บทนำ
คานท์รักนทีจนกลัว
กลัวว่าสักวันหนึ่งนทีจะหันไปยิ้มให้คนอื่นแล้วไม่หันกลับมา
กลัวว่าตัวเองจะต้องถูกทิ้งอีกครั้ง เหมือนทุกครั้งในอดีต
ความกลัวนั้นไม่ได้ทำให้เขาอ่อนโยน
มันกลับทำให้เขายิ่งอยากยึดให้แน่นกว่าเดิม
ทิ้งรอยไว้บนร่างกาย
ห้ามไม่ให้ใครแตะต้อง
และค่อย ๆ กลืนกินทุกส่วนของนที
จนกระทั่งนทีเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า…
ตัวเองยังมีทางหนีอยู่จริงหรือไม่
บท 1
ฝนเริ่มตกตั้งแต่บ่ายสามโมง และคานท์ยืนอยู่ใต้เสาไฟตรงข้ามคอนโดของนทีมานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว
เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่มจนแนบติดผิว ผมเปียกน้ำฝนห้อยลงมาบังหน้าผาก แต่เขาก็ไม่ปัด เขาไม่สนใจความเย็น ความเปียก หรือสายตาของคนที่เดินผ่านไปมา
ดวงตาของเขายังคงจ้องขึ้นไปที่หน้าต่างห้องชั้นแปดโดยไม่กะพริบ
เขารู้ว่านทีอยู่ข้างใน
และเขาก็รู้ว่าตอนนี้นทีกำลังคุยโทรศัพท์กับใคร
เมื่อยี่สิบนาทีก่อน เขาเดินเลาะไปยืนใต้หน้าต่างนั้นโดยตรง ยืนนิ่งท่ามกลางสายฝน แล้วได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ของนทีลอดออกมา
“...อาร์ท อย่าล้อเล่นสิ ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นหรอก...”
เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางเสียงฝน
คานท์กำมือแน่นจนเล็บแทงฝ่ามือ
ในหัวของเขามีภาพเก่า ๆ ผุดขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ภาพตอนเด็ก ๆ ที่ยืนรอหน้าบ้านหลังเลิกเรียนจนฟ้ามืด แต่ไม่มีใครมารับ
ภาพประตูที่ถูกปิดใส่หน้า
ภาพคำว่า “อยู่นิ่ง ๆ เดี๋ยวพ่อแม่กลับมา” ที่ไม่มีใครกลับมาจริง
เขากลัว
กลัวว่าสักวันหนึ่งนทีจะหันไปยิ้มให้คนอื่นแล้วไม่หันกลับมาหาเขาอีก
กลัวว่าเสียงหัวเราะนั้นจะไม่ได้เป็นของเขาคนเดียว
กลัวว่าตัวเองจะถูกทิ้งอีกครั้ง เหมือนทุกครั้งในอดีต
ความกลัวนั้นไม่ได้ทำให้เขานิ่งสงบ
มันทำให้เขาอยากยึดให้แน่นกว่าเดิม
คานท์หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้น้ำฝนไหลลงตามใบหน้า
“อีกไม่นาน...” เขากระซิบกับตัวเองเสียงแหบ
“ฉันจะไม่ปล่อยให้นายไปไหนอีกแล้ว”
เขาลืมตาขึ้น ดวงตามืดมัวและเต็มไปด้วยความตั้งใจที่เย็นยะเยือก
คืนนี้
เขาจะหยุดรอ
คานท์ยังคงยืนนิ่งอยู่ใต้เสาไฟต่อไป
สายฝนกระหน่ำไม่ลดละ น้ำไหลลงตามลำคอ ไหลลงไปใต้เสื้อเชิ้ตที่เปียกจนเย็นเฉียบ แต่ความหนาวเย็นภายนอกเทียบไม่ได้กับความหนาวที่แผ่กระจายอยู่ในอกของเขา
เขากำลังคิด
คิดถึงทุกครั้งที่เห็นนทียิ้มให้คนอื่น
คิดถึงเสียงหัวเราะที่ดังลอดออกมาจากหน้าต่างเมื่อสักครู่
คิดถึงภาพอาร์ทที่ยื่นมือไปปัดน้ำบนไหล่ของนทีโดยไม่จำเป็น
และคิดถึงตัวเองในวัยเด็ก ที่เคยยืนรออยู่หน้าบ้านหลังเดียวกันทุกเย็น รอคอยคนที่ไม่เคยกลับมา
“ถ้าฉันปล่อยให้นายไป…”
เสียงในหัวของคานท์ดังขึ้นเบา ๆ
“ถ้านายหันไปหาคนอื่นจริง ๆ… ฉันจะเหลืออะไรไว้?”
คำถามนั้นไม่มีคำตอบ
เขาเคยพยายามควบคุมตัวเองมาตลอดสามเดือน เคยบอกตัวเองว่าการเฝ้ามองจากระยะไกลก็เพียงพอแล้ว เคยบอกตัวเองว่าถ้าเขารักนทีจริง เขาควรให้นทีมีอิสระ
แต่คืนนี้ เขายอมแพ้กับตัวเอง
คานท์หลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้น้ำฝนชะล้างใบหน้า
ภาพในหัวของเขาวาดขึ้นมาอย่างชัดเจน
ภาพของนทีที่ยืนอยู่ในอ้อมกอดของเขา
ภาพของนิ้วมือที่กำข้อมือนทีไว้แน่น
ภาพของรอยจูบและรอยกัดที่ถูกทิ้งไว้บนผิวหนังขาว
ภาพของนทีที่มองเขาด้วยสายตาที่สั่นเทา แต่ไม่หนี
“ฉันจะไม่ทำร้ายนาย…” เขากระซิบกับสายฝน
“ฉันแค่… อยากให้นายอยู่กับฉัน”
แม้คำพูดนั้นจะฟังดูอ่อนโยน แต่ในใจของคานท์รู้ดีว่ามันไม่ได้หมายถึงการอยู่ด้วยกันอย่างเท่าเทียม
มันหมายถึงการยึดครอง
การทำให้แน่ใจว่านทีไม่มีทางหันไปหาใครได้อีก
เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำฝนที่ไหลลงมาขวางสายตา แล้วจ้องกลับไปที่หน้าต่างชั้นแปดอีกครั้ง
แสงไฟในห้องยังสว่างอยู่
นทียังอยู่ข้างใน
และคานท์ก็รู้ว่าอีกไม่นาน นทีจะต้องลงมา
คืนนี้
เขาจะไม่ใช่แค่คนที่เฝ้ามองอีกต่อไป
เวลาผ่านไปอีกเกือบยี่สิบนาที
คานท์ยังคงยืนอยู่กับที่ แม้ร่างกายจะเย็นจนชาไปหมดแล้วก็ตาม เขานับเสียงหัวใจตัวเองเบา ๆ ในอก ราวกับกลัวว่าถ้าหยุดนับ มันจะหายไปพร้อมกับความแน่วแน่ที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
จนกระทั่งประตูคอนโดเปิดออก
แสงไฟสีขาวจากโถงทางเดินส่องออกมาเป็นทางยาว แล้วเงาร่างของนทีก็ปรากฏขึ้น ร่มสีฟ้าอ่อนกางขึ้นทันทีที่ก้าวออกจากชายคา เขายังถือโทรศัพท์อยู่ที่หูข้างหนึ่ง อีกมือยกขึ้นปัดผมที่เปียกเล็กน้อยตรงหน้าผาก
“ได้ครับ ฉันจะส่งโน้ตให้พรุ่งนี้เช้า… บายนะอาร์ท”
คำว่า “บายนะอาร์ท” ดังชัดเจนท่ามกลางเสียงฝน
คานท์รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในอกถูกบีบแน่น
ภาพในหัวของเขาวาดขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต
ภาพของนทียิ้มให้คนอื่น
ภาพของนิ้วมือที่อาจจะกำลังเล่นชายเสื้ออย่างเขิน ๆ
ภาพของอาร์ทที่อยู่อีกฝั่งสาย กำลังยิ้มเช่นกัน
ความกลัวที่เขากดไว้ตลอดสามเดือนค่อย ๆ ลอยขึ้นมาผิวน้ำ
“ถ้าฉันยังปล่อยไว้อย่างนี้…”
“ถ้านายเริ่มชินกับการมีคนอื่นอยู่ข้าง ๆ…”
“แล้วฉันล่ะ? ฉันจะเหลือแค่คนที่เฝ้ามองจากระยะไกลตลอดไปหรือ?”
คานท์ไม่รอให้คำถามเหล่านั้นมีคำตอบ
เขาเดินออกจากเงามืดในวินาทีที่นทีกดวางสาย
ฝีเท้าของเขาหนักแต่เงียบผิดปกติ
“นที”
เสียงเรียกนั้นดังขึ้นเมื่อเขายืนห่างจากนทีเพียงไม่กี่ก้าว
นทีสะดุ้งหันมา ดวงตากลมโตขึ้นเมื่อเห็นเงาร่างของคานท์ที่ยืนเปียกปอนอยู่ตรงหน้า
“คานท์? นาย… มายืนตากฝนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?”
คานท์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที
เขายืนนิ่ง มองนทีโดยไม่กะพริบตา
มองร่องรอยของรอยยิ้มที่ยังค้างอยู่ที่มุมปาก
มองนิ้วมือที่เพิ่งวางสายจากอาร์ท
แล้วในใจของเขาก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาอย่างชัดเจน
“ฉันจะไม่ยอมให้นายยิ้มให้ใครแบบนั้นอีกแล้ว”
นทียืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา ร่มสีฟ้าอ่อนยังกางอยู่ น้ำฝนไหลลงตามขอบร่มเป็นสาย ๆ
“คานท์ เสื้อนายเปียกหมดแล้ว…” นทีพูดด้วยน้ำเสียงกังวล “เข้าไปข้างในก่อนไหม ฉันไปเอาผ้าขนหนู—”
คานท์ไม่ได้ฟังจนจบ
เขายื่นมือไปคว้าข้อมือของนทีไว้แน่น แรงจนนทีรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แล้วดึงเข้ามาใกล้จนร่มหล่นลงพื้น
“ขึ้นรถ”
นทีชะงัก
“เดี๋ยวสิ ฉันยัง—”
“ขึ้นรถเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงของเขาต่ำและหนักแน่นจนไม่มีที่ว่างให้โต้แย้ง
นทีถูกดึงขึ้นรถสีดำอย่างง่ายดาย คานท์ขึ้นนั่งฝั่งคนขับ ปิดประตูดังปัง แล้วสตาร์ทรถทันทีโดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายแม้แต่นิด
รถพุ่งออกจากที่จอดคอนโดอย่างรวดเร็ว
ภายในรถเงียบกริบ มีเพียงเสียงฝนที่กระทบกระจกกับเสียงเครื่องยนต์
คานท์กุมพวงมาลัยแน่น นิ้วขาวโพลน
ในใจของเขายังคงวนเวียนอยู่กับภาพเมื่อสักครู่
ภาพที่นทียิ้ม
ภาพที่นทีพูดคำว่า “บายนะอาร์ท”
ภาพที่นิ้วมือของนทีอาจจะกำลังเล่นชายเสื้ออย่างเขิน
ความกลัวค่อย ๆ เปลี่ยนรูปเป็นความโกรธที่เงียบและเย็นชา
“ฉันปล่อยให้นายมีอิสระมานานเกินไปแล้ว…”
เขาคิดกับตัวเอง
“ฉันบอกตัวเองตลอดว่าการเฝ้ามองก็พอ แต่จริง ๆ แล้วฉันทนไม่ไหวตั้งแต่แรก”
คานท์เหลือบมองนทีจากด้านข้างเพียงเสี้ยววินาที
นทียังนั่งเงียบ มือทั้งสองวางบนตักอย่างเกร็ง
“เมื่อกี้นายคุยกับใคร” คานท์ถามขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบผิดปกติ
“อาร์ท… เขาขอโน้ตวิชาสถิติ”
“แล้วทำไมต้องคุยนานขนาดนั้น”
นทีเงียบไปครู่หนึ่ง
“ก็… เขาคุยเรื่องอื่นด้วย”
คานท์หัวเราะคิกเบา ๆ
เสียงหัวเราะนั้นแห้งและเย็นชาจนตัวเขาเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของมัน
“นที…” เขาเรียกชื่อนั้นเบา ๆ
“ฉันทนมานานพอแล้ว”
ความเงียบในรถยาวเหยียดจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัด
คานท์ขับรถต่อไปอีกสักพัก ก่อนจะหักพวงมาลัยเข้าซอยเปลี่ยวอย่างกะทันหัน แล้วจอดรถข้างทาง
เขาระบายหายใจออกมาช้า ๆ พยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในอก
“คานท์… นายโกรธอะไรหรือเปล่า?” นทีถามเสียงเบา
คานท์ถอดเข็มขัดนิรภัย แล้วหันมามองนทีโดยตรง
ในความมืดของห้องโดยสาร ดวงตาของเขามืดมัวและลึก
“ฉันไม่ได้โกรธ” เขาพูดเสียงต่ำ “ฉันแค่… กลัว”
นทีชะงัก
“กลัว…?”
