บทนำ
"นอนกับฉัน ทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง"
"นอนกับคุณ...ผมเป็นกะหรี่เหรอ?"
"ฮึ...ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก เพราะผู้ชายขายตัวอาจมั่วนอนกับคนไม่เลือกหน้า แต่เธอมีหน้าที่นอนกับฉันได้แค่คนเดียวเท่านั้น อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะเบื่อ หรือมีคนใหม่....เข้าใจมั้ย"
"ครับ...เข้าใจแล้ว"
“ก็ดีครับ แต่ผมชอบนอนกอดน้องๆ มากกว่า”
“นี่กอดของฉันมันไม่ได้เรื่องขนาดสู้น้องชายสองคนของเธอไม่ได้เชียวเหรอ”
“ผมไม่ได้ว่ากอดคุณเฮนรี่แย่สักหน่อย แต่นุกับนัทเป็นน้องชายที่ผมรักมากที่สุด การได้นอนกอดคนที่เรารักมันก็ต้องรู้สึกดีกว่าอยู่แล้วนี่ครับ ต่อให้มันจะเป็นแขนสั้นๆ กับบางครั้งอาจถูกตีศอก ตีเข่าบ้าง แต่นั่นแหละผมมีความสุขทุกครั้ง ทุกคืนที่พวกเราสามคนได้นอนกอดกัน”
“แล้วฉันล่ะ...เธอไม่....รู้สึกอะไรเลยเหรอ”
“ผมจะไปรู้สึกอะไรได้เล่าครับ ก็คุณเฮนรี่เป็นคนสั่งห้ามเอาไว้เองว่าระหว่างเราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน ผมไม่กล้าคิดอะไรเกินเลยกันคุณหรอก ผมกลัวตกงาน โลกนี้มีผู้ชายสามคนที่ผมยอมให้กอด ยอมให้จูบ อันดับหนึ่ง อันดับสอง นอนอยู่ห้องโน้น ส่วนอีกคนคุณเฮนรี่คงรู้ว่าเป็นใคร”
“ฮึ่ม...มันเขี้ยวจัง”
บท 1
ตอนที่ 1
สัญญาณไฟจราจรสีแดงตรงห้าแยกเป็นสัญญาณบอกให้รถทุกคันบนถนนต้องหยุดลง แต่มันคือสัญญาณไฟเขียวในการออกไปหาเงินของผม นมเปรี้ยวขวดเล็กซึ่งถูกเรียงใส่ไว้ในถุงพลาสติกแช่ถังน้ำแข็งเย็นๆ ถูกผมหิ้วเดินฝ่าเปลวแดดของยามบ่าย ออกไปเร่ขายมันให้กับผู้คนที่นั่งตากแอร์เย็นๆ อยู่ภายในรถทั้งคันเล็ก คันใหญ่
“พี่เอานมเปรี้ยวมั้ยครับ” ประโยคคำถามแบบเดิมซ้ำๆ ที่วันหนึ่งๆ ผมต้องพูดมันเป็นพัน เป็นหมื่นรอบ แขนสองข้างยกขึ้น ยกลงอวดนมเปรี้ยวในมือจนปวดร้าวล้าระบม เปลวแดดแผดเผาทะลุผ้าคลุมแบบไอ้โม่งที่ผมใช้มันโพกหัวเพื่อบดบังเปลวแดดที่รุนแรงไม่ต่างกับเปลวไฟ
“ขายเท่าไหร่?” กระจกข้างของรถยนต์คันหนึ่งถูกเลื่อนลงไป แทนที่ด้วยใบหน้าหล่อคมคายที่หากใครเห็นคงต้องยืนตะลึงตาค้างหรืออาจเผลอมองจนเหลียวหลังเพื่ออยากเห็นใบหน้านั้นซ้ำอีกหน
“ถุงเล็กหนึ่งโหล ร้อยสี่สิบบาทครับ ถุงใหญ่สองโหลสองร้อยหกสิบบาท พี่เอาถุงเล็กหรือถุงใหญ่ดีครับ”
“เอาถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่ดีครับทุกคน” ผู้ชายคนนั้นทำท่าเหมือนหันไปปรึกษากับใครสักคน หากแต่เมื่อผมชะเง้อคอมองผ่านเข้าไปกลับไม่เห็นใครนอกจากโทรศัพท์มือถือที่มันห้อยอยู่กับก้านยึดสีดำบนหลังคารถ
“เอ่อ...พี่ถามผมเหรอ”
“เปล่า...ถามคนอื่นน่ะ อยากขายถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่” เสียงทุ้มต่ำหวานเต็มไปด้วยเสน่ห์ตอบผมกลับมา บนหน้าจอโทรศัพท์ที่มันสว่างๆ ด้านหลังแสดงภาพผู้ชายคนนี้มีจุดสีแดงเล็กๆ ลอยขึ้นมาจนเต็มหน้าจอ ใบหน้าหล่อจนเกินพอดียื่นดันสันจมูกโด่งพ้นขอบกระจกรถออกมาด้านนอก
"ว่ายังไง...อยากขายถุงเล็กหรือว่าถุงใหญ่"
“อยากขายหมดนี่เลย” ผมตอบตามความเป็นจริง แล้วยกหัวไหล่ขึ้นมาถูเช็ดเม็ดเหงื่อที่กำลังไหลลงมาตามกรอบหน้า อากาศช่วงบ่ายร้อนระอุจนเสื้อผ้าเปียกแฉะไปทั้งตัว
“ฮึ โลภมากเหมือนกันนะเรา”
“พี่จะซื้อมั้ย ไฟจะเขียวแล้ว ผมจะเดินไปขายให้คันอื่น” ผมแหงนคอขึ้นไปมองไฟแดงบนเสาสัญญาณสูงเริ่มนับถอยหลังไปเรื่อยๆ กระวนกระวายใจเพราะรอบนี้ยังขายไม่ได้สักถุงเดียว
“ได้ฉันซื้อหมดนั่นก็ได้” คิ้วเข้มกระตุกสูง ใบหน้าหล่ออย่างเทพเจ้าพยักลงมายังถุงในมือ
“ซื้อหมดนี่จริงนะ”
“จริงสิฉันไม่โกหกเธอหรอก...นี่เงิน...ไม่ต้องทอน” ธนบัตรใบละพันสองใบถูกยื่นมาให้ แต่เพราะมือสองข้างของผมพะรุงพะรังไปด้วยถุงหิ้วหกเจ็ดชุด หัวไหล่ปวดจนแทบยกไม่ขึ้น ผมจึงยื่นปากออกไปคาบธนบัตรสองใบนั้นไว้แล้วรีบส่งนมเปรี้ยวให้ผู้ชายนิสัยรวย ทันเวลากับสัญญาณไฟเขียวพอดิบพอดี
“ขายได้หมดเลยเหรอพี่เนย” น้องชายตัวเล็กที่กำลังนั่งไถรถของเล่นพลาสติกเก่าๆ ซึ่งเมื่อวานก่อนผมเก็บมาจากถังขยะกระตุกลุกขึ้นมานั่งตัวตรงทันที เมื่อเห็นผมเดินกลับเข้าไปยังใต้สะพานใหญ่ข้ามแยกด้วยมือเปล่า
“อืม ขายหมดเลย นี่ไงเงิน” ผมชูธนบัตรมีค่าสองใบอวดให้น้องชายคนเล็กเห็น
“ไชโย” นุ น้องชายวัยห้าขวบลุกขึ้นมากระโดดจนกางเกงขาสั้นยางยืดจนย้วย หลุดลงไปกองอยู่ตรงหัวเข่า เจ้านุน้อยห้อยโผล่ลงมาอยู่กลางห้าแยก เราสองคนพี่น้องนั่งหัวเราะกันอย่างมีความสุข ก่อนจะช่วยกันเอานมเปรี้ยวในถังน้ำแข็ง ขึ้นมาเรียงใส่ถุงพลาสติกใหม่เพื่อรอขายในรอบไฟแดงถัดไป
“ทำไมวันนี้พี่เนยกลับเร็วล่ะ” นัท น้องชายวัยสิบขวบยังอยู่ในชุดนักเรียนประถมเก่าจนเหลืองเงยหน้าขึ้นมาถาม
“วันนี้ขายหมดเร็วน่ะ พี่ซื้อกับข้าวมาให้นัทด้วย ฝากนัทหาข้าวให้น้องกินด้วยนะ เดี๋ยวพี่จะรีบไปร้านเฮียโก้ต่อวันนี้ที่ร้านเขามีงาน ต้องไปช่วยเขาหลายอย่าง” ผมรีบเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเก่าๆ มาจากไม้แขวน แล้วเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ที่ผมใส่มันซ้ำไปซ้ำมานานหลายปี สีเดิมจากดำซีดจางจนเกือบกลายเป็นสีเทา
“พี่เนยไม่กินข้าวก่อนเหรอ” น้องชายคนรองนั่งขัดสมาธิแกะหนังยางแกงถุงที่ผมซื้อกลับมาเทใส่ชามอยู่กลางห้องเช่าเล็ก
“วันนี้ไม่กินหรอก เดี๋ยวพี่ไปกินที่ร้านเฮียโก้ แล้วก็...อันนี้ค่าเทอมของนัท พรุ่งนี้เอาไปให้ครูนะ พี่ไปทำงานล่ะ”
ธนบัตรหลายสี ต่างมูลค่าที่ผมรวบรวมเก็บมาตลอดทั้งเดือน หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ถูกหนังยาวสีแดงมัดรวมกัน แยกเป็นธนบัตรสีแดง สีเขียว นับครบจบตามจำนวนเป็นค่าเทอมของน้องชายผมต้องจ่ายก่อนถึงวันสอบปลายภาคเรียน ห่อไว้ด้วยถุงพลาสติกถูกยื่นให้น้องชาย
“พี่เนย...” ดวงตาเล็กเรียวรีไร้เดียงสาช้อนขึ้นมาพร้อมกับม่านน้ำใสสะท้อนแสงไฟเป็นประกาย
“พี่ไปทำงานก่อนนะ อย่าพาน้องนอนดึกล่ะ” ผมหันไปหอมหัวน้องชายสองคนก่อนจะวิ่งออกมาตามตรอกเล็กๆ ของสลัมใหญ่ที่พวกเราสามพี่น้องใช้มันอาศัยโดยปราศจากผู้ใหญ่ที่ใครๆ เรียกกันว่าพ่อแม่
ร้านเฮียโก้ เป็นร้านคาราโอเกะกึ่งผับ เปิดให้บริการตั้งแต่หนึ่งทุ่มไปจนถึงตีสองหรือบางทีก็ลากยาวจนถึงตีห้าหรือหกโมงเช้าหากลูกค้าเยอะ เมื่อเก็บร้านเสร็จผมถึงจะได้กลับไปนอนพักสักสองหรือสามชั่วโมง แล้วจึงออกไปรับนมเปรี้ยวเพื่อนำไปขายต่อ
“ดาราเหรอพี่” ผมเขย่งปลายเท้าพยายามยืดคอมองไปยังเวทีกลางเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดของคนในร้าน
“เน็ตไอดอลมั้ง หล่อฉิบหาย”
“ทีแรกผมนึกว่าเขามาถ่ายหนังกัน มีแต่คนสวยๆ หล่อๆ ทั้งนั้นเลย” ผมรำพึงออกไปเพราะมองจากระยะไกลเห็นกล้องจำนวนมากทั้งกล้องเล็ก กล้องใหญ่ กล้องมือถือหันไปทางผู้ชายที่ยืนเด่นอยู่กลางเวที
"เขาเรียกอะไรวะ...แอคคง แอคเค่ออะไรไม่รู้ เห็นเฮียโก้บอก"
"อ่อ" ผมพยักหน้าทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจความหมาย
ผมไม่มีเวลาสนใจคนพวกนั้นเท่าไหร่นักเพราะมัวแต่ออกไปยกลังเหล้า ลังเบียร์ ตักน้ำแข็ง อีกทั้งยังต้องเข้าไปเตรียมอาหารออเดิร์ฟต่าง ๆ ข้างในครัว แค่หน้าที่เหล่านี้มันก็ยุ่งจนผมแทบไม่มีเวลาหายใจแล้ว
“เอ้า...ไอ้เนย” พี่พนักงานคนหนึ่งยื่นจานอาหารของลูกค้าที่เก็บใส่ถาดมาจากข้างนอกวางลงบนโต๊ะ
“ขอบคุณครับ”
เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาล่วงเข้าตีสาม นักเที่ยวกลางคืนเกินครึ่งทยอยออกไปจากร้าน พวกเราจึงมีโอกาสรีบไปเก็บเคลียร์แก้ว เคลียร์จานมาเตรียมล้างเพื่อจะได้กลับบ้านไวขึ้นไก่ทอด ไส้กรอก ของเหลือเดนที่ยังอยู่ในสภาพดี ถูกผมแยกใส่กล่องพลาสติกเก็บไว้ต่างหากเพื่อนำมันกลับไปเป็นอาหารสำหรับตัวเองและให้น้องชายทั้งสองได้กิน
รถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ในมุมมืดระหว่างทางเดินกลับบ้าน ผมชะงักฝีเท้า ตกใจจนเกือบขว้างถุงกับข้าวในมือทิ้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องเหมือนมีใครกำลังได้รับความเจ็บปวดทรมาน ดังลอดออกมาจากรถคันใหญ่ แรงสั่นสะเทือนเคลื่อนขยับ โยกขึ้น โยกลงของรถกับเสียงที่ได้ยินนั้นทำให้ผมพอเดาออกว่าด้านในนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้น
“อ๊า...ซี้ด”
ตึง ฝ่าเท้าสีขาวขนาดใหญ่พาดทาบติดบานกระจก มองเห็นเงารางๆ เป็นท่อนขาสองข้างกางชี้ชูสูงจนติดหลังคา เสียงคำรามฮึ่มฮัมสะใจในลำคอ รับกับเสียงกระแทกหนักๆ เหมือนมีคนชกต่อยกัน แต่ผมว่ามันไม่ใช่เพราะภายในรถแคบนั้นคงมีคนทำอย่างอื่นกันมากกว่า
“อ๊า....” ใบหน้าผู้ชายคนหนึ่งทะลึ่งพรวดโผล่ขึ้นมาชิดบานกระจก ดวงตาโตเบิกกว้างมองมายังผมก่อนจะร้องห้ามใครอีกคนด้านใน
“เดี๋ยวครับเฮนรี่ มีคนแอบดูเรา”
“เปล่าแอบดูสักหน่อย” ผมเถียงออกไปเบาๆ แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปตามทางเพื่อกลับบ้าน ไล่หลังมานั้นผมได้ยินเสียงปิดประตูรถดังโครมใหญ่
“เดี๋ยว..” มือหนาแต่ทว่านุ่มมาก กระชากผมจนเกือบล้มลงนอนกองบนถนน
“เอ๋...คุณที่ซื้อนมผม เมื่อกลางวันนี่...” ผมจำหน้าหล่อๆ นั้นได้ในทันที
“ซื้อนม...หรือว่าเธอคือเด็กขายนมเปรี้ยวเมื่อกลางวันอย่างนั้นเหรอ” ดวงตาคมหรี่ลงมามองผม ก่อนจะยิ้มแปลกๆ
“อืม...แต่ผมไม่ได้แอบดูคุณนะ” ผมก้มหน้าเบนสายตาไปทางอื่น เพราะไม่อยากมองคนหล่อมากแบบตรงๆ มองนานๆ แล้วผมรู้สึกใจคอไม่ดียิ่ง เจ้าของรถยนต์วิ่งลงมาทั้งที่ตัวเองมีเพียงเสื้อเชิ้ตผ่าอกไม่ติดกระดุม กับกางเกงในที่มันแหวกเป้าตรงกลางจนท่อนเนื้ออันใหญ่โผล่ยาวยื่นชี้ออกมาด้านนอก ส่วนหัวรูปทรงเหมือนดอกเห็ดเป็นสีแดงยังมีคราบน้ำขาวๆ เป็นเมือกเคลือบอยู่เต็มลำ
“กลางวันขายนม...กลางคืนมาขายอะไร”
บทล่าสุด
#39 บทที่ 39 แค่คนเดียว (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#38 บทที่ 38 กลุ่มลับพนักงาน
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#37 บทที่ 37 [Part จีน] แฟนใหม่...กว่าเดิม
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#36 บทที่ 36 เรียกมันว่า...ความสุข
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#35 บทที่ 35 มวยถูกคู่
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#34 บทที่ 34 สามีครับ
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#33 บทที่ 33 เหตุผลของการเลิกรา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#32 บทที่ 32 สีแดง 2 ขีด
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#31 บทที่ 31 คุณสามีที่รัก
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#30 บทที่ 30 คนที่ตามหา
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
ภรรยาลับที่ท่านประธานไม่เห็นค่า
เธอเป็นภรรยาที่เขาซ่อนไว้ในเงามืด เป็นผู้หญิงที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขาต่อหน้าผู้คน
เป็นคนที่รักเขาหมดหัวใจ…ในวันที่เขามองเธอเป็นเพียงเงื่อนไขของพินัยกรรม
ม่านไหมเคยคิดว่า หากเธออดทนมากพอ สักวันภาคินจะหันมาเห็นค่าความรักของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชา ข่าวหมั้นของเขากับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า และคำถามที่ทำลายหัวใจที่สุดในชีวิต“เด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
คืนนั้นเอง เธอจึงเดินออกจากชีวิตเขา พร้อมลูกน้อยในครรภ์และหัวใจที่แตกสลาย
ภาคินเคยคิดว่าการเสียม่านไหมไปเป็นเพียงเรื่องเล็กจนวันที่เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอดคือคนที่รักเขาจริงที่สุดและลูกในท้องของเธอ…คือลูกสาวของเขาแต่เมื่อเขาตามไปขอโอกาส ความลับในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา พ่อของม่านไหมถูกใส่ร้าย ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบซ้ำ หญิงอีกคนพร้อมทำลายเธอให้ย่อยยับ และความรักที่มาช้าเกินไปของภาคิน อาจไม่พอจะเยียวยาบาดแผลที่เขาได้เป็นคนสร้างเอาไว้
รักระรินใจ
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
รักไม่หลอก
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"













