บทที่ 2 อาจารย์หมอ

ดาด้ายืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังกว้างอันเหยียดตรงภายใต้เสื้อกาวน์ยาวที่ค่อย ๆ ห่างออกไป...

จนกระทั่งแรงเขย่าที่ต้นแขนจากมินตราทำให้เธอสะดุ้งตื่นจากภวังค์

"ดาด้า! ยัยดาด้า!"

"หือ... อะไรรวมิน"

"นั่น... นั่นอาจารย์หมอราม!" มินตราอ้าปากค้าง ชี้มือชี้ไม้ไปทางข้างหลัง "เมื่อกี้อาจารย์ช่วยแกเก็บหนังสือ!"

"..."

"แถมอาจารย์ยังพูดกับแกด้วย! ตั้งสองคำ!"

ดาด้าก้มลงมองหนังสือในอ้อมแขนที่เพิ่งสัมผัสกับมือหนาเมื่อครู่ ก่อนจะลอบยิ้มบาง ๆ เพื่อซ่อนความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ "ก็แค่อาารย์บอกให้ระวังตามมารยาทเฉย ๆ ไหมล่ะ"

"ไม่ใช่วิธีคิดของอาจารย์รามย่ะ!" มินตรารีบปฏิเสธเสียงแข็ง "รุ่นพี่บอกว่า อาจารย์หมอรามไม่เคยพูดอะไรที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะกับนักศึกษาแพทย์ปีสี่ที่ยังไม่เข้าวอร์ด... ถ้าเขาเลือกที่จะเอ่ยปากพูดกับใคร..."

"..."

"แปลว่าคนคนนั้นต้องอยู่ในสายตาเขาแน่ ๆ!"

ดาด้าส่ายหน้าขำให้กับทฤษฎีเกินจริงของเพื่อน "แกคิดมากไปแล้ว รีบเดินเถอะ"

"ฉันว่าเซนส์ฉันไม่พลาดหรอก..." มินตราหรี่ตามองเพื่อนสาวสลับกับแผ่นหลังของอาจารย์หมอที่เลี้ยวหายเข้าไปในตัวอาคาร ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ "เรื่องนี้... ไม่น่าจะใช่แค่เรื่องบังเอิญหรอกนะ"

ดาด้าทำเป็นไม่ใส่ใจคำพูดของเพื่อน...

ทว่าหญิงสาวไม่มีวันรู้เลยว่า ณ มุมทางเดินอีกฝั่งของอาคารผู้ป่วย... ร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่กลับหยุดยืนนิ่ง

และเป็นครั้งแรกในรอบสามปี... ที่ รศ.นพ.รามณรงค์ พงษ์พิพัฒน์ หันหลังกลับมามองตามร่างเล็กของนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่กำลังเดินคุยกับเพื่อนอยู่ไกล ๆ

ดวงตาที่เคยเย็นชาคู่ดูแลสั่นไหวเล็กน้อย... เขามองตามเธอเนิ่นนาน... นานเกินกว่าที่อาจารย์แพทย์คนหนึ่งควรจะมองนักศึกษา

เช้าวันแรกของการขึ้นคลินิกเริ่มต้นด้วยความเงียบอันน่าอึดอัด...

บรรยากาศภายในห้องเรียนรวมของภาควิชาอายุรกรรมแตกต่างจากห้องเรียนพรีคลินิกอย่างสิ้นเชิง ไม่มีทั้งเสียงพูดคุยหรือเสียงหัวเราะ มีเพียงนักศึกษาแพทย์กว่าสามสิบคนที่นั่งหลังตรงแน่ว ราวกับทุกคนกำลังรอคอยการสอบปากเปล่าครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต

ศศิดานั่งอยู่แถวกลางของห้อง มือเรียวกระชับปากกาแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาว แม้จะบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเตรียมตัวมาพร้อม แต่หัวใจกลับยังเต้นระรัวอย่างห้ามไม่ได้

เสียงประตูห้องเปิดออกเบา ๆ ส่งผลให้ทั้งห้องเงียบสนิทลงในทันที

ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาไร้รอยยิ้มเช่นเดียวกับเมื่อเช้า เขาเดินไปหยุดที่หน้าห้อง ก่อนวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง ปึก เพียงครั้งเดียว

"สวัสดีครับ ผม รศ.นพ.รามณรงค์ พงษ์พิพัฒน์"