คานท์เงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังเลือกว่าจะพูดความจริงออกไปมากน้อยแค่ไหน
“ฉันกลัวว่าสักวันหนึ่งนายจะหันไปหาคนอื่น” เขากล่าวช้า ๆ “กลัวว่านายจะยิ้มให้ใครแบบที่นายยิ้มให้ฉัน แล้วฉันจะต้องกลายเป็นคนที่ถูกทิ้งอีกครั้ง”
นิ้วมือของเขาที่วางบนพวงมาลัยเกร็งแน่น
“ฉันเคยถูกทิ้งมาตลอดตั้งแต่เด็ก นที… ฉันไม่ไหวแล้วที่จะมานั่งรอใครอีก”
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำฝนจากตัวเขาเต็มห้องโดยสาร
“ตั้งแต่วันที่นายยอมให้ฉันจูบครั้งแรก นายก็เป็นของฉันแล้วในใจของฉัน”
คานท์จับคางของนทีไว้เบา ๆ แต่แน่นพอที่จะไม่ให้นทีหันหนี
“คืนนี้นายจะไปกับฉัน”
“ไปไหน…”
“บ้านฉัน”
นทีตัวแข็งทื่อ
คานท์มองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับกำลังค้นหาคำตอบ
“ฉันจะไม่ทำร้ายนาย” เขากระซิบ “แต่นายต้องอยู่กับฉัน… อย่างน้อยก็คืนนี้”
ในใจของคานท์ยังคงมีความขัดแย้งอยู่ลึก ๆ
ส่วนหนึ่งอยากให้นทีมาเองด้วยความเต็มใจ
แต่อีกส่วนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่ากลับบอกเขาว่า
ถ้ารอให้นทีเต็มใจ เขาอาจจะต้องสูญเสียอีกครั้ง
และเขาไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นอีก
คานท์ไม่ได้รอให้นทีตอบอะไรเพิ่ม
เขารัดเข็มขัดนิรภัยอีกครั้ง แล้วสตาร์ทรถต่อโดยไม่พูดอะไรอีก รถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากซอยมืดเข้าสู่ถนนใหญ่
ฝนยังคงตกไม่หยุด
ความเงียบภายในรถครั้งนี้หนักหน่วงกว่าตอนแรก แม้แต่เสียงหยดน้ำที่กระทบกระจกยังดังชัดจนรบกวน
นทีนั่งนิ่ง มองออกไปนอกหน้าต่าง นิ้วมือกำชายเสื้อเบา ๆ
ส่วนคานท์ขับรถด้วยสายตาจ้องไปข้างหน้าตลอดเวลา มือข้างหนึ่งกุมพวงมาลัย อีกข้างหนึ่งวางอยู่บนต้นขาตัวเองอย่างเกร็ง
ในใจของเขายังคงวนเวียนอยู่กับคำพูดเมื่อสักครู่
“ฉันกลัว…”
เขาแทบไม่เคยพูดประโยคนั้นออกปากกับใครมาก่อน
แม้แต่กับตัวเองก็ยังพยายามปฏิเสธอยู่เสมอ
แต่คืนนี้เขายอมรับมัน
เขากลัวจริง ๆ
กลัวว่าถ้ายอมปล่อยให้นทีมีอิสระต่อไป นทีจะค่อย ๆ ห่างออกไปทีละนิด
กลัวว่าสักวันหนึ่งนทีจะพบคนที่ทำให้ยิ้มได้มากกว่าเขา
กลัวว่าตัวเองจะต้องกลับไปยืนรออยู่ตรงนั้นอีกครั้ง โดยไม่มีใครหันกลับมามอง
“ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นอีก…”
คานท์คิดกับตัวเอง
“แม้ฉันจะต้องเป็นคนเลวในสายตาของนายก็ตาม”
รถแล่นต่อไปอีกสักพัก ผ่านปั๊มน้ำมันที่ปิดแล้ว ผ่านร้านสะดวกซื้อที่มีไฟสว่างจ้าเพียงไม่กี่หลัง จนกระทั่งเลี้ยวเข้าซอยเล็ก ๆ ที่ไม่มีป้ายชื่อ
บ้านของคานท์ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เป็นบ้านสองชั้นสีเทาเข้ม รั้วสูง ทึบ และดูมืดมิดผิดปกติ ต้นไม้ใหญ่หลายต้นบดบังแสงไฟจากถนนจนภายในพื้นที่ดูเงียบสงัดและแยกออกจากโลกภายนอก
คานท์กดรีโมทเปิดประตูรั้ว รถแล่นเข้าไปในโรงรถอย่างช้า ๆ แล้วดับเครื่อง
ความเงียบหลังจากเครื่องยนต์หยุดทำงานนั้นหนักหน่วงยิ่งกว่าตอนขับรถ
เขาถอดเข็มขัดนิรภัย แล้วหันมามองนที
“ลงได้” เขาพูดเสียงต่ำ
นทีเงยหน้าขึ้นสบตา เห็นดวงตาของคานท์ที่มืดมัวและเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ทั้งอ่อนแอและอันตรายในเวลาเดียวกัน
คานท์เปิดประตูลงจากรถก่อน แล้วเดินวนมาเปิดประตูฝั่งนทีด้วยตัวเอง
“มา”
เขายื่นมือออกไป
ไม่ใช่การดึงแบบเมื่อกี้
แต่เป็นการยื่นมือให้จับ
แม้ในใจเขาจะรู้ดีว่า ไม่ว่านทีจะยื่นมือกลับมาหรือไม่
เขาก็จะไม่ยอมให้นทีหันหลังกลับไปแล้ว
นทีมองมือที่คานท์ยื่นมาให้เป็นเวลานาน
ในที่สุดเขาก็ค่อย ๆ ยื่นมือตัวเองวางลงบนฝ่ามือนั้นอย่างช้า ๆ
คานท์กำมือตอบเบา ๆ แต่แน่นหนา แล้วพานทีเดินเข้าสู่ตัวบ้าน
ภายในบ้านมืดและเงียบ เขาเปิดไฟเพียงดวงเดียวที่โถงทางเดิน แสงสีอุ่นส่องยาวไปตามพื้นไม้จนถึงบันได
คานท์พานทีขึ้นไปชั้นสองโดยไม่ปล่อยมือ
เมื่อถึงห้องนอน เขาเปิดประตู ดึงนทีเข้าไปข้างใน แล้วปิดประตูตาม
เสียงล็อกประตูดังคลิกเบา ๆ ในความเงียบ
นทียืนนิ่งอยู่กลางห้อง เสื้อผ้ายังเปียกชื้นจากฝน ผมเปียกปอน
คานท์ยืนอยู่ตรงข้าม มองเขาโดยไม่พูดอะไรเป็นเวลานาน
ในใจของคานท์ยังคงมีความขัดแย้งอยู่
ส่วนหนึ่งอยากเดินเข้าไปกอดนที แล้วบอกว่าเขากลัว
แต่อีกส่วนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่ากลับกระซิบว่า
“ถ้านายอ่อนแอตอนนี้ นายจะสูญเสียเขาอีกครั้ง”
คานท์หลับตาลงช้า ๆ แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตามืดลง
“คืนนี้นอนที่นี่” เขาพูดเสียงต่ำ “ฉันจะไม่ทำอะไรที่นายไม่พร้อม… แต่ฉันก็จะไม่ยอมให้นายกลับไปคอนโดคนเดียว”
นทีเงยหน้าขึ้นมองเขา
“คานท์… นายกลัวจริง ๆ เหรอ?”
คานท์เงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วเขาตอบอย่างช้า ๆ
“กลัว”
“กลัวจนทนไม่ไหว”
เขาก้าวเข้าไปใกล้นทีทีละก้าว จนยืนอยู่ตรงหน้าในระยะที่ใกล้
“ฉันรักนายมากจนกลัวว่าสักวันหนึ่งนายจะหายไป” เขากระซิบ “ดังนั้นคืนนี้… ให้นายอยู่กับฉัน”
คานท์ยื่นมือขึ้นไปแตะแก้มของนทีเบา ๆ
นิ้วสั่นเล็กน้อย
“แค่คืนนี้ก็พอ…”
แม้ในใจเขาจะรู้ดีว่า
“แค่คืนนี้” ที่พูดออกไปนั้น
ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรเลยแม้แต่น้อย
จบตอนที่ 1
บทล่าสุด
#19 บทที่ 19 วันที่พื้นที่ว่างเริ่มอยู่ได้นานขึ้น
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#18 บทที่ 18 วันที่ความเบาเริ่มมีรูปร่าง
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#17 บทที่ 17 วันที่ระยะห่างเริ่มเบาลง
อัปเดตล่าสุด: 10/22/2026#16 บทที่ 16 วันที่ความกลัวนั่งเงียบ ๆ
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#15 บทที่ 15 วันที่ความเงียบมีน้ำหนัก
อัปเดตล่าสุด: 10/19/2026#14 บทที่ 14 วันที่คำถามไม่ได้ออกมา
อัปเดตล่าสุด: 10/11/2026#13 บทที่ 13 คำที่ยังเลือกไม่คล่อง
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#12 บทที่ 12 วันที่ระยะห่างเริ่มมีชื่อ
อัปเดตล่าสุด: 10/9/2026#11 บทที่ 11 ระยะห่างที่ยังไม่ชิน
อัปเดตล่าสุด: 10/9/2026#10 บทที่ 10 รอยร้าวที่ยังไม่ปิด
อัปเดตล่าสุด: 10/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ













