บทที่ 9 ข้าวใหม่ปลามัน 4

เมื่อตกลงกันเสร็จแล้ว จุ๋มก็พานายสาวเข้าบ้าน ระหว่างทางก็สาธยายความดีความชอบของผู้เป็นนาย พร้อมกับให้กำลังใจเจ้านายคนใหม่ ซึ่งในช่วงนี้พบธรรมอาจจะอารมณ์แปรปรวนเสียหน่อย เพราะต้องอยู่ร่วมบ้านกับคนแปลกหน้า ปากร้ายไปบ้างเพราะต้องทำตามคำสั่งของคนที่จัดลำดับความสำคัญให้อยู่ท้ายสุด

แต่เขาไม่มีทางใจไม้ไส้ระกำกับคนอย่างแทนรัก อีกเดี๋ยวก็ดี จุ๋มมั่นใจว่าอย่างนั้น แม้ว่าหญิงสาวจะทำหน้าตาเหมือนไม่เชื่อก็ตาม

ซึ่งแทนรักไม่คิดจะเถียง หลายคนมักพูดไปในทางเดียวกัน แต่คนที่ถูกชังน้ำหน้ามานานไม่คิดอย่างนั้น ท้ายที่สุดเธอจึงเปลี่ยนเรื่องพูด ด้วยการถามในสิ่งที่สงสัยอีกอย่าง...

“พี่จุ๋มคะ รักเห็นห้องทำงานกับห้องหนังสือรกมากเลย พี่ธุไม่ยอมให้เข้าไปทำความสะอาดเหรอคะ”

จุ๋มกำลังหยิบข้าวของที่กองไว้ของตัวเอง มีทั้งข้าวกลางวัน เสื้อผ้า ของใช้ลูกชาย ซึ่งตอนนี้เข้าเรียนที่โรงเรียนใกล้ ๆ ในชั้นอนุบาล และทุกเย็นรถโรงเรียนจะพามาส่งที่บ้านหลังใหญ่แห่งนี้

ก่อนจะตอบคำถามแทนรักด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“ไม่ใช่ไม่ยอมค่ะ อันที่จริงคุณธุสั่งให้เก็บด้วยซ้ำ เพราะอย่างที่ทราบว่าเขาบ้าความสะอาดจะตาย แต่พอเก็บแกก็หาของไม่เจอ พี่เองก็อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเสียด้วย ก็เลยจำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหน... พอมีเรื่องให้หงุดหงิดเป็นประจำ พี่ก็เลยเข้าไปทำความสะอาดให้เฉย ๆ ส่วนหนังสือกับเอกสาร ก็กอง ๆ ไว้เหมือนเดิม”

แทนรักเข้าใจทันที อดยิ้มไม่ได้ที่ตัวเองรู้จักพบธรรมมากพอที่จะเดาความรู้สึกของเขาได้เช่นกัน และเท่าที่ดูนั้น ชายหนุ่มคงอึดอัดกับการใช้ชีวิตในห้องนั้นมาก ๆ เพราะในขณะที่ห้องนอนเอี่ยมอ่องราวกับเป็นห้องตัวอย่าง แต่ห้องทำงานกับห้องหนังสือกลับดูแทบไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นรักเข้าไปทำให้ได้ไหมคะ” หญิงสาวจึงไม่รีรอที่จะเสนอตัว พร้อมกับยิ้มยินดี เพียงแค่คิดว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้เขาพึงพอใจ

ซึ่งจุ๋มเองก็พยักหน้ารับโดยง่าย แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือน “แต่คุณรักต้องจำให้ได้นะคะว่าเก็บอะไรไว้ตรงไหนบ้าง ยิ่งหนังสือพวกนั้นมีแต่ชื่อภาษาอังกฤษอ่านยาก พี่ช่วยคุณรักจำไม่ได้หรอกนะคะ”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยค่ะ รักเก็บของเก่งแล้วก็หาของเก่งด้วย เรื่องพวกนั้นสบายมาก”

แทนรักคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา...

กะอีแค่เรียงหนังสือภาษาอังกฤษ ทำไมบรรณารักษ์อย่างเธอจะทำไม่ได้ และแค่เพียงคิดว่าเรื่องพวกนี้จะทำให้เขาพอใจ แม้เล็กน้อยแบบน้อยมาก ๆ แต่หญิงสาวก็ยังยิ้มได้ เกิดเป็นความสุขใจเสียอย่างนั้น กับการจะได้ทำหน้าที่ที่เกิดประโยชน์ให้กับเจ้าของบ้าน

อีกทั้งยังหวัง ว่าสักวันเธอจะเปลี่ยนจากคนที่น่ารำคาญกลายเป็นคนที่สำคัญ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เหนื่อยเอาการ ค่อนไปในทางที่เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าต้องแลกมากับความพอใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคนที่เธอรัก อย่างไรแล้วก็คุ้มค่า ซึ่งไม่เพียงแค่จะทำให้บ้านกลายเป็น แต่แทนรักจะทำให้ตัวเองนี่แหละกลายเป็นบ้านที่อบอุ่นของเขา... เธอต้องทำได้สิ คอยดูก็แล้วกัน

แทนรักหวังจะได้รับคำชมจากเขาบ้าง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี หรือไม่ก็เป็นแค่คำขอบคุณง่าย ๆ ต่อให้จะห้วนสั้นเพียงใดเธอก็รับได้ ทว่าเรื่องราวกลับเป็นตรงกันข้าม นอกจากจะไม่ได้รับคำสรรเสริญเยินยอแล้ว ใบหน้าของพบธรรมยิ่งบึ้งตึงไปกันใหญ่ ทันทีที่ร่างสูงเดินย่างกรายเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง เสียงเข้มก็แผดลั่น

“แทนรัก!”

คนที่แอบมองปฏิกิริยาของสามีอยู่ข้างเสาสะดุ้งโหยง ค่อย ๆ ปรากฏกายแก่สายตาคมกริบด้วยการย่องเบาเข้าไปยืนด้านหลัง พบธรรมหันขวับมามอง ไม่เพียงเท่านั้นยังเอื้อมมือมากระชากแขนกลมกลึงของหญิงสาว และเหวี่ยงเข้าไปภายในห้องกว้าง จนใบหน้างามแทบคะมำลงกับพื้น

“มีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องของของคนอื่น!”

สายตาคมจ้องมองไปยังคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ในขณะที่แทนรักไม่เข้าใจ ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ ห้องทำงานที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนอีกหนึ่งที่แยกส่วนออกไป แม้จะอยู่คนละห้องแต่ก็ไม่มีประตูกั้น แต่ก็พอมองเห็นว่ามันดูดีกว่าก่อนหน้านี้มาก ๆ ซึ่งเป็นภาพที่เขาควรจะพึงพอใจไม่ใช่หรือไง

จากที่แทบจะไม่มีที่เดิน แต่ตอนนี้เรียบร้อยราวกับห้องตัวอย่าง คนอย่างเขาน่าจะชอบอย่างหลัง

แต่กลับมาโมโหใส่เธอเพื่ออะไร “รักแค่จัด...”

“ใครสั่ง” พบธรรมย่างสามขุมเข้าหา พร้อมกับคาดคั้นด้วยน้ำเสียงเข้มจัด คล้ายกับที่เขาถามเธอในตอนเช้าไม่มีผิดเพี้ยน “ใครขอร้องให้เธอทำ”

“เปล่าค่ะ รักทำเอง... รักเห็นว่ามันรก พี่ธุน่าจะไม่มีเวลาจัดการ”

“สาระแนน่ะสิไม่ว่า!”

“ขอโทษค่ะ” เนื้อตัวของแทนรักหดเหลือแค่สองนิ้วเห็นจะได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล เพราะเธอไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ มองแล้วให้ความรู้สึกน่ารำคาญตา ที่เกะกะอยู่ในสายตาของเขาทุกวันนี้ก็เกินพอแล้ว ไม่อยากให้ตัวเองเป็นที่น่ารังเกียจมากกว่านั้น

“จะให้ฉันพูดย้ำอีกสักกี่ครั้งว่าอึดอัดแค่ไหนที่มีเธออยู่ใกล้ ๆ”

ถ้อยคำร้ายกาจ น้ำเสียงห้วนจัด มาพร้อมกับสายตาวาวโรจน์ที่ต้องการแผดเผาให้คนตรงหน้ากลายเป็นจุณ ทว่าทันทีที่อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา และใช้ดวงตากลมโตจ้องกลับด้วยความเสียใจ พบธรรมกลับเลือกที่จะเบนหน้าหนีเสียอย่างนั้น

“รักขอโทษค่ะ รักแค่อยากทำตัวให้มีประโยชน์”

“เธอมีประโยชน์อยู่แล้วล่ะ แต่เป็นประโยชน์ของยัยแก่นั่น ไม่ใช่ประโยชน์ของฉัน” พูดจบร่างสูงก็เดินผ่านโต๊ะทำงานของตัวเอง เลยไปจ้องมองตู้หนังสือที่ถูกจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งยังสะอาดเอี่ยมอ่องราวกับไม่ใช่ห้องเดิม กำลังจะตะคอกถามแล้วเชียวว่าเขาจะหาหนังสือที่ตัวเองต้องการได้อย่างไร

ทว่ามือเรียวสวยที่ยื่นสมุดสีหวานเข้ามาตรงหน้า ก็ทำให้ริมฝีปากบางของพบธรรมชะงักค้าง

“รักจดรายชื่อหนังสือไว้ทั้งหมด เผื่อว่าพี่ธุอยากทราบว่าตัวเองมีเล่มไหนบ้าง... ตอนแรกรักว่าจะเรียงตามอักษรเหมือนในห้องสมุด แต่พอเห็นว่าก่อนหน้านี้พี่ธุแยกเป็นหมวดสำนักพิมพ์รักก็เลยยึดตามนั้น ส่วนหนังสือภาษาไทยที่ไม่ใช่วิชาการ รักแยกมาอยู่ที่ตู้นี้ให้ค่ะ...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป