บทที่ 9 หมอเกล

เช้าวันรุ่งขึ้น...

นักศึกษาแพทย์ปีสี่กลับมารวมตัวกันที่วอร์ดอายุรกรรมเพื่อเตรียมรับเคสอีกครั้ง มินตราที่กำลังก้มหน้าจัดแฟ้มประวัติอยู่ ดีดตัวขึ้นมาสะกิดแขนดาด้าอย่างแรง

"ดาด้า ๆ ดูโน่น"

ดาด้าหันไปตามสายตาของเพื่อน หญิงสาวในชุดกาวน์ขาวสะอาดเดินตรงเข้ามาในวอร์ดด้วยท่วงท่าสง่างามพร้อมรอยยิ้มละมุน เธอแวะทักทายพูดคุยกับพยาบาลอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเบนสายตาตรงดิ่งมายังกลุ่มนักศึกษาแพทย์

"สวัสดีค่ะทุกคน" น้ำเสียงหวานนุ่มฟังสบายหูดังขึ้น "พี่ชื่อกรรณิการ์นะ เรียกพี่หมอเกลก็ได้ ต่อไปพี่จะเข้ามาช่วยสอนและคุมวอร์ดนี้ร่วมกับอาจารย์รามค่ะ"

นักศึกษาทุกคนรีบยกมือไหว้ทักทาย "สวัสดีค่ะ/ครับพี่หมอเกล"

กรรณิการ์ยิ้มรับอย่างเป็นมิตรพลางกวาดสายตาไปทีละคน จนกระทั่งมาหยุดนิ่งตรงหน้าดาด้า

"น้องชื่อ..."

"ศศิดาค่ะ"

"อ๋อ...น้องดาด้าใช่ไหมคะ"

หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "เอ๊ะ พี่หมอรู้จักชื่อหนูด้วยเหรอคะ"

กรรณิการ์หัวเราะเบา ๆ ดูน่าเอ็นดู "รู้จักสิคะ เมื่อวานพี่เข้าโรงพยาบาลมาก็ได้ยินใครต่อใครพูดถึงบอกว่ามีนักศึกษาปีสี่คนหนึ่งเรียนเก่งและตอบคำถามอาจารย์รามได้ดีมาก"

ดาด้าหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขิน "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ หนูยังต้องศึกษาอีกเยอะ"

"ถ่อมตัวจัง" หมอเกลยิ้มกว้างขยับเข้าไปแตะต้นแขนเธอเบา ๆ อย่างเป็นมิตร "ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรสงสัยหรือไม่เข้าใจตรงไหน มาถามพี่ได้ตลอดเลยนะ พี่เต็มใจช่วยเราเสมอ"

"ขอบคุณมากค่ะพี่หมอ" รอยยิ้มอันแสนอบอุ่นและจริงใจของหมอเกลทำให้ดาด้ารู้สึกโล่งอกและประทับใจในตัวรุ่นพี่คนนี้ทันที

ทว่า... ในวินาทีที่ศศิดากำลังก้มศีรษะขอบคุณ สายตาของพญ.กรรณิการ์ ที่มองต่ำลงมากลับเปลี่ยนเป็นนิ่งลึก เธอจับจ้องและสำรวจดาด้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน แววตาคู่นั้นดูราวกับกำลังประเมินและวิเคราะห์ 'คู่แข่ง' อย่างเงียบเชียบ

ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นแววตาอ่อนโยนประกายระยับชวนฝันในพริบตาเมื่อดาด้าเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้ง


หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่ พญ.กรรณิการ์ กลับมาประจำการที่วอร์ดอายุรกรรม...

บรรยากาศในโรงพยาบาลดูคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสียงหัวเราะและคำชมจากบรรดาพยาบาลรุ่นพี่ดังแว่วอยู่ทุกมุมตึกทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โชคดีแค่ไหนที่ได้อาจารย์แพทย์ใจดีอย่าง 'หมอเกล' มาช่วยสอน

ศศิดายืนถือคลิปบอร์ดประวัติคนไข้อยู่หน้าห้องตรวจ รอฟังคำสั่งจากอาจารย์ทั้งสองคนที่กำลังปรึกษาเคสกันอยู่ด้านใน สายตาของเธอเหลือบมองกรรณิการ์ที่ยืนเคียงข้างรามณรงค์... ทั้งคู่ดูเพียบพร้อมและเหมาะสมกันราวกับภาพวาดที่ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว

"หมอเกลเก่งจังเลยเนอะ" มินตรากระซิบข้างหู "อธิบายอะไรก็เข้าใจง่าย แถมยังใจดีกับพวกเราสุด ๆ ไม่เหมือนอาจารย์ราม ตอบผิดทีนึงคือหนาวเยือกไปทั้งวอร์ด"

ดาด้าอมยิ้มบาง ๆ "ก็สไตล์ใครสไตล์มันแหละ"

"น้องดาด้าคะ"

เสียงหวานนุ่มของกรรณิการ์ดังขึ้นกะทันหันจนดาด้าสะดุ้งเล็กน้อย หญิงสาวหันไปพบรอยยิ้มอ่อนโยนที่จ้องมองมาอย่างตั้งใจ

"เคสคนไข้เตียงเจ็ด ประวัติ CKD (โรคไตเรื้อรัง) ที่มาด้วยอาการบวมน้ำทั้งตัว น้องสรุปประวัติและแนวทางการรักษาให้พี่ฟังหน่อยได้ไหมคะ"

"ได้ค่ะ" ดาด้ารีบเปิดแฟ้มพลางเรียบเรียงข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงฉะฉานและมั่นคง

ทว่าเมื่อเธอรายงานจบ สายตาของกรรณิการ์กลับฉายแววครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

"อืม... ก็ถือว่าดีนะคะ แต่พี่ว่าน้องน่าจะเน้นเรื่อง Fluid balance (สมดุลน้ำและเกลือแร่) ให้ละเอียดกว่านี้อีกหน่อย เดี๋ยวอาจารย์รามจะถามซ้ำเอาได้" เธอหันไปส่งยิ้มให้รามณรงค์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ "จริงไหมคะราม"

รามณรงค์เพียงพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่ได้สบตาดาด้า สีหน้าคมคายยังคงเรียบเฉยเหมือนเช่นเคย ทว่าท่าทีเฉยชาและคำพูดสั้น ๆ นั้น กลับทำให้ดาด้ารู้สึกเหมือนถูกตำหนิอยู่กลางใจ

เมื่ออาจารย์ทั้งสองเดินแยกออกไป มินตราก็รีบกระซิบขึ้นทันที "เห็นไหมล่ะ หมอเกลนี่ใส่ใจน้อง ๆ จริง ๆ นะ ขนาดเรื่องเล็ก ๆ ยังคอยช่วยเสริมให้เลย"

ดาด้าพยักหน้ารับเงียบ ๆ ทว่าลึก ๆ ในใจกลับรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก เธอมั่นใจว่าคำตอบของตัวเองไม่ได้ผิดพลาดตรงไหน แต่ก็ไม่อาจอธิบายความรู้สึกอึดอัดแปลก ๆ ที่ผุดขึ้นมาในอกได้เลย

...

ทางฝั่งห้องพักแพทย์...

กรรณิการ์นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ปลายนิ้วเลื่อนเมาส์ไปมาอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาคู่สวยจับจ้องอยู่ที่ช่องกระจกบานเล็กซึ่งมองเห็นบรรยากาศในวอร์ดด้านนอกได้พอดี

ภาพของรามณรงค์ที่กำลังยืนอธิบายบางอย่างให้นักศึกษาแพทย์สาวคนเดิมฟังอย่างตั้งใจ ทำให้ปลายคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันแผ่วเบา... เธอจำได้ดีว่าตลอดสามปีที่เคยคบกัน ไม่เคยสักครั้งที่รามณรงค์จะยอมเสียเวลาอธิบายอะไรซ้ำสองให้ใครฟังอย่างอดทนขนาดนี้ นอกจากเธอเอง

"น่าสนใจจริง ๆ..." เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนริมฝีปากสวยจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป