บทที่ 3 คนที่คู่ควร
ที่ด้านหลังห้อง มินตราแอบยกนิ้วโป้งให้เพื่อนสนิทอย่างผู้ชนะ ขณะที่สมชาย นักศึกษาชายที่ขึ้นชื่อว่าเรียนเก่งที่สุดในรุ่นหันมามองศศิดาแวบหนึ่งก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น... ไม่ใช่แค่เพราะเธอตอบถูก แต่เป็นเพราะอาจารย์หมอรามยอมถามจี้ต่อจากคำตอบของเธอ ทั้งที่ปกติหากใครตอบถูก เขาจะตัดบทและเปลี่ยนไปถามคนอื่นทันที
การเรียนการสอนดำเนินต่อไปเกือบสองชั่วโมง ทุกครั้งที่มีเคสยาก รามณรงค์จะสุ่มเรียกนักศึกษาขึ้นมาตอบ ทว่าความน่ากลัวคือเขาไม่เคยรื้อดูใบรายชื่อในมือเลยสักครั้ง แต่กลับจำชื่อของทุกคนได้แม่นยำตั้งแต่วันแรก
จนกระทั่งช่วงท้ายคาบ ชายหนุ่มปิดสไลด์ทั้งหมดลง
"พรุ่งนี้เช้าขึ้นวอร์ดจริง กลับไปอ่านเรื่อง Heart Failure, Acute Coronary Syndrome และ Shock มาให้ดี ใครไม่ได้อ่านมา..." เขาจดจ้องนักศึกษาทั้งห้องด้วยแววตาอ่านยาก "ผมจะรู้ทันที"
เสียงประท้วงในใจดังขึ้นเงียบ ๆ ทั่วห้อง ก่อนที่รามณรงค์จะเก็บแฟ้มเอกสารแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ทันทีที่บานประตูปิดลง เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของนักศึกษาแพทย์ทุกคนก็ดังขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย
"โอย... ฉันลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเลย สายตาอาจารย์น่ากลัวเป็นบ้า"
"แต่น่ากลัวยังไงก็ยังหล่อลากไส้อยู่ดีปะแก..."
มินตรารีบลากเก้าอี้มานั่งข้างดาด้าทันที "ยัยดาด้า!"
"อะไรของแก"
"แกรู้ตัวไหมเนี่ย" มินตราทำหน้าตื่นเต้นเหมือนค้นพบความลับระดับชาติ "วันนี้... อาจารย์จำชื่อแกได้เป็นคนแรกเลยนะ"
ดาด้าหัวเราะเบา ๆ "ก็ฉันเป็นคนยกมือแนะนำตัวก่อนคนแรกนี่นา"
"ไม่ใช่!" มินตรายืนกรานรีบส่ายหน้า "อาจารย์ไม่ได้เปิดดูบอร์ดรายชื่อเลยนะแก แต่กลับเรียก 'ศศิดา' ออกมาได้ทันที ทั้งที่เพิ่งเจอกันแค่สองครั้งเองนะ"
ศศิดาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธความนัยนั้น "คงบังเอิญแหละ อาจารย์ระดับนี้ความจำดีอยู่แล้ว"
เช้าวันรุ่งขึ้น...
แสงแดดยามเจ็ดโมงเช้าสาดผ่านกระจกบานใหญ่ของตึกอายุรกรรม บรรยากาศภายในวอร์ดเริ่มคึกคักตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี พยาบาลเวรเช้ากำลังส่งเวรกันอย่างขะมักเขม้น เสียงล้อรถเข็นยาเคลื่อนไปตามทางเดินสลับกับเสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ดังเป็นจังหวะ
ศศิดาเดินตามกลุ่มเพื่อนเข้ามาในพื้นที่วอร์ดผู้ป่วยในเป็นครั้งแรกในฐานะนักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก มือเรียวกระชับคลิปบอร์ดประวัติคนไข้แน่นกว่าปกติ แม้เมื่อคืนเธอจะอ่านทบทวนเรื่อง Heart Failure จนเกือบตีสอง แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์จริง ความตื่นเต้นก็ยังทำให้ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวจนแทบควบคุมไม่ได้
"ทุกคนมาครบแล้วใช่ไหม"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง นักศึกษาทุกคนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันไปทำความเคารพพร้อมกัน
อาจารย์หมอรามก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ในมือมีแฟ้มประวัติคนไข้ปึกใหญ่ สีหน้าคมคายยังคงเรียบเฉยไม่ต่างจากทุกครั้ง
"วันนี้พวกคุณจะเริ่มเรียนจากคนไข้จริง" เขากวาดสายตามองลูกศิษย์ทีละคน "จำไว้อย่างหนึ่ง... คนไข้ไม่ใช่หุ่นจำลอง คำพูดหนึ่งคำ สีหน้าหนึ่งสีหน้า หรือแม้แต่แววตาเพียงเสี้ยววินาทีของหมอ... อาจทำให้คนไข้หวาดกลัวหรือหมดกำลังใจได้"
นักศึกษาทั้งกลุ่มพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ
รามณรงค์นำพากลุ่มเดินมาหยุดที่หน้าเตียงหมายเลขสิบสอง ชายสูงวัยคนหนึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียงโดยมีสายออกซิเจนแคนนูลา (Oxygen Cannula) คล้องอยู่ที่จมูก สีหน้าของเขาดูอ่อนเพลียแต่ก็ยังส่งยิ้มให้ทีมแพทย์
"สวัสดีครับลุงสมพร" น้ำเสียงของอาจารย์หมอที่เคยเย็นชาเฉียบขาดเมื่อครู่ กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "เมื่อคืนหลับสบายไหมครับ"
"ดีขึ้นเยอะเลยครับหมอ" ลุงสมพรยิ้มกว้างด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณหมอรามมากนะครับ"
ศศิดามองภาพตรงหน้าอย่างเผลอไผลและประหลาดใจ... ผู้ชายที่ทุกคนร่ำลือว่าเย็นชาไร้หัวใจ กลับปฏิบัติต่อคนไข้ด้วยความอบอุ่นและให้เกียรติอย่างไม่น่าเชื่อ
รามณรงค์หันกลับมาทางกลุ่มนักศึกษา แววตากลับคืนสู่ความจริงจังทันที "ใครเป็นคนรับเคสซักประวัติลุงสมพร"
นักศึกษาหลายคนพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
ศศิดาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะยกมือขึ้นช้า ๆ "หนูค่ะ"
"เชิญ"
เธอก้าวออกมายืนข้างเตียงพยาบาล พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงก่อนเริ่มรายงานอาการ "ผู้ป่วยชายอายุหกสิบแปดปี มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มาด้วยอาการเหนื่อยเพลียเวลาออกแรง นอนราบไม่ได้ (Orthopnea) มีอาการบวมกดบุ๋มที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง..."
รามณรงค์ยืนฟังเงียบ ๆ โดยไม่พูดขัดจังหวะเลยแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งเธอรายงานข้อมูลสำคัญจบลง
"จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย คุณคิดถึงภาวะอะไร"
ศศิดาสบตากับอาจารย์แพทย์ "ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) ค่ะ"
"เพราะอะไร"
"จากประวัติเชิงคลินิก น่าจะเกิดจากภาวะหัวใจห้องล่างซ้ายทำงานผิดปกติ (Left-sided Heart Failure) ทำให้มีอาการน้ำท่วมปอดและเหนื่อยราบค่ะ"
รามณรงค์พยักหน้ารับสั้น ๆ "แล้วจะส่งตรวจอะไรเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน"
"ส่งทำ Echocardiogram ค่ะ เพื่อประเมินค่า Ejection Fraction และดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจค่ะ"
คำตอบที่เฉียบคมและแม่นยำทำให้บรรยากาศในกลุ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย รามณรงค์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามนักศึกษาคนอื่น "มีใครคิดต่าง หรืออยากเสนอแนะอะไรเพิ่มไหม"
ทั้งกลุ่มเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
"ถ้าไม่มี..." เขาหันกลับมามองศศิดา "คำตอบถือว่าใช้ได้"
หญิงสาวแอบลอบถอนหายใจยาวในใจ มินตราที่ยืนอยู่ด้านหลังส่งสายตาชื่นชมมาให้ทันที ทว่ายังไม่ทันที่ความโล่งใจจะผ่านไป เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น
