บทที่ 1 บทนำ

แทนรักยกมือเรียวขึ้นมากุมท้องน้อยของตัวเอง ในขณะที่ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังประตูบานใหญ่ของโรงพยาบาล สิ่งที่ฉายชัดออกมาจากสายตาของหญิงสาวที่อยู่ภายใต้เดรสสีหวาน คือความหวาดหวั่นไม่มั่นใจ ไม่รู้เลยว่าควรเดินไปข้างหน้าหรือว่าถอยหลังกลับ

เมื่อความเป็นจริงก็รู้ทั้งรู้ ว่าคนที่อยู่ในนั้นไม่ต้องการจะต้อนรับ พอเห็นหน้าเธอเขาอาจจะไล่ตะเพิดให้เป็นที่อับอายเลยก็ได้ แทนรักถอนหายใจออกมา แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจก้าวเข้าไป พร้อมกับก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือ ซึ่งก็คือข้าวปลาอาหารที่เตรียมมาฝากสามี ตามคำสั่งของคนที่ให้กำเนิดเขามา

ทว่าแทนรักยืนคงอยู่กลางแจ้งนานเกินไป หรืออาจจะเป็นเพราะการเดินทางที่ค่อนข้างลำบากหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ที่ทั้งเดิน ทั้งขึ้นนั่งรถมอเตอร์ไซค์ และปิดท้ายด้วยการก้าวมายืนนิ่งอยู่ที่หน้าโรงพยาบาล ส่งผลให้ทันทีที่เธอก้าวผ่านขอบประตู ก็เกิดอาการหน้ามืดตามัว วิงเวียนศีรษะจนยืนไม่ไหว

และคงล้มตึงหัวฟาดพื้นไปแล้ว ถ้าหากว่าร่างกายที่โงนเงนจะไม่มีคนข้างหลังรับเอาไว้

“คุณ เป็นอะไรหรือเปล่า... ช่วยด้วยครับ คนเป็นลม”

แทนรักได้ยินเสียงคนแปลกหน้าร้องลั่น แต่วินาทีนั้นเธอมองไม่เห็นความเคลื่อนไหวของคนรอบข้างอีกต่อไป หญิงสาวหลับตานิ่ง หวังว่าพอลืมตาขึ้นมาทุกอย่างคงเป็นเหมือนเดิม คงมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะเดินเองได้ แต่เรื่องกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลย เพราะหลังจากที่เธอปิดเปลือกตาลง รอบข้างก็มืดมิด นิ่งงัน

รู้ตัวอีกทีแทนรักก็นอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล... คิ้วสวยของหญิงสาวขมวดเข้าหากันทันที เมื่อได้พบว่าคนที่ยืนอยู่ข้างกายเป็นนางพยาบาลสาว ซึ่งกำลังจัดการกับอะไรสักอย่างที่ตั้งอยู่ข้างเตียง แนวเดียวกับศีรษะของเธอ

“ไม่ทราบว่าคุณแม่จะฝากครรภ์ที่นี่เลยหรือเปล่าคะ”

สองชั่วโมงผ่านไป หลังจากที่นอนนิ่งรับน้ำเกลือจนหมดขวด แทนรักที่กำลังเก็บข้าวของของตัวเอง และจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองคุณพยาบาลสาวที่เดินเข้ามาถาม ใบหน้างามฉายชัดถึงความแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบาว่าเหตุใดหล่อนจึงทราบ

“ระ รู้ได้ยังไงคะ”

“รู้สิคะ ตอนที่คุณเป็นลม เราจำเป็นต้องค้นหาบัตรประจำตัวประชาชน ก็เลยเห็นที่ตรวจครรภ์ที่คุณนำมาด้วย... คุณหมอบอกว่าคุณน่าจะอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง แล้วก็พักผ่อนไม่เพียงพอด้วยใช่ไหมคะ”

มือเรียวของพยาบาลสาวชี้ที่ขอบตาของตัวเองพร้อมกับสีหน้าลำบากใจ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คนไข้อายหรอก แต่ก็ต้องพูดออกไปเพราะความจริงมันเป็นอย่างนั้น

“สรุปว่าจะฝากครรภ์ที่นี่ไหมคะ ถ้าฝาก... ดิฉันจะได้ไปเดินเรื่องให้”

แทนรักลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เนื่องจากว่าเธอยังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้กับสามีทราบ และที่มาในวันนี้... นอกจากจะเอาของว่างมาฝากตามที่แม่สามีสั่งการ เธอก็ต้องการมาปรึกษาเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่พอไม่ตอบ คุณพยาบาลสาวก็ส่งสายตามาคาดคั้น ท้ายที่สุดแทนรักก็เลยพยักหน้ารับ ด้วยความเกรงใจและไม่อยากให้อีกฝ่ายรอนาน

“ถ้าอย่างนั้นไปนั่งรอหน้าห้องตรวจก่อนนะคะ เดินไหวหรือเปล่า อยากได้รถเข็นไหม”

“ไหวค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“งั้นเชิญทางนี้ได้เลยค่ะ”

ว่าที่คุณแม่มองตามร่างอวบของคุณพยาบาล ก่อนจะหันมองไปทางนั้นทีทางนี้เผื่อว่าจะเห็นร่างสูงของคนที่คุ้นเคย แต่คงยากที่จะเจอชายหนุ่มในห้องฉุกเฉิน เนื่องจากว่าเขามีหน้าที่ประจำอยู่ที่อื่น และเวลานี้ก็คงจะวุ่นวายอยู่ที่ไหนสักแห่งของโรงพยาบาล

งั้นเอาไว้ก่อนก็ได้ อย่างไรก็ต้องฝากครรภ์อยู่แล้ว จะแจ้งข่าวกับเขาตอนไหนก็คงเหมือนกัน

เมื่อคิดได้อย่างนั้นแทนรักก็รีบจ้ำอ้าวเดินตามคุณพยาบาลสาว ไปยังแผนกสูตินรีเวช ส่งต่อเคสของเธอให้กับพยาบาลคนอื่น จากนั้นก็ปล่อยให้นั่งรออยู่หน้าห้อง... ระหว่างนั้นก็ทำตามที่พยาบาลสั่งการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน

เวลาผ่านไปไม่นานพยาบาลก็เรียกชื่อเข้าห้องตรวจ แทนรักก็รีบเก็บของเมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชะงักค้าง ไม่ยอมอ่านนามสกุล พอหันไปมองก็เห็นพยาบาลสองคนยืนซุบซิบกัน ก่อนที่จะอ่านมันออกมาในที่สุด ทว่าหลังจากนั้นทั้งพยาบาล ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ได้ยิน ต่างก็มองมาที่แทนรักเป็นตาเดียว

ซึ่งเธอไม่ได้ติดใจอะไรหรอก ก็แค่งงเล็กน้อย... จึงได้แต่ก้มหน้างุดแล้วเดินตามคุณพยาบาลเข้าไป เธอกล่าวสวัสดีทักทายพร้อมกับวางกล่องข้าวที่ถือมาด้วยและวางไว้ตรงเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะนั่งลงไปตรงหน้าคุณหมอหนุ่มหน้าตาดี แต่แทนที่อีกฝ่ายจะถามไถ่อาการของว่าที่คุณแม่ กลับเลือกที่จะถามคำถามที่ทำให้แทนรักลำบากใจ

“คุณแทนรัก... ภรรยาของหมอธุ ใช่ไหมครับ?”

บทถัดไป