บทที่ 4 ปลื้ม

"อาจารย์ครับ" สมชาย นักศึกษาชายหัวกะทิของรุ่นยกมือขึ้น "ผมคิดว่าในกรณีนี้ เราควรส่งตรวจระดับสารบ่งชี้ในเลือดอย่าง NT-proBNP หรือ BNP เพิ่มเติมด้วยครับ เพื่อช่วยยืนยันและประเมินความรุนแรงของภาวะหัวใจล้มเหลว"

รามณรงค์พยักหน้า "ถูกต้อง... การวินิจฉัยโรคไม่ควรพึ่งพาข้อมูลเพียงด้านเดียว อย่าลืมหาหลักฐานสนับสนุนให้รอบด้าน"

ชายหนุ่มหันกลับมาสบตากับศศิดาอีกครั้ง "จำไว้... หมอที่ดี ต้องพร้อมยอมรับอยู่เสมอว่าตัวเองยังรู้น้อย"

ศศิดาน้อมรับคำสอนทันที "ค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะ" เธอไม่ได้รู้สึกเสียหน้าเลยแม้แต่น้อยที่ถูกเพิ่มเติมข้อมูล กลับรู้สึกขอบคุณเสียด้วยซ้ำ เพราะทุกคำแนะนำของเขาทำให้อุดมคติการเป็นแพทย์ของเธอยิ่งชัดเจนขึ้น

หลังจากเดินตรวจวอร์ด (Round Ward) ติดต่อกันเกือบสองชั่วโมง นักศึกษาแพทย์ทุกคนเริ่มมีสีหน้าเหนื่อยล้า ทว่ารามณรงค์กลับยังคงเดินตรวจคนไข้ด้วยพลังงานที่ไม่มีตก จนกระทั่งมาถึงผู้ป่วยเตียงสุดท้าย เสียงสัญญาณโทรศัพท์ของแพทย์ประจำบ้าน (Resident) ที่เดินตามทีมก็ดังขึ้น

"อาจารย์ครับ ER ขอคอนซัลต์เคสวิกฤตด่วนครับ"

รามณรงค์รับสายฟังสรุปอาการสั้น ๆ เพียงครู่เดียวก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อกาวน์ "ผมต้องลงไปห้องฉุกเฉินด่วน ทุกคนกลับไปทบทวนเคสของวันนี้ซะ" เขาหันไปสั่งแพทย์ประจำบ้าน "คุณช่วยพาน้อง ๆ กลับไปสรุปชาร์ตด้วย"

ในขณะที่ทุกคนกำลังจะแยกย้าย เสียงทุ้มของรามณรงค์กลับรั้งจังหวะไว้

"ศศิดา"

หญิงสาวชะงักฝีเท้าทันที "คะ...อาจารย์"

ชายหนุ่มยื่นแฟ้มประวัติผู้ป่วยหนาเตอะในมือส่งมาให้เธอ "ช่วยเอาแฟ้มนี้ไปส่งที่ห้องทำงานของผมที"

"ได้ค่ะ" เธอยื่นมือไปรับมาถือไว้

"ขอบคุณครับ" พูดจบ ร่างสูงโปร่งก็หมุนตัวก้าวฉับ ๆ มุ่งหน้าไปยังลิฟต์เพื่อลงไปห้องฉุกเฉินทันที

มินตรารีบถลาเข้ามาเกาะแขนเพื่อนสนิททันที "ยัยดาด้า!"

"อะไรของแกเนี่ย"

"อีกแล้วนะ!" มินตราทำตาโตเท่าไข่หาน "ทำไมอาจารย์ต้องใช้แกคนเดียวด้วย"

ดาด้าก้มมองแฟ้มในมือพลางตอบตามความเป็นจริง "ก็บังเอิญฉันยืนอยู่ใกล้ที่สุดละมั้ง"

"ไม่จริงย่ะ!" มินตรายืนกรานรัว ๆ "เมื่อกี้สมชายยืนอยู่ข้างหน้าแก ใกล้กว่าแกตั้งเยอะ แต่อาจารย์กลับเจาะจงเรียกชื่อ 'ศศิดา' ออกมาเลยนะ"

ดาด้าหัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อนความปั่นป่วนในใจ "แกคิดมากไปแล้ว อาจารย์แค่รีบน่ะ"

ทว่าลึก ๆ ในใจ... เธอกลับอดตั้งคำถามไม่ได้ เช่นเดียวกับสมชายที่ยืนมองแฟ้มในมือของศศิดาด้วยแววตานิ่งเงียบ ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา มันไม่ใช่ความอิจฉาที่เธอตอบคำถามได้ดี แต่เป็นความรู้สึกประหลาด

ความรู้สึกที่ว่า อาจารย์หมอรามณรงค์กำลังปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมรุ่นผู้หญิงคนนี้... แตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง

ศศิดามองแฟ้มประวัติคนไข้ในอ้อมแขน ก่อนเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของอาจารย์หมอรามที่กำลังก้าวฉับ ๆ ห่างออกไปอย่างรีบร้อน เพียงไม่กี่วินาที ร่างสูงโปร่งนั้นก็หายลับเข้าไปในลิฟต์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์

"ยืนเหม่ออะไรอยู่ดาด้า" มินตราเอานิ้วจิ้มแขนเพื่อนเบา ๆ "รีบเอาแฟ้มไปส่งสิ"

"อืม" ดาด้าพยักหน้าพลางก้มมองป้ายห้องที่ระบุไว้บนปกแฟ้ม 'ภาควิชาอายุรศาสตร์ ชั้น 12' หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า แล้วเดินตรงไปยังลิฟต์เพียงลำพัง

..

ชั้นสิบสองเงียบสงบกว่าที่คิดไว้มาก ไม่มีเสียงรถเข็นคนไข้หรือเสียงพูดคุยของบรรดาญาติ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแผ่วเบา และกลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ ลอยอบอวลอยู่ตามทางเดิน ดาด้าหยุดยืนหน้าประตูไม้บานใหญ่ที่ติดป้ายทองเหลืองสลักชื่อ 'รศ.นพ.รามณรงค์ พงษ์พิพัฒน์'

เธอเคาะประตูเบา ๆ ...ไร้เสียงตอบรับ หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเคาะอีกครั้งพร้อมส่งเสียงขออนุญาต ทว่าด้านในยังคงเงียบสนิท

"เอาแฟ้มมาส่งให้อาจารย์รามเหรอจ๊ะหนู" เสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากโต๊ะเลขานุการที่อยู่ถัดไป

ดาด้าหันไปส่งยิ้มให้ "ใช่ค่ะ"

"อาจารย์โดนตามลงไปห้องฉุกเฉินน่ะจ้ะ เดี๋ยวหนูเปิดประตูเข้าไปวางไว้บนโต๊ะทำงานได้เลย" พี่เลขาฯ ยิ้มใจดี

"ขอบคุณค่ะ" ดาด้าพยักหน้ารับ ก่อนจะค่อย ๆ ผลักบานประตูเข้าไปเบา ๆ

...

ห้องทำงานส่วนตัวของเขาเล่ห์กว้างขวางกว่าที่เธอจินตนาการไว้ ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนแทบไม่มีฝุ่นจับสักเม็ด ชั้นหนังสือไม้สูงจรดเพดานอัดแน่นไปด้วยตำราอายุรศาสตร์และวารสารการแพทย์ภาษาอังกฤษนับร้อยเล่ม บนผนังแขวนประกาศนียบัตรชื่นชมจากต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ อเมริกา และญี่ปุ่น ตรงมุมห้องมีโมเดลหัวใจมนุษย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะประชุมเล็ก

ทว่าสิ่งที่ทำให้ดาด้าหยุดมองกลับเป็นโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเจ้าของห้อง... ที่นี่ไม่มีรูปถ่ายครอบครัว ไม่มีรูปคู่แฟน หรือของตกแต่งน่ารัก ๆ ใด ๆ มีเพียงแฟ้มคนไข้ สมุดบันทึก และเครื่องคอมพิวเตอร์ ราวกับชีวิตของผู้ชายคนนี้อุทิศให้กับการทำงานเพียงอย่างเดียว

หญิงสาวค่อย ๆ วางแฟ้มลงบนพื้นที่ว่าง สายตาเหลือบไปเห็นสมุดโน้ตปกหนังสีดำที่เปิดค้างไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ แม้จะไม่ได้คิดจะละลาบละล้วง แต่ประโยคที่เขียนด้วยลายมือเรียบร้อยสม่ำเสมออยู่กลางหน้ากระดาษกลับสะดุดตาเธออย่างจัง

'หมอที่ดี ไม่ใช่หมอที่รักษาเก่งที่สุด แต่คือหมอที่คนไข้กล้าฝากชีวิตไว้'

ดาด้ายิ้มบาง ๆ พึมพำกับตัวเอง "สมกับเป็นอาจารย์จริง ๆ..."

บทก่อนหน้า
บทถัดไป