บทที่ 7 เข้าเวรครั้งแรก

ห้องฉุกเฉินในช่วงหัวค่ำเต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงประกาศสายด่วนตามแพทย์เฉพาะทางดังขึ้นเป็นระยะ พยาบาลเข็นเตียงผู้ป่วยเตียงส่งต่อผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ แพทย์ประจำบ้านยืนรายงานอาการคนไข้อย่างกระชับรวดเร็ว ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเร็วระดับวิกฤต... และไม่มีใครเดินช้าเลยแม้แต่ก้าวเดียว

ศศิดารู้สึกว่าหัวใจตัวเองเริ่มเต้นรัวแรงขึ้นเรื่อย ๆ โลกในตำราเรียนที่เธอเคยท่องจำ กับโลกความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้านี้ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

"นักศึกษาแพทย์ทุกคน"

เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นหูดังขึ้นชะงักความคึกคะนอง ทุกคนรีบหันไปทำความเคารพทันที รศ.นพ.รามณรงค์ ก้าวเข้ามาในชุดสครับสีกรมท่า สวมเสื้อกาวน์ทับอีกชั้น แม้จะเป็นชุดปฏิบัติการทั่วไป ทว่าเมื่ออยู่บนรูปร่างสูงโปร่งสมส่วนของเขา กลับดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างประหลาด

"คืนนี้พวกคุณมีหน้าที่สังเกตการณ์และช่วยงานเท่าที่ได้รับมอบหมาย" เขากวาดสายตามองลูกศิษย์ทีละคน "ไม่แน่ใจ...ให้ถาม ไม่มั่นใจ...ให้หยุด ห้ามทึกทักเอาเองเด็ดขาด เข้าใจไหม"

"เข้าใจค่ะ/ครับ" ทุกคนตอบรับเสียงหนักแน่น ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย "เริ่มเวรได้"

...

เวลาผ่านไปเพียงยี่สิบนาที เสียงสัญญาณวิทยุจากศูนย์กู้ชีพก็แผดเสียงเตือนภัยระทึกขวัญขึ้นทันที

"Trauma Alert! ผู้ป่วยชายอายุสามสิบหกปี ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนคว่ำ หมดสติในที่เกิดเหตุ สัญญาณชีพต่ำ คาดว่าจะถึงโรงพยาบาลในอีกสามนาที"*

บรรยากาศใน ER เปลี่ยนไปเป็นความตึงเครียดทันตาเห็น ทีมแพทย์และพยาบาลต่างรีบจัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่างรวดเร็ว ดาด้ายืนตัวแข็งทื่อ... นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เธอจะได้เผชิญหน้ากับเคสอุบัติเหตุรุนแรงระดับวิกฤต (Major Trauma)

"ศศิดา" เสียงทุ้มตวัดเรียกชื่อเธอ

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว "คะ...คะอาจารย์"

"ตามผมมา" ชายหนุ่มสั่งเสียงเรียบแล้วก้าวไปที่เตียงวิกฤตทันที

ที่ด้านหลัง... สมชาย มินตรา และเพื่อนคนอื่น ๆ ต่างมองตามไปด้วยความฉงนปนแปลกใจ ทำไมอาจารย์หมอรามถึงได้เจาะจงเลือกเรียกชื่อดาด้า ทั้งที่มีนักศึกษาแพทย์คนอื่นยืนอยู่เต็มห้อง

...

เสียงประตูออโตเมติกของห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมเสียงล้อเตียงกู้ชีพที่เข็นเข้ามาด้วยความเร็ว

"ผู้ป่วยชาย สามสิบหกปี! รถชนเสาไฟฟ้า หมดสติ ณ จุดเกิดเหตุ! ความดันแรกรับ ต่ำกว่าเก้าสิบ หกสิบ (BP 80/50 mmHg)!" เจ้าหน้าที่กู้ชีพรายงานเสียงดังแข่งกับเวลา

รามณรงค์เข้าประจำตำแหน่งหัวเตียงทันที แววตาคมกริบไร้ความลังเล "Airway! Breathing! Circulation! เตรียมเปิดเส้นให้สารน้ำขนาดใหญ่ (Large-bore IV)" ทุกคำสั่งออกจากปากเขาอย่างฉับไวเฉียบคม ทุกคนในทีมขยับตัวทำหน้าที่สอดประสานกันราวกับเครื่องจักรที่ไร้รอยต่อ

"ศศิดา"

"ค่ะ!"

"ใส่ถุงมือปราศจากเชื้อ... ช่วยประคองสายออกซิเจนแล้วคอยสังเกตสติสัมปชัญญะคนไข้ ตั้งสติไว้"

"รับทราบค่ะ" หญิงสาวรีบทำตามคำสั่งทันที แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น

ทันใดนั้น ผู้ป่วยที่หมดสติเริ่มมีอาการกระสับกระส่ายจากภาวะสมองขาดออกซิเจน เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกจากบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะไม่หยุดจนเปรอะเปื้อนผ้าปูเตียง ศศิดารู้สึกขวัญเสีย ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบและเริ่มทำอะไรไม่ถูก

"ศศิดา มองผม"

เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังแทรกความโกลาหล ดาด้าเงยหน้าขึ้นสบตาทันที รามณรงค์กำลังจ้องตรงมาที่ดวงตาของเธอผ่านหน้ากากอนามัย

"หายใจลึก ๆ"

เพียงประโยคสั้น ๆ แต่กลับฉุดรั้งสติของเธอให้กลับคืนมา หญิงสาวเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจไปด้วยความลนลาน เธอยืดอกสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดึงความเยือกเย็นกลับคืนมา ชายหนุ่มพยักหน้ารับเบา ๆ ด้วยสายตาชื่นชมแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งการรักษาต่อทันที

...

เกือบสี่สิบนาทีแห่งความเป็นความตายผ่านไป อาการของผู้ป่วยเริ่มคงที่หลังจากได้รับการกู้ชีพอย่างทันท่วงที ทีมศัลยกรรมระบบประสาทรีบเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัดด่วน ทันทีที่เตียงเคลื่อนพ้นประตูไป ศศิดาก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเคาน์เตอร์อย่างหมดแรง เหงื่อเม็ดเป้งผุดซึมเต็มกรอบหน้า ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องเย็นจัด

"น้ำ"

ขวดน้ำดื่มเย็นเฉียบถูกยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองพลางยื่นมือไปรับมาถือไว้โดยอัตโนมัติ "ขอบคุณค่ะ..." ทว่าเมื่อเห็นคนยื่นให้เต็มตา หัวใจเธอก็เต้นผิดจังหวะ... เป็นอาจารย์หมอรามณรงค์นั่นเอง

"ดื่มซะ คืนนี้ยังอีกยาวไกล" เขาพูดพลางถอดถุงมือทิ้งลงถังขยะติดเชื้อ

ดาด้าเปิดขวดดื่มน้ำอึกใหญ่ ความตื่นเต้นบีบคั้นค่อย ๆ ทุเลาลง

"กลัวไหมเมื่อกี้" คำถามเรียบ ๆ ทำให้นักศึกษาแพทย์สาวชะงัก

เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มบาง ๆ "กลัวค่ะ... แต่หนูไม่อยากหนี" เธอมองไปยังบานประตูห้องผ่าตัด "หนูอยากช่วยเขาให้ได้"

รามณรงค์นิ่งอึ้งไปกับคำตอบ แววตาคู่คมสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่ซ่อนเร้น "ดี... หมอทุกคนเคยผ่านความกลัวมาทั้งนั้น คนที่ไม่รู้สึกกลัวเลยต่างหาก... ที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในการรักษา"

ดาด้าคลี่ยิ้มกว้างออกมา เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้องฉุกเฉินที่เธอรู้สึกคลายความกดดัน คำชมของผู้ชายคนนี้ไม่ต้องยาวเยื้อ... แค่คำสั้น ๆ ว่า "ดี" ก็เพียงพอที่จะเติมไฟในใจของเธอให้ลุกโชน

ทว่า... ทั้งคู่กลับไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์และความใกล้ชิดเมื่อครู่ ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ

หน้าประตูกระจกของห้องฉุกเฉิน ร่างระหงของแพทย์หญิงคนหนึ่งในเสื้อกาวน์สะอาดสะอ้าน ผมยาวสลักถูกรวบเป็นหางม้าเนี้ยบ ใบหน้าสวยหวานแต้มยิ้มอ่อนโยน ทว่าดวงตาคู่สวยกลับจ้องลึกเข้าไปยังภาพที่หมอรามกำลังยื่นขวดน้ำให้ดาด้าอย่างไม่วางตา

หญิงสาวยกยิ้มมุมปากแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เดาความรู้สึกไม่ได้

"ราม... นายเปลี่ยนไปจริง ๆ สินะ"

เธอคือ พญ.กรรณิการ์ หรือ

'

หมอเกล

'

ศัลยแพทย์ทรวงอกคนใหม่ที่เพิ่งย้ายกลับมาจากต่างประเทศ... และเธอคือ

'

อดีตคนรักเพียงคนเดียว

'

ผู้ครอบครองหัวใจของหมอรามก่อนที่มันจะถูกปิดตายมาตลอดสามปี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป