บทที่ 6 เอ็นดูเป็นพิเศษ

ทว่ายิ่งเธอพยายามอธิบาย ทุกคนกลับยิ่งทำสีหน้าคลางแคลงใจ "แปลกอยูดีแหละ" นักศึกษาหญิงรุ่นพี่คนหนึ่งที่ดรอปเรียนพูดขึ้น "ฉันอยู่มาจนจะจบปีห้า ยังไม่เคยเห็นอาจารย์รามเอื้อเฟื้อของส่วนตัวให้ใครเลย"

"จริง" อีกคนรีบเสริม "ถ้าเป็นคนอื่น อาจารย์คงไล่ให้ไปหาอ่านในห้องสมุดคณะแล้ว"

คำพูดนั้นทำให้ดาด้าเงียบกังขาลงในใจ... จริงสิ ในห้องสมุดก็มีทำไมเขาถึงต้องหยิบยื่นหนังสือเล่มสำคัญของตัวเองให้เธอด้วยนะ?

---

ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องพักแพทย์ประจำบ้าน (Resident)

บรรดาแพทย์ประจำบ้านภาควิชาอายุรกรรมกำลังนั่งพักดื่มกาแฟหลังจากเสร็จสิ้นการเดินวอร์ดอันยาวนาน เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งของรามณรงค์ ทุกคนรีบขยับตัวลุกขึ้นทำความเคารพทันที ชายหนุ่มพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนเดินตรงไปกดกาแฟดำแก้วโปรดของตัวเอง

ระหว่างนั้น หมอฝนทิพย์ แพทย์ประจำบ้านปีสอง แสร้งเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้ม "อาจารย์รามคะ ได้ข่าวว่าวันนี้อาจารย์ยอมสละตำราเล่มโปรดให้นักศึกษาแพทย์ยืมด้วยเหรอคะ"

มือที่กำลังจับกาน้ำร้อนชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะตอบเรียบ ๆ "ครับ"

หมอฝนทิพย์หัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อน "แปลกจังเลยนะคะ ปกติพวกหนูขอยืมไปทำวิจัย อาจารย์ยังบอกให้ไปหาในห้องสมุดเลย"

รามณรงค์ยกแก้วกาแฟขึ้นจรดริมฝีปาก สายตาคมกริบไร้แววล้อเล่น "เธอต้องใช้"

เพียงคำสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นกลับทำให้บรรยากาศในห้องพักแพทย์เงียบกริบลงทันตา หมอฝนทิพย์ยิ้มค้าง ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม ทว่าแววตากลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนเธอจะรีบเปลี่ยนเรื่อง "บ่ายนี้มี Conference นะคะอาจารย์"

"ครับ" ชายหนุ่มตอบรับสั้น ๆ แล้วเดินถือแก้วกาแฟจากไป

ทันทีที่ประตูปิดลง เสียงซุบซิบในหมู่แพทย์ประจำบ้านก็ดังขึ้นทันที "เด็กปีสี่คนนั้น... คงเก่งเข้าตาอาจารย์มากแน่ ๆ อาจารย์ถึงได้เอ็นดูเป็นพิเศษขนาดนี้"

---

ตกเย็น หลังเลิกเรียน...

ศศิดากลับมาถึงหอพักด้วยความเหนื่อยล้า หญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก่อนจะหยิบตำราเล่มหนาที่ยืมมาวางลงบนโต๊ะทำงาน ทว่าเมื่อเธอเปิดหน้าแรกออก กระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นเล็ก ๆ ก็ร่วงหล่นลงมาบนตัก

หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู ลายมือภาษาอังกฤษเรียบร้อยทรงพลังที่คุ้นตาปรากฏอยู่บนนั้น

'อ่านหน้า 612-645 ก่อน ส่วนที่ขีดเส้นใต้คือประเด็นสำคัญที่มักออกสอบ และจำเป็นต้องใช้หน้างานกับคนไข้จริง-รามณรงค์'

ดาด้านั่งนิ่ง ปลายนิ้วเรียวลูบตัวอักษรเหล่านั้นอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างประหลาด เขาไม่ได้แค่ส่งหนังสือให้ส่งเดช... แต่เขาใส่ใจถึงขั้นโน้ตบอกทางให้เธอ

หญิงสาวยิ้มบาง ๆ พลิกเปิดไปยังหน้ากระดาษที่ระบุไว้ ทุกหน้ามีรอยปากกาไฮไลต์สีสว่างและมีลายมือตัวเล็ก ๆ จดบันทึกเสริมไว้ตรงขอบกระดาษอย่างละเอียดลออ บางประโยคเขียนเตือนใจไว้ว่า *'จำไว้... คนไข้จริงไม่ได้มีอาการตรงตามตำราร้อยเปอร์เซ็นต์' และอีกหน้าหนึ่งสลักไว้ว่า *'อย่ารักษาแค่ตัวเลขผลเลือด จงรักษาชีวิตของคนไข้ตรงหน้า'

ดาด้าอ่านข้อความเหล่านั้นไปพลางลอบยิ้มไปพลาง โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง บนชั้นสิบสองของตึกอายุรกรรม ร่างสูงของใครบางคนกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องทำงาน สายตาคมเข้มทอดมองลงไปยังลานจอดรถด้านล่าง เฝ้ามองแผ่นหลังบางของนักศึกษาแพทย์สาวที่เพิ่งเดินหายลับเข้าไปในตึกหอพักเมื่อครู่

รามณรงค์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ละสายตากลับเข้ามาในความมืดของห้องพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา "...ตั้งใจเรียนแบบนี้ก็ดีแล้ว"

ชายหนุ่มหารู้ไม่ว่า ความเอาใจใส่เพียงเล็กน้อยที่เขาคิดว่าทำไปตามหน้าที่... กำลังค่อย ๆ สั่นคลอนและทำให้หัวใจของนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง หวั่นไหวมากขึ้นในทุก ๆ วันที่ผ่านไป

สามวันต่อมา...

การขึ้นเวรห้องฉุกเฉิน (ER) ครั้งแรกของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่สี่เริ่มต้นขึ้นในเวลาเจ็ดโมงเย็น ศศิดาสูดลมหายใจเข้าลึกพลางจัดชายเสื้อกาวน์สั้นให้เข้าที่ ก่อนก้มมองนาฬิกาข้อมือ 18.55 น. เธอมาถึงก่อนเวลานัดหมายห้านาทีพอดี

"มาเร็วจริง ๆ แม่คุณ" มินตราเดินเข้ามายืนข้าง ๆ พร้อมแก้วกาแฟเย็นในมือ "เมื่อคืนแกนอนกี่โมงเนี่ย ตาคล้ำเชียว"

"ตีหนึ่งน่ะสิ มัวแต่ดูสรุปเล่มที่อาจารย์ให้ยืม"

มินตราถอนหายใจเฮือก "ยอมใจแกเลย ถ้าเป็นฉันนะ..." หญิงสาวทำตาเยิ้มเพ้อฝัน "คงเอาหนังสือแกมาหนุนนอนดมกลิ่นน้ำหอมอาจารย์ไปแล้ว"

"หยุดเพ้อเจ้อเลยยัยมิน!" ดาด้าหัวเราะพลางตีแขนเพื่อนสนิทแก้เขิน "พูดอะไรก็ไม่รู้"

"อ้าว ก็ของอาจารย์รามเชียวนะแก หวงอย่างกับอะไรดี" มินตรายักไหล่ ทั้งสองหัวเราะหยอกล้อกันเบา ๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้จริงจังแล้วก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่ห้องฉุกเฉิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป