหนึ่งเตรียมร่างกายทั้งสองอย่างช้า ๆ แต่ไม่เคยลังเล
เขาก้มลงจูบที่มุมปากของนทีเบา ๆ ก่อนจะกระซิบริมฝีปาก
“เจ็บไหม”
นทีกัดริมฝีปากล่าง ดวงตาปิดแน่น “...นิดหน่อย”
คานท์จูบที่ขมับของนทีเบา ๆ
“ทนไว้... เพราะฉันจะไม่ยอมให้น้อยลงจนนายลืม”
เขากระแทกเข้าไปจนสุดในทีเดียว แล้วเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงและครอบครอง มือที่เคยกดข้อมือเลื่อนลงมาคุมอวของนทีไว้แน่นจนอาจเป็นรอยใหม่ ใบหน้าซบอยู่ที่คอ หายใจหอบผสมกับเสียงกระซิบซ้ำ ๆ
“ของฉัน... ของฉันคนเดียว...”
“นที... นายเป็นของฉัน...”
“อย่ามองใคร... อย่ายิ้มให้ใคร... อย่าให้ใครได้ยินเสียงแบบนี้อีก”
ทุกครั้งที่นทีส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บและความเสียว คานท์จะยิ่งเร่งจังหวะ เหมือนต้องการฝังรอยของตัวเองให้ลึกที่สุดจนไม่มีวันลบเลือน
เขากัดซ้ำลงบนลำคอและไหล่ของนทีเป็นระยะ ๆ ทิ้งรอยใหม่ทับรอยเก่า ราวกับต้องการให้ทุกตารางนิ้วบนร่างกายนี้จดจำเขาไว้
นทีตัวสั่นเทา นิ้วมือกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น น้ำตาคลอที่มุมตาทั้งจากความเจ็บและจากความรู้สึกที่ท่วมท้นจนอธิบายไม่ได้
คานท์จับใบหน้าของนทีให้หันมาสบตา แม้ในจังหวะที่รุนแรงที่สุด
“มองฉัน” เขาสั่งเสียงแหบ “มองแต่ฉัน”
นทีลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก สายตาพร่ามัว
คานท์ยิ้มบาง ๆ ท่ามกลางการหายใจที่หนักอึ้ง
“ดี... ดีมาก”
เมื่อทุกอย่างถึงจุดสุดยอด คานท์กดตัวลงสนิท ซบหน้าลงที่อกของนที ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เขายังคงอยู่ข้างในโดยไม่ยอมถอนออกทันที มือทั้งสองกอดร่างของนทีไว้แน่นราวกับเกรงว่าถ้ายอมปล่อยแม้แต่นิดเดียว นทีจะหายวับไป
เวลาผ่านไปหลายนาทีในความเงียบ มีเพียงเสียงหายใจที่ค่อย ๆ ช้าลง
คานท์ค่อย ๆ ถอนตัวออก แล้วนอนพลิกตัวลงข้าง ๆ แต่ยังคงดึงนทีเข้ามากอดจากด้านข้าง ขาข้างหนึ่งพาดทับขาของนทีไว้ มือลูบไปตามแผ่นหลังที่ยังสั่นอยู่เบา ๆ
เขาก้มลงจูบรอยแดงใหม่ที่คอของนทีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“พรุ่งนี้...” เขากระซิบเสียงแหบ “อย่าปิดรอยพวกนี้ ฉันอยากให้ทุกคนเห็น”
นทีพยักหน้าเบา ๆ ในอ้อมกอดที่ร้อนและแน่นหนา
คานท์ยิ้มอย่างพอใจ แล้วจูบลงบนผมของคนรักอีกครั้ง
“ดีมาก... ของฉัน”
หลังจากทุกอย่างสงบลง คานท์ยังคงกอดนทีไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจากความรุนแรงเมื่อสักครู่
เขาลูบหลังของนทีช้า ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ริมฝีปากกดจูบเบา ๆ ที่ขมับ ผมเปียกเหงื่อ และรอยแดงใหม่ที่เพิ่งทิ้งไว้บนลำคอ
“นที...” เขากระซิบชื่อนั้นเสียงแหบ “ยังเจ็บอยู่ไหม”
นทีตัวสั่นเล็กน้อยในอ้อมกอด ดวงตายังปิดอยู่ “...นิดหน่อย”
คานท์พยักหน้าช้า ๆ แล้วยื่นมือไปดึงผ้าห่มคลุมร่างทั้งสองให้มิดชิด เขานอนตะแคงกอดจากด้านข้าง ขาข้างหนึ่งยังพาดทับขาของนทีไว้เหมือนเดิม
“ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เจ็บมากเกินไป” คานท์พูดต่อหลังจากเงียบไปพักใหญ่ “แต่ทุกครั้งที่นึกถึงคนอื่นที่เข้าใกล้นาย ฉันก็อยากฝังรอยให้ลึกกว่านี้”
นิ้วมือลูบไปตามแผ่นหลังของนทีเบา ๆ
“โดยเฉพาะอาร์ท...” เขาเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันไม่ชอบที่เขามองนาย ฉันไม่ชอบที่เขาคุยกับนาย ฉันไม่ชอบที่เขายิ้มให้นาย”
นทีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองคานท์ในความมืดของห้อง
“คานท์... อาร์ทเป็นแค่เพื่อน”
“เพื่อน” คานท์หัวเราะคิกเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นแห้งและไม่มีร่องรอยของความตลก “ฉันไม่เชื่อคำว่าเพื่อน ทุกคนที่เข้าใกล้นายล้วนมีเจตนา”
เขาก้มลงจูบที่หน้าผากของนทีเบา ๆ
“ดังนั้นฉันจะไม่ยอมให้นายอยู่กับใครคนเดียวอีก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือใครก็ตาม”
นทีเงียบไปนาน นิ้วมือกำผ้าห่มไว้แน่น
คานท์มองใบหน้านั้นอยู่นานครู่ แล้วค่อย ๆ ยิ้มบาง ๆ
“นอนได้” เขาพูดเสียงอ่อนโยนผิดกับเมื่อสักครู่ “ฉันกอดนายไว้เอง”
เขากอดนทีแน่นขึ้นอีกนิด ราวกับต้องการกลืนกินร่างเล็ก ๆ นั้นเข้าไปในตัวเอง
“พรุ่งนี้เช้า...” เขากระซิบกับผมของนที “ฉันจะไปส่งนายมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม แล้วฉันจะรออยู่นอกห้องทุกชั่วโมง”
นทีไม่ได้ตอบอะไร
เพียงแค่หลับตาลงช้า ๆ ในอ้อมกอดที่ร้อนและแน่นหนา
คานท์จูบที่ผมของนทีอีกครั้ง แล้วนอนมองเพดานในความมืด
นิ้วมือยังคงลูบหลังของนทีไม่หยุด
ราวกับว่าแม้ในยามหลับ เขาก็ยังไม่ยอมให้นทีหลุดจากกำมือไปได้แม้แต่น้อย
แสงสีเทาอ่อนของเช้าวันใหม่ลอดผ่านช่องผ้าม่านอีกครั้ง
คานท์ลืมตาขึ้นก่อนเหมือนทุกเช้า เขานอนตะแคงมองใบหน้าของนทีที่ยังหลับใหลอยู่ในอ้อมกอด แขนของเขายังพาดขวางลำตัวนทีไว้แน่น ขาข้างหนึ่งยังเกี่ยวอยู่กับขาของอีกฝ่าย
รอยแดงและรอยกัดใหม่จากเมื่อคืนปรากฏชัดเจนทั่วลำคอ ไหล่ และไหปลาร้าของนที คานท์ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้รอยเหล่านั้นอย่างช้า ๆ อย่างพึงพอใจ
“ของฉัน...” เขากระซิบกับตัวเองเบา ๆ
นทียังไม่ตื่น
คานท์นอนมองต่อไปอีกนาน ก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผาก ขมับ และมุมปากของนทีทีละจุดอย่างช้า ๆ จนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มขยับตัวและค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
“เช้า...” นทีพูดเสียงแหบและง่วงนอน
คานท์ยิ้มบาง ๆ
“เช้า” เขาตอบ “รอยยังชัดดี”
นทีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามมองลำคอตัวเอง แต่ทำไม่ได้เพราะมุมองศา เขาจึงเพียงแค่ถอนหายใจเบา ๆ
“คานท์... รอยเยอะเกินไปแล้ว”
“ยังไม่พอ” คานท์ตอบทันที นิ้วมือลูบไปบนรอยแดงที่เข้มที่สุด “ฉันอยากให้ทุกคนเห็นชัด ๆ ว่านายมีเจ้าของ”
เขากอดนทีแน่นขึ้นอีกนิด แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงต่ำ
“วันนี้ฉันจะไปส่งนายเหมือนเดิม แล้วจะรออยู่นอกห้องทุกชั่วโมง อย่าปิดรอยพวกนี้เด็ดขาด”
นทีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“...รู้แล้ว”
คานท์จูบที่ผมของนทีอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ ปล่อยแขนออก
“ไปอาบน้ำได้ แต่ห้ามเช็ดแรงที่รอย” เขาพูด “ฉันอยากให้มันแดงอยู่อย่างนี้ทั้งวัน”
นทีมองเขาอย่างลังเล ก่อนจะยอมลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้า ๆ ร่างกายยังเปลือยอยู่ รอยแดงกระจายไปทั่วอย่างชัดเจนภายใต้แสงเช้า
คานท์นอนพิงหัวเตียง มองนทีเดินเข้าห้องน้ำด้วยสายตาที่จดจ่อไม่ละ
เมื่อประตูห้องน้ำปิดลง เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น นิ้วมือยกขึ้นมาลูบริมฝีปากตัวเองเบา ๆ
ยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“วันนี้...” เขากระซิบกับตัวเอง
“ฉันจะทำให้ทุกคนรู้ว่านายเป็นของฉัน”
หลังจากนที่อาบน้ำเสร็จและเปิดประตูห้องน้ำออกมา ผ้าขนหนูผืนใหญ่พันอยู่รอบเอว ผมเปียกน้ำหยดลงตามใบหน้าและลำคอ รอยแดงจากเมื่อคืนยังปรากฏชัดเจนท่ามกลางผิวที่ชุ่มน้ำ
คานท์ยืนพิงขอบตู้เสื้อผ้า มองนทีตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยไม่พูดอะไรเป็นเวลานาน
“มา” เขาเรียกสั้น ๆ
นทีเดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า คานท์ยื่นมือรับผ้าขนหนูจากตัวเขา แล้วเริ่มเช็ดผมให้อย่างช้า ๆ แต่หนักแน่นเหมือนทุกเช้า นิ้วมือสอดเข้าไปในเส้นผมเปียก เช็ดน้ำออกทีละส่วน
“รอยยังชัดดี” คานท์พูดขึ้นขณะที่ยังเช็ดผมต่อ “อย่าปิดเด็ดขาดวันนี้”
นทีเงียบไปครู่หนึ่ง
“...รู้แล้ว”
คานท์พยักหน้า แล้วเช็ดผมต่อจนเกือบแห้ง หลังจากนั้นเขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหม่กับกางเกงขายาวสีเข้มของตัวเองออกมาวางบนเตียง
“ใส่นี่อีก” เขาบอก
นทีมองเสื้อผ้าเหล่านั้นอย่างคุ้นเคย
“เสื้อนายอีกแล้ว...”
“ใส่นี่” คานท์พูดซ้ำ น้ำเสียงต่ำลงเล็กน้อย “ฉันอยากให้นายมีกลิ่นของฉันติดตัวไปทั้งวัน เหมือนเมื่อวาน”
นทีค่อย ๆ รับเสื้อผ้าไป แล้วเริ่มแต่งตัวอย่างเงียบ ๆ คานท์ยืนมองตลอดเวลา ไม่ได้หันหลังแม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อนทีแต่งตัวเสร็จ เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ยังคงหลวมบนตัว ปลายแขนยาวเลยข้อมือ คานท์เดินเข้าไปพับแขนเสื้อให้อย่างช้า ๆ นิ้วมือสัมผัสข้อมือของนทีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปเปิดปกเสื้อออกเล็กน้อย เพื่อให้รอยแดงบนลำคอปรากฏชัดเจน
“ดี...” เขากระซิบ “แบบนี้ทุกคนจะเห็น”
เขาก้มลงจูบที่รอยแดงบนลำคอเบา ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“ไปกินข้าวเช้ากัน” เขาพูด “แล้วฉันจะไปส่งนาย”
นทีพยักหน้า แล้วตามคานท์ออกจากห้องนอน
ขณะเดินลงบันได คานท์ยังคงยื่นมือมาจับข้อมือของนทีไว้เบา ๆ แต่ไม่ปล่อย
เหมือนกับว่าแม้แต่การเดินลงไปกินข้าวเช้า เขาก็ยังไม่ยอมให้นทีห่างจากตัวแม้แต่น้อย
และรอยแดงที่ลำคอก็ยังคงปรากฏชัดเจนภายใต้แสงเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่าง
ห้องครัวในเช้าวันนั้นเงียบสงบเหมือนทุกเช้าที่ผ่านมา
คานท์ทำอาหารเช้าให้นทีอีกครั้งโดยไม่ถามความต้องการ ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง และน้ำส้มถูกวางลงบนโต๊ะอย่างเรียบง่าย เขานั่งตรงข้าม มองนทีกินอย่างเงียบ ๆ แทบไม่ได้แตะอาหารของตัวเองเลย
สายตาของเขายังคงวนเวียนอยู่ที่รอยแดงบนลำคอของนทีตลอดเวลา
“กินให้เสร็จ” คานท์พูดขึ้นหลังจากเงียบไปพักใหญ่ “แล้วเราออกจากบ้าน”
นทีพยักหน้า แล้วกินต่อจนจานว่าง
คานท์ล้างจานเองเหมือนเดิม แล้วพานทีออกจากบ้านไปยังโรงรถโดยยังจับข้อมือไว้เบา ๆ แต่ไม่ปล่อย
เมื่อขึ้นรถ คานท์ไม่ได้สตาร์ททันที เขานั่งนิ่ง มองนทีอยู่นานครู่
“เปิดปกเสื้ออีกที” เขาพูดสั้น ๆ
นทีทำตามอย่างเชื่องช้า รอยแดงยังชัดเจนภายใต้แสงเช้า
คานท์จ้องมอง แล้วก้มลงจูบที่รอยนั้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง สองครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา
“วันนี้ใครถาม...” เขากระซิบ “นายต้องบอกว่าเป็นรอยที่ฉันทำให้”
นทีพยักหน้าเบา ๆ
“...รู้แล้ว”
คานท์ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ยิ้มที่ไม่ถึงตาแต่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
เขาสตาร์ทรถในที่สุด มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย
มือข้างหนึ่งยังคงวางบนต้นขาของนทีตลอดทาง
นิ้วลูบไปมาเบา ๆ แต่หนักแน่น
ราวกับกำลังเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
นทีเป็นของเขา
และรอยที่ถูกฝังไว้เมื่อคืนจะยังคงปรากฏชัดเจนให้ทุกคนได้เห็นตลอดทั้งวัน
เมื่อรถจอดที่ลานจอดมหาวิทยาลัย คานท์หันมามองนทีอีกครั้ง
“ฉันจะไปส่งถึงหน้าห้อง” เขาพูด “แล้วจะรออยู่นอกห้องเหมือนเดิม”
นทีเงยหน้าขึ้นสบตา เห็นดวงตาของคานท์มืดมัวและเต็มไปด้วยความครอบครองที่ไม่เคยลดลงแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่พยักหน้า
แล้วลงจากรถตามคานท์ไป
รอยแดงบนลำคอปรากฏชัดเจนภายใต้แสงแดดยามเช้า
และคานท์ก็ยิ้มอย่างพอใจในใจ
วันนี้...
ทุกคนจะต้องได้เห็นว่านทีเป็นของใคร
จบตอนที่ 4