น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบเอ่ยขึ้นสั้น ๆ ไม่มีทั้งการแนะนำตัวยืดยาว หรือการพูดเล่นเพื่อสร้างบรรยากาศ สายตาคมกริบคู่นั้นเพียงแค่กวาดมองนักศึกษาทั้งห้องอย่างสงบนิ่ง ทว่าแรงกดดันที่แผ่ออกมากลับทำให้หลายคนต้องรีบหลบสายตากันพัลวัน

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกคุณไม่ใช่นักศึกษาที่เรียนจากตำราเพียงอย่างเดียว แต่กำลังจะเรียนจากชีวิตของคนไข้ เพราะฉะนั้น..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดึงความสนใจของทุกคนให้มารวมที่จุดเดียว "ผมไม่ต้องการคนเก่ง... ผมต้องการหมอที่รับผิดชอบชีวิตคน"

ทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงพลิกกระดาษ

"ในวอร์ดของผม ตอบไม่ได้...ถามได้ ไม่เข้าใจ...ถามได้ แต่ห้ามเดา" ดวงตาคมปลาบจดจ้องนักศึกษาทีละคน "เพราะการเดาของหมอ อาจต้องแลกด้วยชีวิตของคนไข้"

คำพูดเรียบง่ายทว่าหนักแน่นซึมลึกเข้าไปในหัวใจของศศิดา หญิงสาวเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมรุ่นพี่ทุกคนถึงได้ยำเกรงผู้ชายคนนี้นัก เขาไม่ได้ดุด่า ทว่าทุกคำพูดกลับมีน้ำหนักจนคนฟังไม่กล้าละเลยแม้แต่เศษเสี้ยววินาที

รามณรงค์หยิบรีโมตขึ้นกดเปิดภาพเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray) บนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่

"คำถามแรก" เขาหันกลับมาข้า ๆ "ผู้ป่วยชายอายุหกสิบห้าปี เจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลันร่วมกับเหงื่อแตก อาการแบบนี้... สามโรคแรกที่ต้องนึกถึงคืออะไร"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง นักศึกษาหลายคนก้มหน้ามองโต๊ะ บางคนเปิดสมุดจดอย่างลุกลี้ลุกลน ไม่มีใครกล้ายกมือสบตากับอาจารย์แพทย์หนุ่มเลยสักคน ศศิดามองไปรอบ ๆ เธอรู้คำตอบนี้ดี... แต่แรงกดดันมหาศาลทำให้เธอยังคงลังเล

"ไม่มีใครตอบ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำกดดันขึ้นอีกระดับ "ถ้าคนไข้กำลังนอนวิกฤตอยู่ตรงหน้า พวกคุณก็จะเงียบแบบนี้ใส่เขาหรือ"

ประโยคนั้นทำให้ดาด้าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะยกมือขึ้นช้า ๆ ...เป็นเพียงมือเดียวท่ามกลางความเงียบงัน

รามณรงค์หันมามองเธอ ครั้งนี้เขาจ้องตรงมาที่ดวงตาของเธอโดยตรง ไม่ใช่การมองผ่านเหมือนเมื่อเช้า

"ชื่อ" เขาถามสั้น ๆ

หญิงสาวรีบลุกขึ้นยืนหลังตรง "ศศิดา พิมพ์ใจ...ค่ะ"

ชายหนุ่มพยักหน้ารับเล็กน้อย "ตอบมา"

"Acute Coronary Syndrome ค่ะ รองลงมาคือ Aortic Dissection และ Pulmonary Embolism ค่ะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉานมั่นคง แม้หัวใจในอกจะเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาภายนอกก็ตาม

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ รามณรงค์จ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรุกถามต่อทันที

"ถ้าสงสัย Aortic Dissection จะส่งตรวจอะไร"

ศศิดาใช้เวลาคิดเพียงเสี้ยววินาที "CT Angiography ค่ะ"

"แล้วถ้าสัญญาณชีพผู้ป่วยไม่คงที่ (Unstable) ล่ะ"

"Transesophageal Echocardiography ค่ะ"

คำตอบหลุดออกจากปากเธออย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด รามณรงค์ยังคงนิ่งเฉย เขาปล่อยให้ความเงียบปกคลุมห้องอยู่หลายวินาที ก่อนจะพยักหน้าให้ครั้งหนึ่ง

"ถูก"

เพียงคำเดียวสั้น ๆ แต่สำหรับศศิดา มันกลับเหมือนรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวัน หญิงสาวนั่งลงอย่างเงียบ ๆ พยายามซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่เผลอจุดประกายบนใบหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป