บทที่ 3 ทดลองงาน
ตอนที่ 3 ทดลองงาน
“ถอดเสื้อผ้าออก...ช้าๆ”
“ถอด...เสื้อผ้า...ด้วยเหรอ” ผมก้มลงมามองเสื้อยืดสีซีดมีรอยยับเพราะไม่ได้รับการรีด จากนั้นเหลือบตาขึ้นไปมองหน้าตึงกับดวงตากร้าวของเจ้านายแล้วตัดสินใจทำตาม มุมปากหยักโค้งขึ้นทำมุมสวยอย่างพอใจ เมื่อผมเลื่อนมือลงไปจับชายเสื้อยืดยกถลกสูง
“กางเกงใน...ถอดให้หมด”
“แต่ผมหนาว” ฝ่ามือเล็กๆ ถูกเลื่อนลงไปปิดเป้ากางเกงในเก่าจนยานย้วย ส่วนอีกข้างผมใช้มันถูลูบไปตามท่อนแขนซึ่งเวลานี้ขนอ่อนๆ ทั่วทั้งตัวลุกตั้งชันเพราะอากาศเย็นจัด ผมทำงานกลางแจ้งสู้แดดแรงได้สบายๆ แต่พอเข้ามายืนอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ อย่างนี้มันเลยรู้สึกหนาวจนแทบทนไม่ได้
“ถอด...” น้ำเสียงแข็งดุกร้าวขึ้นมาทันที
“ครับ” ผมพยักหน้าสูดลมหายใจเข้าปอดลึก แล้วดึงกางเกงในปล่อยให้มันไหลจากเอวลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม ความอายจากร่างกายอันปราศจากเครื่องนุ่งห่ม มากพอๆ กับอายในความจน ที่แม้แต่เสื้อผ้ากางเกงในมันยังบ่งบอกให้รู้ว่าผมจนขนาดไหน รอยขาดทั้งรูเล็ก รูน้อย รอยด้ายสอยเข็มซ่อมปะเย็บมีให้เห็นชัดหลายจุด
“งานดีกว่าที่คิด...” นายฝรั่งขยับออกมาจากด้านหลังกล้อง ยืนจ้องจนจากที่ผมรู้สึกหนาวเหมือนจะแข็งตาย กลับกลายเป็นร้อนวูบวาบไปหมด แววตาคมลึกเหมือนมันจะเจาะเลาะแทะกินผมให้เหลือแต่กระดูก ความรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกผลักให้เข้าไปยืนในที่แคบ ทั้งที่ห้องนี้กว้างขวางใหญ่โต
“เธอสวยมากรู้ตัวมั้ย...ติดอยู่นิดเดียว”
“อะไร....”
“กลิ่นเธอนี่มัน...ไม่ไหวจริงๆ เอาล่ะเอาเสื้อผ้าพวกนี้ใส่ถุงดำแล้วเอาไปทิ้งถังขยะซะ”
“นี่มันเสื้อผ้าผมนะ”
“ฉันรู้ แต่มันเหม็น...ฉันไม่ชอบ ฉันเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่เอาไว้ให้เธอแล้ว แต่ก่อนอื่นไปอาบน้ำ”
ความมั่นใจที่มีน้อยอยู่แล้วหล่นวูบจากคอนโดมิเนียมชั้นห้าสิบหกตกลงไปจนถึงลานจอดรถชั้นหนึ่งทันที ผมยกหลังมือขึ้นมาสูดกลิ่นตัวเอง แล้วก้มลงไปเอาจมูกเข้าไปใกล้กับซอกรักแร้ มันก็แค่ได้กลิ่นเหงื่อนิดหน่อยเท่านั้นแต่คุณเฮนรี่นี่สิพูดเสียอย่างกับผมน่ารังเกียจนักหนา
ผมเดินแก้ผ้าตามหลังคุณเฮนรี่เข้ามาภายในห้องนอนขนาดใหญ่ จากนั้นมาหยุดอยู่ภายในห้องน้ำที่กว้างพอๆ กับห้องเช่าในสลัมของผม เช่นเคยมุมหนึ่งด้านบนผนังติดกับกำแพงห้อง กล้องตัวใหญ่ถูกยึดเอาไว้ โดยหันเลนส์ไปทางอ่างอาบน้ำสีขาวสะอาด คุณเฮนรี่โยนลูกบอลกลมๆ ขนาดเท่าลูกเทนนิสสีฟ้าใส่ลงไปสองก้อนใหญ่ จากนั้นเสียงปุดๆ เหมือนมีเครื่องอะไรอยู่ใต้น้ำดันฟองอากาศตีฟองฟูจนมองแทบไม่เห็นผิวน้ำ
“ลงไป...” คุณเฮนรี่พยักหน้าให้ผมก้าวขาลงไปแช่ในน้ำอุ่น
ผมนั่งมองคุณเฮนรี่หันจับขยับมุมกล้องอยู่พักหนึ่ง จากนั้นต้องสะดุ้งจนอยากกระโดดหนีออกไปจากอ่าง เมื่อนายฝรั่งขยับมายืนหันข้างแล้วปลดกระดุมเสื้อพร้อมถอดกางเกงของตัวเองออกจนหมด
“เอ่อ...คุณเฮนรี่” ผมขยับหันหน้าเข้าหากำแพงทันที เมื่อมีท่อนเนื้อยาวๆ ดีดตัวพุ่งออกจากเป้ากางเกงคุณเฮนรี่จนเกือบทิ่มตาผม
“หันมา” เสียงทุ้มพูดเบาๆ แต่ทรงพลังจนผมไม่อาจแกล้งทำเป็นหูทวนลม
“ครับ..” สายตามองต่ำสนใจฟองสบู่สีฟ้าขาว กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้องเหมือนเดินหลงเข้าไปอยู่ในดงดอกไม้ที่ผมไม่รู้จักชื่อ
“อ้าปาก”
“ฮะ” มืออุ่นจับใบหน้าของผมออกแรงดันมันให้หันกลับมาหาท่อนเนื้อขนาดใหญ่เท่าแขนน้องชายวัยห้าขวบ นิ้วหัวแม่มือกดกรีดไปตามกลีบปากพร้อมออกคำสั่ง
“อ้าปาก แล้วอมมันเข้าไป” นิ้วชี้ใหญ่ล้วงเข้ามาในโพรงปาก ตามด้วยนิ้วกลางกวาดล้วงแล้วกางอ้าปากผมให้กว้างขึ้น มืออีกข้างจับท่อนเนื้อใหญ่ แล้วใช้มันสาวแท่งเอ็นอวดส่วนปลายสีแดงที่ยื่นมาชิดติดกับปากของผม
“เลียมัน ดูดมัน อมมันเข้าไป”
“เอ่อ” ผมจ้องไอ้เจ้าท่อนเนื้อด้วยความมึนงงยังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าตกลงแล้วงานที่คุณเฮนรี่พูดถึงนั้นมันคืองานอะไรแน่ แต่ผมมีเวลาอึ้งได้แค่ไม่กี่วินาที คุณเฮนรี่เป็นฝ่ายกระแทกเอาท่อนเนื้อใหญ่ใส่เข้ามาในปาก แรงกระทุ้งดันท่อนเนื้อยาวหลุบลึกลงไปจนสุดคอหอย
“อ๊อก”
เพียะ โดยสัญชาตญาณฝ่ามือถูกสะบัดตบลงไปบนสะโพกแน่นเสียงดังเพียะใหญ่ น้ำหู น้ำตา รวมไปถึงน้ำลายไหลเปียกไปหมด ตั้งแต่เกิดจนโตมา ผมยังไม่เคยทำเรื่องอะไรอย่างนี้มาก่อน มุมปากเหมือนมันถูกฉีกจนเกือบขาดเพราะขนาดของใหญ่ที่สาวใส่แทงเข้าแทงออก กระพุ้งแก้มถูกกระทุ้งสลับกระแทกจนเจ็บระบม
“อื้อ อึก” กล้ามเนื้อขากรรไกรอ้าค้างจนเมื่อยขบ ก่อนที่ทุกอย่างดำเนินมาจนถึงตอนจบ เมื่อสะโพกแน่นอัดกระแทกลงมาเต็มแรง กลิ่นคาวคุ้นเคยตีพุ่งส่งกลิ่นฟุ้งมาจากในลำคอ ผ่านประสาทสัมผัสทั้งหมดจนผมขนหัวลุก
“อื้อ”
“อ๊ะ...” อารามความเจ็บและตกใจ เผลอกลืนสิ่งที่มันล้นอยู่ภายในปากลงคอ ก่อนจะจิกเล็บข่วนขูดถลกแผ่นหนังเจ้าของน้ำคาว
“ฮึ...ไหนว่าจะไม่ดื้อไง” ร่างสูงนั้นค่อยๆ ดึงท่อนเนื้อใหญ่ออกไปจากปาก จากนั้นใช้ไอ้ท่อนเอ็นแท่งยาวตบหน้าผมสามสี่ที จากนั้นปลายนิ้วเช็ดทำความสะอาดน้ำตาผสมน้ำลายที่เปื้อนเปรอะเขรอะไปทั่วหน้า
“ก็มันใหญ่เกิน...ผมเจ็บ คุณทำเบาๆ สิ” ผมดึงหัวไหล่ขึ้นมาเช็ดปากตัวเองซ้ำอีกรอบ ตอนที่เห็นรอยยิ้มพึงพอใจของเจ้านายฝรั่ง
ผมต้องนั่งอยู่ในอ่างเพื่อให้คุณเฮนรี่อาบน้ำ สระผม รวมถึงใช้ฟองน้ำเป็นไยสากๆ มาขัดตามเนื้อตามตัวตั้งแต่หัวลงไปจรดเล็บตีน หลังจากอาบน้ำสระผม ถูสบู่ ขัดตัวจนหนังกำพร้าแทบหลุด คุณเฮนรี่เอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้สามสี่ชุดพร้อมกำชับว่าให้ผมใส่มันเวลามาทำงาน
“ฉันจะให้แท็กซี่ไปส่งเธอที่บ้าน วันนี้เสร็จงานแล้ว...นี่เงินของเธอ” คุณเฮนรี่นั่งอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ด้านหน้ามีโทรศัพท์ ไอแพด แล็ปท็อปวางเรียงกันอยู่หลายเครื่อง ใกล้มือมีเหล้าฝรั่งขวดสวยมีร่องรอยการดื่มพร่องไปแล้วมากกว่าครึ่ง ธนบัตรใบละพันปึกหนึ่งถูกยื่นมาให้ผม
“เงินนี่...ของผมหมดเลยเหรอ” ผมดึงธนบัตรสีเทาแยกออกมานับทีละใบอย่างช้าๆ ในใจนับเลขหนึ่ง สอง สามด้วยความตื่นเต้น ผมทำงานหาเงินเอง ตั้งแต่อายุยังไม่ครบสิบห้า นี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำงานแล้วได้ค่าแรงมากกว่าหนึ่งหมื่นบาท
“สองหมื่น...คุณนับให้ผมผิดหรือเปล่า ทำไมมันเยอะจังเลย”
“ไม่ผิดหรอก นั่นค่าแรงของเธอวันนี้ ผลงานชิ้นแรกของเธอมีคนชื่นชอบมากทีเดียว ดูเหมือนเธอมีอะไรดีมากกว่าที่ฉันคิด...ค่าแรงตามความสามารถ”
“แล้ว...มันได้ถึงหนึ่งแสนไลก์อย่างที่คุณต้องการมั้ย” ผมชะเง้อคอมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์และไอแพด แม้ไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่คุณเฮนรี่พูด แต่เมื่อนับจำนวนเงินในมือนี่หมายความว่าต้องมีคนกดไลก์อะไรนั่นมากถึงสองแสน
“มันดีกว่าที่ฉันคิดเยอะ นี่ทะเบียนรถแท็กซี่ที่จะมารอรับเธอข้างล่าง ฉันจ่ายค่ารถให้เรียบร้อยแล้ว”
“แล้ว...คุณจะจ้างผมต่อมั้ย”
“นั่นขึ้นอยู่กับเธอ ว่าเธอโอเคหรือเปล่า ฉันไม่ชอบบังคับใคร”
“เรา...ผมต้องทำแบบนี้ทุกครั้งอย่างนั้นเหรอครับ”
“ไม่ มันจะเปลี่ยนไป ทั้งเวลา สถานที่และสิ่งที่เธอต้องทำ”
“ไม่ต้อง...อมไอ้นั่น...ทุกครั้งใช่มั้ย” ผมกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ ยังรู้สึกเมื่อยปากไม่หาย กลิ่นน้ำรักคาวๆ รสชาติหวานปะแล่มๆ เหมือนมันยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น
“ครั้งหน้ามันจะหนักกว่านี้ ฉันให้เวลาเธอกลับไปคิดทบทวนให้ดีว่าจะทำงานกับฉันต่อ หรือว่าจะกลับไปขายนมเปรี้ยวกลางสี่แยกอย่างเดิม” คุณเฮนรี่ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ฝ่ามือนุ่มอุ่นพอดีวางลงมาตรงข้างแก้มก่อนจะเกลี่ยเบาๆ
"แล้วถ้าสมมุติว่าผมจะทำต่อ ผมต้องทำอะไรบ้าง"
"นอนกับฉัน ทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง"
"นอนกับคุณ...ผมเป็นกะหรี่เหรอ?"
"ฮึ...ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก เพราะผู้ชายขายตัว อาจมั่วนอนกับคนไม่เลือกหน้าได้ แต่เธอมีหน้าที่นอนกับฉันเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะเบื่อหรือมีคนใหม่....เข้าใจมั้ย"
"ครับ...เข้าใจแล้ว"
ตกเย็นวันนี้ผมเซอร์ไพรส์น้องๆ ด้วยการพามาเดินตลาดนัดด้านหลังสลัม เลือกซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับทุกคนเหมือนที่ผมได้รับมาจากคุณเฮนรี่ จากนั้นเราเดินจูงมือกันเลือกซื้อขนม กับข้าวที่อยากกินคนละหนึ่งอย่างเพื่อนำมันกลับไปกินที่ห้อง
“วันนี้พี่เนยหล่อจัง” นัทน้องชายหันมายิ้มให้ขณะที่เราสองคนยืนมองน้องชายคนเล็กเล่นบ้านเป่าลม บ้านบอลท่าทางสนุกมาก
“อย่างนั้นหรือ” ผมก้มลงมองเสื้อยืดใหม่เอี่ยมที่สวมอยู่ มองเล็บมือที่ถูกขัดจนขาวสะอาด
“อืม หล่อมากเลย”
“เจ้านายพี่เขา...รักสะอาดน่ะ”
“เขาใจดีกับพี่เนยใช่มั้ย แล้วงานที่พี่เนยทำเหนื่อยหรือเปล่า ลำบากมั้ยครับ”
“มันก็...ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก”
ผมแกล้งหันหน้ากลับไปมองร้านค้าด้านหลัง กัดเม้มริมฝีปาก พลางกวาดลิ้นสัมผัสกระพุ้งแก้มที่ถูกแทง ถูกกระแทกจนระบม อารมณ์ความรู้สึกขมขื่นตีบตื้นตีวนจนรู้สึกมวนในท้องแปลกๆ พลันคำพูดของคุณเฮนรี่ไหลกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งเกี่ยวกับหน้าที่การงานที่จำเป็นต้องทำในครั้งถัดไป
“พี่เนย” เจ้าตัวเล็กวิ่งเข้ามากระโดดกอดผม แก้มขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้ม เหงื่อไหลตั้งแต่ไรผมลงมาจนถึงแก้ม
“สนุกมั้ย”
“สนุกมากเลย” น้องชายวัยห้าขวบที่ทุกครั้งเวลาผมพามาเดินตลาดจะกระตุกชายเสื้อขอให้ผมพามายืนดูเด็กคนอื่นๆ เล่นบ้านเป่าลม เพราะรู้ว่าเราจำเป็นต้องเก็บเงินยี่สิบบาทนั้นเอาไว้ใช้จ่ายในสิ่งอื่นที่จำเป็นกว่าแค่ความสนุกสนาน หากแต่วันนี้เจ้าตัวเล็กของผมมีโอกาสได้เข้าไปวิ่งเล่นข้างในแล้ว
“วิ่งเล่นเยอะอย่างนี้ ถ้าคืนนี้นอนไข้ขึ้นอีกละก็พี่ไม่เช็ดตัวให้แล้วนะ” นัทดึงเอาแก้มชมพูนั้นไปฟัดหอมเสียงดังฟอดใหญ่
“ไม่เป็นไข้แล้ว นุหายแล้ว” หน้ากลมเอียงมายิ้มอย่างร่าเริง
"พอได้วิ่งเล่นล่ะหายไข้เชียว ไปกลับบ้านเรากันเถอะ" มือทั้งสองยื่นออกไปจูงมือน้องชายทั้งสองเพื่อกลับบ้าน
ผมยืนยิ้มอย่างมีความสุขให้กับเสื้อผ้าชุดนักเรียนใหม่ของน้องชายคนรอง รวมถึงเสื้อยืด กางเกง ทั้งขาสั้นขายาวตัวใหม่สีสดใสที่มันถูกเอามาซักตากไว้บนราวหลังบ้าน กลิ่นกับข้าวแกงถุงหอมๆ ลอยมาพร้อมกับเสียงหัวเราะของน้องชาย ดวงตาเป็นประกายสองคู่นั้นเองที่ปัดเป่าความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย อับอายทั้งหลายทำให้ผมลืมมันไปจนสิ้น
“พี่เนยมากินข้าวกัน”
“อืม”
ติ้ด ติ้ด เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือกระตุกผมให้ออกมาจากความคิด ความฝัน จินตนาการอันแสนสุข ดวงตากลมใสไร้เดียงสาสองคู่ชะเง้อคอนั่งรอให้ผมไปร่วมวงกินข้าวเย็น
เนย : สวัสดีครับคุณเฮนรี่
เฮนรี่ : ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะทำงานกับฉันต่อหรือเปล่า / ผมรู้สึกเหมือนถูกผลักให้ไปยืนอยู่ในห้องมืด ความคิดดิ่งลึกลงไป ภาพห้องเช่าเก่าแสนโทรมพร่าเลือน มีเพียงใบหน้าของน้องชายทั้งสองเท่านั้นที่ยังคงชัดเจนในเวลานี้ ผมเบนสายตาหลบมองกลับไปยังราวตากผ้าหลังห้องเห็นรองเท้านักเรียนคู่ใหม่ที่น้องชายร้อยเชือกวางเอาไว้เตรียมสำหรับใส่ไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ นี่คือสิ่งที่ผมพยายามไขว่คว้ามาตลอด ความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสุขสบายของน้องๆ
เนย : ครับ...ผมตกลง
