บทที่ 8 ข้าวใหม่ปลามัน 3
“พี่ธุเป็นคนปลูกเหรอคะ” แทนรักหันไปถามคนข้างกายแบบงง ๆ
ส่วนจุ๋มเองก็ยิ้มแหย “พี่เองแหละค่ะ แต่พี่น่าจะเป็นคนมือร้อน ปลูกอะไรก็ไม่รอด... ตั้งใจว่าจะรื้อเหมือนกัน แต่คุณธุบอกว่าเอาไว้ก่อน ถ้าเขาว่างเมื่อไรจะมาปลูกให้”
ซึ่งพบธรรมไม่มีทางว่าง หรือต่อให้ว่างก็มีเรื่องที่ต้องทำมากมาย ด้วยอาชีพของเขาและด้วยความเป็นเขาเอง คงไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นสักเท่าไร ถ้าไม่พักผ่อนก็คงต้องหาความรู้เพิ่มเติม ไหนจะต้องออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง พร้อมที่จะออกรบกับคนไข้และงานการอีก ดูทรงแล้วคงต้องรอไปอีกนาน
“ขอรักทำได้ไหมคะ”
“ทำสวนน่ะเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ” แทนรักอาสาแทบจะทันที... ระหว่างที่กำลังตระเวนหางาน คงจะต้องหาอะไรทำเพื่อให้ตัวเองเกิดประโยชน์กับเขามากที่สุด เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะมานั่งกินนอนกิน ให้พบธรรมด่าเล่นไปวัน ๆ
“ได้เลยค่ะ ดีเสียอีก... แต่ว่าคุณรักจะไม่เหนื่อยเหรอคะ”
“ไม่เลยค่ะ รักชอบ ตอนอยู่ที่บ้านนู้นรักก็ทำทุกวัน” ด้วยความที่เธอต้องอยู่ดูแลชิดชนกเป็นกิจวัตร นับตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ยามที่มีเวลาว่าง เธอก็มักจะปลูกต้นไม้ พืชผัก ตามประสาไป แม้จะเรียนจบมาแล้วหลายปีก็ตาม แต่แทนรักก็ยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง อันที่จริงก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ออกมาสำรวจโลกภายนอก ก็ตอนที่แต่งงานกับเขานี่แหละ
เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าอะไร ๆ ที่ดาหน้ากันเข้ามา ก็ดูเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไปหมด คิดดูเถอะ กะอีแค่จะได้รื้อสวนใหม่ให้กับพบธรรม เธอยังดีใจจนหน้าบาน
“งั้นก็ได้ค่ะ แต่สวนหน้าบ้านคงต้องไปถามเองนะคะ”
จุ๋มเองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ทว่าสวนหน้าบ้านเป็นสิ่งที่จุ๋มไม่เคยยุ่งมาก่อน เลยไม่ทราบว่าเจ้านายอยากจะให้เป็นแบบไหน แต่พอคิดไปคิดมาก็ไม่น่าจะมีปัญหา “อันที่จริงคุณรักจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ แต่งมาเป็นเมียแล้วนะคะ บ้านหลังนี้ก็เป็นของคุณรักเหมือนกัน”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ ยังไงก็คงต้องถามพี่ธุก่อน ถ้าพี่จุ๋มไม่เคยทำก็อาจจะทำไม่ได้”
“ทำได้ค่ะ อย่างสวนหลังบ้านเนี่ย พี่ก็ไม่เคยขอนะคะ พอคุณธุเห็นเข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร”
ไม่รู้สิ นี่มันหลังบ้านไง... เขาคงคิดว่าทิ้งไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ ก็คงเสียดายพื้นที่แหละมั้ง แต่พอเป็นหน้าบ้าน บริเวณที่แขกไปใครมาก็เห็นได้ เขาอาจจะไม่ชอบถ้าหากว่าความเป็นระเบียบเรียบร้อยหายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยพันธุ์ไม้ที่เขาอาจจะไม่ปลื้มใจสักเท่าไร
แทนรักทำหน้าตาครุ่นคิด ส่วนจุ๋มเองก็ดูเหมือนจะอ่านใจได้ พอเห็นหญิงสาวเครียด แม่บ้านสาวจึงรีบอธิบาย
“ปกติคุณธุไม่มีเวลาดูแลบ้านหรอกค่ะ เขาไม่สนใจหรอกว่าพี่จะทำอะไรกับบ้านหลังนี้บ้าง อ้อ อีกอย่างคือเขาไม่เคยให้คนอื่นมาที่บ้าน ขนาดเพื่อนที่คบกันมานานหลายสิบปียังไม่กล้า”
“ถึงว่าล่ะ เขาเลยโกรธมากที่รักเข้ามาเพ่นพ่าน” หน้าตาของแทนรักหงอยลงทันที เข้าใจแล้วว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่คุยกับเธอเลยตั้งแต่เมื่อวาน พอมาถึงเขาก็โยนกุญแจให้หนึ่งพวง ไม่พูดอะไรกับเธอเลยสักคำ เป็นจุ๋มเสียอีกที่ต้องอธิบายว่าเตรียมห้องหับตรงไหนไว้ให้เธอพัก
“เป็นธรรมดาค่ะ เคยอยู่คนเดียวมานาน... แต่อีกเดี๋ยวคุณธุก็ชิน แค่คุณรักทำบ้านให้เป็นบ้าน ทำดีกับเขาโดยที่ไม่ไปก้าวก่าย จากที่รำคาญอาจจะกลายเป็นการเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดก็ได้”
“แล้วอะไรที่เรียกว่าก้าวก่ายเหรอคะ”
“เอ๊ อันนี้พี่ก็บอกไม่ได้หรอกนะคะ เพราะเราสองคนสถานะแตกต่างกัน” จุ๋มเป็นเพียงแค่แม่บ้าน ก็แค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย คือรักษาความสะอาด จัดการบ้านให้เป็นระเบียบ และจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ เช่นของหมดก็เติม ของสดในตู้เย็นอย่าได้ขาด เสื้อผ้าต้องเรียบร้อยพร้อมใส่ ห้ามกองข้ามวันข้ามคืนเด็ดขาด ส่วนที่เหลือก็ยิบ ๆ ย่อย ๆ ตกหล่นไปบ้างหรือเปล่าก็ไม่ทราบ
แต่ถ้าเป็นภรรยาอาจจะต้องทำอะไรที่นอกเหนือไปกว่านั้น และที่สำคัญคือจะมาแย่งหน้าที่แม่บ้านไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มจากสวนครัวตรงนี้ก็ได้ค่ะ” แทนรักคิดภาพไม่ออกหรอกว่าจะวางตัวเองไว้ตรงจุดไหนของบ้าน เพราะเท่าที่ดูแลคงเกะกะตาเขาไปเสียหมด เป็นเรื่องยากที่จากส่วนเกินจะกลายเป็นชิ้นส่วนเติมเต็มอย่างที่จุ๋มว่า “ถ้าพี่ธุอยากทำสวนนี้ให้เป็นรูปเป็นร่าง เขาก็คงไม่ว่ารักหรอกค่ะ”
“ไม่ว่าหรอกค่ะ พี่รับรองได้” จุ๋มยิ้มให้กำลังใจ ด้วยความที่รู้ลึกตื้นหนาบางของครอบครัวนี้เป็นอย่างดี จึงทราบว่าแทนรักกับพบธรรมอยู่ในจุดที่ห่างไกลกันมาก “คุณธุเป็นคนอ่อนโยน ใจดี แล้วก็ขี้สงสาร เห็นหน้าตาบึ้งตึงอย่างนั้นพอได้เอ็นดูใครแล้วก็ดีด้วยใจหายเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้าได้รักใครสักคน รับรองได้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกแน่”
“ผู้หญิงคนนั้นน่าจะไม่ใช่รัก”
“ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ พี่อยู่กับคุณธุมานาน ยังไม่เคยเห็นว่าเขาจะพาผู้หญิงที่ไหนเข้าบ้าน แต่คุณรักเป็นคนแรกและคนเดียว แถมยังมีทะเบียนสมรสอีก... ใจดีสู้เสือเข้าไว้ค่ะ ถ้าคุณธุยอมขนาดนี้ เรื่องอื่นคงไม่น่ายาก”
