บทที่ 3 ภรรยาหมอธุ2
“ผมโทร. บอกหมอธุแล้ว ตอนนี้น่าจะกำลังมา... เดี๋ยวรอสักครู่ค่อยซาวนด์ดูขนาดและการเต้นของหัวใจนะครับ” จะใช่หรือไม่ใช่ก็ดูที่ตรงนี้แหละ โอภาสแกล้งบอกไปอย่างนั้น เพื่อจะดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ยิ่งไม่แน่ใจเข้าไปใหญ่ว่าเธอจะพูดจริง เมื่อได้เห็นดวงตากลมโตเบิกกว้าง คล้ายกับตกใจที่โดนจับได้อะไรเทือกนั้น
“พี่ธุ เอ่อ หมอธุกำลังมาเหรอคะ” ซึ่งแทนรักตกใจจริง ๆ เพราะไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะต้องมาเจอเขาในสภาพนี้ ทั้งที่จริงแล้วเธอควรจะปรึกษากับเขาเป็นคนแรก เรื่องที่ตัวเองตั้งครรภ์ แต่นี่อะไร รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในห้องตรวจเสียแล้ว แถมยังเผลอระบุตัวตนของเขาไป ในขณะที่ไม่มีใครทราบด้วยซ้ำว่าเขาแต่งงาน
“ครับ” โอภาสยิ้มอย่างมีเลศนัย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นก็จ้องมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าราวกับจับผิด ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูของพยาบาล “น่าจะมาแล้วล่ะครับ”
หลังจากที่คุณหมอหนุ่มพูดจบ ประตูห้องตรวจก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบของคุณหมอหนุ่มเดินเข้ามาด้วยความมาดมั่น ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเต็มไปด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในห้อง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อได้เจอหน้ากับ ‘ภรรยา’ ที่ตอนนี้ควรจะนั่งเหงาอยู่ที่บ้าน
“มาทำอะไรที่นี่” ทันทีที่ได้สบสายตากับเธอ พบธรรมก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนจัด กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่ากำลังมีอะไรบางอย่างผิดปกติแน่ ๆ ก็ตอนที่หันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ “หมายความว่าไง”
โอภาสถึงบ้างอ้อ “ฉันมากกว่าที่ต้องถามแก... สรุปว่าหมอธุเป็นสามีของคุณแทนรัก และเป็นพ่อของทารกในครรภ์ใช่ไหมครับ”
“ทารก? นี่เธอท้องเหรอ?”
แทนรักถึงกับสะดุ้งเพราะน้ำเสียงที่เขาใช้ไม่เบาสักเท่าไร พอบวกกับสีหน้าท่าทางที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ ลมหายใจของเธอก็เริ่มติดขัด ใบหน้านวลซีดเผือด จำเป็นต้องควานหายาดมในกระเป๋ามาจ่อจมูก และพิงหลังกับพนักเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรง
เมื่อเห็นว่าแทนรักไม่ตอบ โอภาสจึงเป็นฝ่ายพูดให้ “สองเดือนแล้วล่ะ กำลังจะซาวนด์ แกจะดูด้วยไหม”
คุณหมอหนุ่มถามเพราะชินปาก แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าคำตอบของเพื่อนมันจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิดไว้
“ไม่” พบธรรมตอบแบบทันทีทันใด ดวงตาคมกริบยังจับจ้องไปที่หญิงสาวคนเดียวด้วยความโกรธเคือง “ฉันต้องกลับไปทำงาน ขอตัว”
“เฮ้ย อะไรของแกวะ” ส่งผลให้เจ้าของห้องตรวจเอื้อมมือไปคว้าแขนล่ำของเพื่อนไว้แทบไม่ทัน “ไหน ๆ ก็มาแล้ว ทำไมไม่ช่วยกันดูก่อน”
“จะดูอะไร ท้องก็คือท้อง”
“แต่เด็กในท้องเป็นลูกแกนะไอ้ธุ จะรีบไปไหน”
โอภาสพยายามสุดความสามารถที่จะรั้งเพื่อนไว้ ด้านแทนรักก็อับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เพราะต่อให้หมอโอภาสจะบอกว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน แต่การที่เขาทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการไม่ยอมรับ
ทว่าการกระทำของเขาไม่เจ็บแสบเท่าคำพูด “แกมั่นใจได้ยังไงว่าเป็นลูกฉัน...”
หญิงสาวถึงกับน้ำตาร่วงเผาะเมื่อได้ยินอย่างนั้น เจ้าของใบหน้างาม ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตจับจ้องมองไปยังพ่อของลูกด้วยความผิดหวังเอามาก ๆ ด้านเขาเองก็จ้องกลับมาเช่นกัน อีกทั้งยังส่งยิ้มเย้ยหยัน ไม่มีสักนิดที่จะปิดบังความรู้สึกเกลียดชังที่มีให้เธอจากคนรอบข้าง
“ไอ้ธุ แกพูดอะไรของแกวะ” โอภาสถึงกับหน้าซีด ถ้ารู้ว่าเรื่องมันจะมาอีหรอบนี้ เขาไม่มีทางที่จะเรียกพบธรรมมาพิสูจน์ความจริงแน่ ๆ
เพราะสภาพของแทนรักเท่าที่เห็น มันชัดเจนว่าเธอไม่ได้มั่วนิ่ม... เพื่อนของเขาเป็นพ่อเด็ก แต่น่าจะไม่เต็มใจเท่าไร ดูจากท่าทางของมัน
“ก็มันจริง... ยัยนี่น่ะเมียฉันแน่นอนเพราะมีทะเบียนสมรส แต่เด็กในท้องน่ะ ไม่มั่นใจ”
“มันใช่เวลาที่จะมาพูดตอนนี้ไหม” โอภาสผลักไปที่ไหล่กว้าง กำลังจะอ้าปากด่าต่อไป แต่ก็ต้องเงียบเมื่อแทนรักสวนขึ้นมาเสียก่อน
“คุณหมอคะ...” แทนรักยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา ก่อนจะหันไปมองหน้าคุณหมอหนุ่มแล้วเอ่ยขึ้น “ให้เขาไปทำงานเถอะค่ะ ดิฉันอยู่คนเดียวได้”
“แต่ว่า...” โอภาสไม่เห็นด้วยเลย อย่างไรแล้วเขาก็อยากให้พบธรรมเห็นกับตา
ทว่าแทนรักเองก็ไม่ยอม ร่างบางลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหยิบเสบียงที่เตรียมมาจากบ้าน และยื่นไปตรงหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี “รักเตรียมมาให้ค่ะ เห็นว่าพี่ธุต้องเข้าเวร”
“ฉันไม่กิน” พูดจบร่างสูงก็สะบัดตัวเดินจากไป ทิ้งให้แทนรักถือของคอยเก้อ
หญิงสาวได้แต่มองเหม่อ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วเอาข้าวของไปเก็บไว้ตรงที่เดิมของมัน และหันไปหาหมอโอภาสที่ยืนทำหน้าตาเศร้าซึม แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกผิดและความกังวลใจที่สื่อออกมาจากสายตา
ร่างบางนั่งลงตามเดิม “เริ่มตรวจกันเลยไหมคะ”
ถึงคราวเขาบ้างที่ต้องถอนหายใจออกมายืดยาว เลือกที่จะกลับไปนั่งตรงเก้าอี้ประจำตำแหน่ง แทนที่จะพาหญิงสาวไปทำการตรวจอย่างที่ตั้งใจไว้ เพื่อซักถามเพิ่มเติมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าต้องขอโทษขอโพยที่ทำให้เธอต้องเจอกับพบธรรมในเวอร์ชันที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน ซึ่งมันแย่มาก ๆ แย่จนแทนรักดูน่าสงสาร
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของมัน แต่ก็อดเห็นใจหญิงสาวไม่ได้ “คุณแทนรักครับ”
“เรียกรักเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวแก้ให้... ถ้าเขาเป็นเพื่อนกัน เธอคงอ่อนกว่าคนตรงหน้าถึงสิบสองปี
“ครับ คุณรัก เอ่อ ผมขอโทษที่เรียกมันมา... ขอโทษด้วยที่เข้าใจไปเองว่าคุณรักอาจจะแต่งเรื่อง เพราะที่โรงพยาบาลไม่มีใครรู้เลยว่าหมอธุแต่งงาน”
“ไม่เป็นไรค่ะ อันที่จริงรักก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาฝากครรภ์ที่นี่หรอกค่ะ รักเอาข้าวมาส่งพี่ธุ ตั้งใจว่าจะปรึกษาเขาก่อนด้วย แต่บังเอิญว่าเป็นลมแล้วต้องนอนรับน้ำเกลือ ตื่นมาก็เลยมึน ๆ งง ๆ ทำอะไรไปไม่คิดหน้าคิดหลัง”
โอภาสเหลือบมองข้าวของที่เธอหอบมา “แล้วสรุปว่าทั้งสองคน?”
