บทที่ 7 ข้าวใหม่ปลามัน 2

แทนรักจมกับความเศร้าโศกเสียใจได้ไม่นานนัก หลังจากที่สามีออกจากบ้านไปทำงานเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินหงอยกลับเข้าไปในห้องครัว จัดการกับข้าวต้มที่ตื่นมาเคี่ยวน้ำซุปตั้งแต่ตีสี่ ด้วยการตักข้าวมาครึ่งทัพพีจากนั้นก็ราดน้ำลงไปให้พอชุ่มฉ่ำ

ก่อนจะนำไปตั้งไฟเคี่ยวอีกสักครู่หนึ่ง ใส่กุ้งที่แกะไว้อย่างสวยงามลงไป และโรยด้วยผักกับกระเทียมเจียวที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ยังคงรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยแม้จะเพิ่งเดินผ่านม่านน้ำตามาก็ตาม

ซึ่งดีแค่ไหนที่เธอทำน้ำซุปแยกกับการหุงข้าว ต่อให้กินไม่หมดก็ไม่ต้องเสียของ เพราะยังเก็บไว้กินมื้ออื่น หรือไม่ก็ทำเมนูอื่นได้ พอกินข้าวเสร็จ  เก็บทุกอย่างเรียบร้อย... แทนรักก็เริ่มสำรวจบ้านในเวลาต่อมา

เธอเคยมาบ้านหลังนี้อยู่หลายครั้ง ทว่าแต่ละครั้งแทนรักจะทำหน้าที่ติดสอยห้อยตาม ในขณะที่คุณป้าชิดชนกผู้เป็นมารดาของเขา จะมาสำรวจความเรียบร้อย ดูแลและจัดการความเป็นอยู่ให้

ซึ่งแน่นอนว่าทุกครั้งที่โผล่มา ล้วนแล้วแต่ทำให้เจ้าของบ้านโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เนื่องจากพบธรรมไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่าม ไม่สิ เขาไม่ชอบให้คนเป็นแม่มาวุ่นวาย ชนิดที่เฉียดใกล้นิดเดียวก็โมโห

ถึงขั้นที่หนึ่งในข้อแลกเปลี่ยนของการจดทะเบียนสมรสระหว่างเธอกับเขา คือการยึดกุญแจบ้านจากท่านคืนมา และถ้าหากว่าต้องการเข้ามายุ่มย่าม จะต้องขออนุญาตเขาก่อนเท่านั้น ส่วนจะอนุญาตหรือไม่ ไม่มีใครทราบ แต่เท่าที่ดูจากความสัมพันธ์ของสองแม่ลูก แทนรักคิดว่าเป็นเรื่องยาก

หญิงสาวเดินสำรวจบ้านใหม่ไปทั่ว ตั้งแต่ชั้นบนยันหน้าบ้านและหลังบ้าน จากนั้นก็วิ่งขึ้นไปอาบน้ำในห้องนอนส่วนตัว ระหว่างนั้นก็เฝ้าคิดว่าควรทำอะไรกับบ้านหลังนี้บ้าง เมื่อเห็นว่ามีหลายจุดเหมือนกันที่ต้องปรับปรุงเสียใหม่ ซึ่งเป็นอะไรที่เข้าใจได้ เนื่องจากพบธรรมอยู่บ้านเพียงลำพังมานาน งานก็ยุ่งจนแทบไม่มีเวลา การมีแม่บ้านแค่คนเดียวแถมยังทำงานแบบไปกลับ คงไม่สามารถดูแลทุกส่วนได้ทั่วถึงสักเท่าไร

จริงอยู่ที่สะอาดเอี่ยมทุกมุมแทบไม่มีฝุ่นเกาะ แต่บางห้องก็รกเหลือเกิน อย่างห้องทำงานของเขากับห้องหนังสือ ที่แทบจะไม่เหลือที่ทางให้เดิน ซึ่งแทนรักไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านไม่อนุญาตให้เข้าไปยุ่มย่ามหรืออย่างไร

“คุณรัก สวัสดีค่ะ”

แทนรักเกิดความสงสัยอยู่หลายอย่าง และต้องยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่จะให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ เดินทางมาถึงหน้าบ้านในเวลาเกือบ ๆ เก้าโมง ซึ่งเป็นเวลาเริ่มงานของพี่จุ๋มผู้เป็นแม่บ้านสาว ขณะที่เธอกำลังสำรวจสวนเล็ก ๆ หน้าบ้านที่ว่างเปล่า หญิงสาวก็ได้ยินเสียงคนทักทาย

“สวัสดีค่ะพี่จุ๋ม” คุณนายคนใหม่ของบ้านยกมือไหว้

จุ๋มเองเมื่อเห็นอย่างนั้นก็เกรงใจ รีบวางข้าวของของตัวเองลงกับพื้น ก่อนจะเดินปรี่เข้าหาแทนรักพร้อมกับโบกไม้โบกมือไปมา “ไม่ต้องไหว้หรอกค่ะ คุณรักเป็นเมียคุณธุ เป็นเจ้านายแท้ ๆ จะมาไหวพี่ทำไม”

จุ๋มเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ด้วยความที่อยู่ที่นี่มานาน ทำงานให้กับบ้านของพบธรรมตั้งแต่เขาเริ่มเป็นหนุ่มก็ว่าได้ จึงพูดจาเหมือนคนกรุงเทพฯ หากฟังดี ๆ ก็คล้ายกับคนต่างจังหวัดมากกว่าที่จะมีสัญชาติแตกต่างกันออกไป

และแน่นอนว่าแทนรักกับจุ๋มรู้จักมักจี่กันเป็นอย่างดี มีโอกาสได้เจอกันบ้างต่อให้ไม่บ่อยนัก แต่ด้วยความที่อัธยาศัยดีทั้งคู่จึงดูคล้ายกับสนิทกัน และเธอก็เคารพอีกฝ่ายเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ แทนที่จะวางตัวเป็นเจ้าขุนเจ้านาย แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในฐานะของภรรยาเจ้าของบ้านแล้วก็ตาม

“อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ รักกับพี่จุ๋มก็เป็นลูกจ้างไม่ต่างกัน”

“นั่นมันเมื่อก่อนค่ะ” จุ๋มส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “ตอนนี้คุณรักแต่งเข้าบ้านแล้ว จะทำตัวเหมือนเคยได้ยังไง ต้องหัดเป็นคุณนายได้แล้วนะคะ จะได้ดูแลคุณธุได้”

“รักทำไม่เป็นหรอกค่ะ” แม้รู้ว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ แต่เอาเข้าจริงแทนรักกลับหน้าแดง เพราะตำแหน่งภรรยาของพบธรรม เป็นสิ่งที่เธอวาดฝันมาตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ไม่มีสักเสี้ยวที่แอบคิดว่ามันจะเป็นความจริง เนื่องจากเขาอยู่ไกลเกินเอื้อม แค่จินตนาการถึงยังเป็นเรื่องยาก

“ค่อย ๆ หัด ค่อย ๆ เรียนรู้ไปค่ะ” จุ๋มผ่านโลกมามาก มีผัวมาแล้วก็หลายคน กระทั่งตอนนี้ก็กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของเด็กชายวัยสี่ขวบ เพียงแค่มองแวบเดียวก็เข้าใจได้ว่าแทนรักรู้สึกแบบไหน “เข้าบ้านเถอะค่ะ ข้างนอกแดดเริ่มร้อนแล้ว”

“เอ่อ... ยังดีกว่าค่ะ” แทนรักรีบเบรกไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าว่าจะลากเธอเข้าบ้าน “รักจะขอสำรวจข้างนอกก่อน คือช่วงนี้รักยังไม่มีงานทำ เป็นคนว่างงานอยู่ ก็เลยตั้งใจว่าจะปรับปรุงบ้าน”

“ปรับปรุงเหรอคะ คุณรักอยากให้เป็นแบบไหน”

หญิงสาวมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านหลังใหญ่ ชอบพอกับความสะอาดเอี่ยมของมัน แต่พอเห็นหน้าดินว่างเปล่าก็คันไม้คันมือ “รักอยากจะหาอะไรมาปลูก แต่แค่ดูไว้ค่ะ ยังไงก็ต้องเอาไปขออนุญาตพี่ธุก่อน”

“อ๋อ” จุ๋มเข้าใจ แทนรักคงชินกับการอยู่บ้านสวนที่อัมพวา พอมาเจอหมู่บ้านจัดสรรที่ทุกหลังเป็นเหมือนกันหมดแบบนี้ กอปรกับอยู่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ ก็คงจะคันไม้คันเป็นธรรมดา “เรื่องสวนหน้าบ้านคงต้องถามคุณธุก่อน แต่ถ้าสวนหลังบ้านทำได้สบายเลย มานี่สิคะ พี่จะพาไปดู”

พูดจบจุ๋มก็เดินไปหยิบข้าวของที่กองไว้ไปวางในโรงจอดรถ ก่อนจะเดินนำแทนรักไปหลังบ้าน เป็นส่วนที่เชื่อมกับประตูครัวด้านหลัง หากแต่ภายนอกมีอาณาบริเวณที่กว้างพอควร ซึ่งเท่าที่เห็นตอนนี้ดูเหมือนว่าจุ๋มหรือไม่ก็พบธรรมนี่แหละ พยายามจะทำที่นี่ให้เป็นสวนครัวย่อม ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมันถึงได้ดูหร็อมแหร็ม มีชีวิตบางต้น แต่ส่วนใหญ่แล้วคล้ายกับสิ้นชีพ ถือว่าเป็นสวนครัวที่สู้ชีวิตเอามาก ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป