บทที่ 8 คนที่กลับมา

เสียงฝนโปรยปรายลงมาตั้งแต่เกือบตีสาม...

เม็ดฝนเล็ก ๆ กระทบกระจกห้องฉุกเฉินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขณะที่นาฬิกาบนผนังบอกเวลาล่วงเข้าสู่ตีสี่กว่า บรรยากาศระทึกขวัญเคยวุ่นวายเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว หลังจากผู้ป่วยอุบัติเหตุรายใหญ่ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว

ศศิดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หลังเคาน์เตอร์พยาบาลอย่างหมดแรง เมื่อคืนทั้งคืนเธอแทบไม่มีเวลาหยุดหายใจ ตั้งแต่คนไข้หัวใจหยุดเต้น (Cardiac Arrest) เด็กไข้สูงชัก ไปจนถึงผู้สูงอายุเส้นเลือดสมองตีบเฉียบพลัน (Acute Stroke) ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องจนสมองแทบประมวลผลไม่ทัน

"เหนื่อยไหมเรา" เสียงเอ่ยทักทายอย่างอ่อนโยนของพี่ออม พยาบาลหัวหน้าเวรดังขึ้น

ดาด้าฝืนยิ้มบาง ๆ "นิดหน่อยค่ะพี่"

"แค่นิดหน่อยเองเหรอ" พี่ออมหัวเราะชอบใจ "ปกติเด็กปีสี่ขึ้นเวรแรกขวัญเสียร้องไห้กันระงมทุกคนเลยนะ"

"หนูยังไม่ทันตั้งสติร้องเลยค่ะ เคสมาติด ๆ กันเลย"

"เออ ดีแล้ว... เดี๋ยวอยู่ไปเรื่อย ๆ ก็ชินจนร้องไม่ออกเองแหละ" คำตอบของรุ่นพี่พยาบาลทำให้เจ้าหน้าที่รอบเคาน์เตอร์พยาบาลพากันหัวเราะเบา ๆ ขับไล่ความง่วงเหงา

ดาด้ายกแก้วกาแฟขึ้นดื่มหนึ่งอึก แม้ว่ามันจะเย็นชืดไปนานแล้ว ทว่าเธอกลับรู้สึกว่ามันมีรสชาติกลมกล่อมกว่าทุกวัน เพราะคืนนี้... เธอได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง มากกว่าตำราเล่มหนาทั้งห้องสมุดจะสอนได้เสียอีก

...

"พี่ออมคะ" เสียงหวานนุ่มดังขึ้นจากหน้าประตูทางเข้าห้องฉุกเฉิน

บรรดาพยาบาลพากันเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งระหงในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มละมุน ผมยาวสีดำขลับถูกรวบต่ำไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานสะดุดตาแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ส่งให้บุคลิกดูสุภาพ สง่างาม และน่าเข้าหาเป็นที่สุด

"อุ๊ย! หมอเกล!" พี่ออมอุทานยิ้มกว้าง "กลับมาจากต่างประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย"

"เพิ่งถึงเมื่อคืนค่ะ" กรรณิการ์ยิ้มพลางยกมือไหว้รุ่นพี่พยาบาลทุกคนอย่างมีสัมมาคารวะ "คิดถึงที่นี่จังเลยค่ะ"

"แหม กลับมาคราวนี้ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์เหมือนเดิมใช่ไหมคะ"

"ใช่ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวอีกครั้งนะคะพี่ ๆ" เธอหัวเราะเบา ๆ เสียงใส

เพียงไม่กี่นาที บรรยากาศรอบเคาน์เตอร์ก็กลับมาคึกคัก เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยต้อนรับ ดูเหมือนทุกคนในโรงพยาบาลจะรู้จักและรักใคร่เธอเป็นอย่างดี

ศศิดานั่งเงียบอยู่มุมหนึ่ง มองภาพแพทย์หญิงผู้เพียบพร้อมคนนั้นด้วยความรู้สึกชื่นชมอยู่ลึก ๆ

"หมอเกลน่ะใจดีมากเลยนะน้องดาด้า" พยาบาลรุ่นพี่คนหนึ่งหันมากระซิบ "สมัยก่อนตอนเรียนจบใหม่ ๆ น้องเกลเป็นขวัญใจของทั้งโรงพยาบาลเลย ทั้งเก่ง ทั้งพูดจาไพเราะ คนไข้ติดตรึม ต่อไปน้องดาด้าต้องได้เรียนกับหมอเกล

แน่ ๆ"

ดาด้าพยักหน้ารับพลางยิ้มตาม โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... ผู้หญิงที่กำลังแจกรอยยิ้มพิมพ์ใจอยู่ตรงนั้น คือคนคนเดียวกับที่เคยเป็น 'เจ้าของหัวใจ' ของผู้ชายที่ชื่อรามณรงค์

"เอ่อ...แล้วตอนนี้ รามอยู่ไหมคะ" คำถามราบเรียบของหมอเกลทำให้ดาด้าสะดุดใจเล็กน้อย

พี่ออมพยักหน้าตอบ "อยู่ห้องพักแพทย์ด้านในเลยค่ะ เพิ่งเสร็จเคส Trauma เมื่อกี้เอง"

"ขอบคุณค่ะ" กรรณิการ์ยิ้มให้ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังโซนพักผ่อนของแพทย์อย่างคุ้นเคยทางเป็นอย่างดี

...

ภายในห้องพักแพทย์ยังคงเปิดไฟสว่างโร่ รามณรงค์กำลังนั่งเพ่งพินิจผลเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ของผู้ป่วยในจอคอมพิวเตอร์เงียบ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนบานประตูจะถูกผลักเปิดออกช้า ๆ

ชายหนุ่มชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นผู้นำพาความเย้ายวนในอดีตมายืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่สีหน้าคมคายจะกลับคืนสู่ความราบเรียบสนิทเช่นเดิม

"...เกล"

กรรณิการ์คลี่ยิ้มกว้างพลางก้าวเข้ามาในห้อง "สวัสดีค่ะราม ไม่ได้เจอกันตั้งสามปีเลยนะ"

รามณรงค์ขยับตัวลุกขึ้นยืน "กลับมาเมื่อไหร่"

"เมื่อคืนนี้เองค่ะ" เธอก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงาน สำรวจใบหน้าคมสันของเขาอย่างถือวิสาสะ "นาย...ดูผอมลงไปนะราม"

"งานเยอะ" เขาตอบสั้นราบเรียบ... เหมือนทุกครั้งที่เคยเป็นมา

กรรณิการ์หัวเราะแผ่วเบาในลำคอ "ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ตอบสั้นตลอด"

ความเงียบอันอึดอัดโรยตัวลงชั่วครู่ ไม่มีใครเอ่ยถึงอดีตอันปวดร้าว ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องแยกทาง ราวกับระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่า

"ฉันมีของมาฝากด้วยนะ" หญิงสาววางถุงกระดาษแบรนด์หรูลงบนโต๊ะ "กาแฟดำคั่วพิเศษแบบที่นายชอบ"

รามณรงค์เหลือบมองถุงใบนั้นก่อนเอ่ยสั้น ๆ "ขอบคุณ"

"ยังดื่มกาแฟดำจัดเหมือนเดิมไหม ยังนอนวันละสี่ชั่วโมงเหมือนเดิมหรือเปล่า แล้ว...ยังทำงานจนลืมกินข้าวอยู่ไหม" คำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและแสดงออกถึงความสนิทสนมในอดีตพรั่งพรูออกมา

ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดบทอย่างแนบเนียน "ดีขึ้นแล้ว... แล้วนี่เริ่มงานวันไหน"

"พรุ่งนี้ค่ะ"

"ยินดีต้อนรับกลับมา"

เพียงประโยคต้อนรับสั้น ๆ ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่ก็ไม่ได้เย็นชาเกินรับไหว มันเป็นเพียงคำพูดตามมารยาทของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเท่านั้น กรรณิการ์ยิ้มบาง ๆ แม้ภายนอกจะดูอ่อนโยน ทว่าส่วนลึกในแววตากลับฉายแววผิดหวังวูบหนึ่ง

สามปีที่ผ่านมา เธอคิดมาตลอดว่าหากเธอซ่อมแซมตัวเองแล้วกลับมาหาเขา ผู้ชายคนนี้จะยังคงยืนอยู่ที่เดิมเพื่อรอเธอ... ทว่าสัญชาตญาณของผู้หญิงกลับกำลังส่งเสียงเตือนแผ่วเบา ว่าในตอนนี้ มีใครบางคน... กำลังค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามที่เธอเคยครอบครอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป