บทที่ 7 บทที่ 2.4
“มีอะไรกัน”
ก่อนที่สองแม่ลูกจะทะเลาะกันไปมากกว่านี้ เจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ก็เดินเข้ามา
เมื่อเห็นว่าเป็นติณณภพที่เดินเข้ามานางนงนุชจึงเปลี่ยนสีหน้าท่าทีของตัวเองทันที
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ไปสินิ่มกลับไปหาคุณติณณ์เขาสิ” คนเป็นแม่ยิ้มตอบพร้อมทั้งดันหลังลูกสาวให้ไปทางติณณภพ แต่ครั้งนี้ลูกสาวที่นางนงนุชเห็นว่าซื่อบื้อหัวอ่อนกลับไปยอมทำตามคำสั่งเหมือนอย่างที่ผ่านมา
“นิ่มไม่ไป นิ่มไม่ยอม นิ่มจะกลับ ถ้าแม่อยากอยู่ที่นี่แม่ก็อยู่ไปคนเดียวเถอะ!” นิชาดาพูดจบก็สะบัดตัวออกและวิ่งหนีออกไปทันทีอย่างไม่สนใจใคร ทำให้นางนงนุชได้แต่ยิ้มเกล้อกดเก็บความหงุดหงิดเอาไว้
“เอ่อ รอแป๊บนึงนะจ๊ะเดี๋ยวป้าไปตามนิ่มมันมาให้จ้ะ”
“นี่ป้าบังคับลูกสาวป้ามาเหรอ”
เจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่ก็แค่แกล้งถามลูกหนี้จอมบิดพลิ้วไปอย่างนั้นเองเพราะตอนนี้ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นยังไง
“เปล่าๆ ป้าไม่ได้บังคับอะไรมันเลย นางนิ่มมันแค่ตกใจไปหน่อยแค่นั้นเอง เดี๋ยวป้าขอตัวไปคุยกับมันแป๊บเดียวนะจ๊ะ”
ขนาดนี้ยังจะแถ ถ้าไม่ติดว่าอายุมากกว่าเขาได้ด่าเปิงไปแล้ว
“ผมไม่เอาละ ไว้ป้าค่อยหาเงินมาใช้ตามสัญญาเลยก็แล้วกัน”
ในเมื่อป้าแกผิดคำพูดไม่ว่าจะเป็นการอวยลูกสาวว่าสวยเกินจริงเพื่อจะให้เขารับไว้ขัดดอก ไหนจะหลอกซ้ำหลอกซ้อนหลอกพาลูกสาวมาแบบนี้อีกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาด้วย ถ้าเด็กที่ชื่อนิ่มสวยสะเด็ดตรงสเป็คก็ว่าไปอย่าง อันนี้มองยังไงมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความจืดชืด
ติณณภพพูดจบก็หันหลังเดินหนีอย่างไม่อยากจะสนใจสองแม่ลูกนี่อีก แต่นางนงนุชก็ไม่ยอมแพ้เพราะนางไม่มีเงินมาใช้หนี้จริงๆ
“เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นสิคะคุณติณณ์เดี๋ยวป้ามาค่ะ”
พูดจบนางนงนุชก็รีบสาวท้าวตามลูกสาวไปด้วยความร้อนใจ
“อีนิ่มมึงหยุดเลยนะ!”
เมื่อเรียกแล้วไม่ยอมหยุดคนเป็นแม่จึงตะโกนจิกหัวด่าเพราะไม่ได้ดั่งใจ
“อีนิ่ม! กูบอกให้มึงหยุด อีคนอกตัญญู!!”
“แม่!!!”
นิชาดาถึงกับสะอึกกับคำพูดที่ออกมาจากปากของแม่ตัวเอง
แค่เพราะเธอไม่ยอมนอนกับเจ้าหนี้ของแม่ที่เธอเพิ่งรู้เรื่องวันนี้ทำให้เธอกลายเป็นคนอกตัญญูในสายตาของแม่เชียวเหรอ
“เออ ก็แม่มึงไง แม่ของคนเนรคุณอย่างมึงไงอีนิ่ม”
“ทำไมแม่ต้องว่าให้นิ่มขนาดนี้ด้วย”
คนถูกว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงเริ่มน้ำตาคลอเพราะแต่ไหนแต่ไรถึงแม้แม่จะชอบด่าชอบบ่นแต่ก็ไม่เคยมีคำพูดที่รุนแรงแบบนี้หลุดออกมาเลยสักครั้ง
“ก็หรือมึงไม่ได้เป็นอย่างที่กูว่า ใครคลอดมึงออกมา ใครเลี้ยงมึงมาจนโตให้รู้จักเนรคุณพ่อแม่แบบนี้ฮะ”
คนเป็นแม่ยังไม่หยุดทวงบุญคุณด้วยถ้อยคำที่กรีดหัวใจคนเป็นลูก
“แต่แม่กำลังจะเอานิ่มไปขายตัว!”
“ก็ถ้าไม่ขายตัวแล้วมึงมีเงินห้าแสนมาให้กูไหมล่ะตอนนี้”
“นี่แม่ติดหนี้เขาห้าแสนเหรอ”
“เออสิอีโง่!”
มันจะถามอะไรนักหนา ทำอย่างกับว่าจะมีปัญญาหาเงินมาใช้แทน
“แม่ไปกู้เขามาทำไม แล้วเขาให้แม่กู้ได้ยังไงเงินตั้งขนาดนั้น”
และเธอก็เชื่อว่าตอนกู้แม่ของเธอนั้นไม่มีหลักประกันอะไรไปให้ผู้ชายคนนั้นด้วย แล้วทีนี้จะทำยังไงลำพังแค่ค่าแรงวันละสองสามร้อยจะเอาปัญญาที่ไหนไปใช้หนี้คืนเขา
“กูจะกู้มาได้ยังไงมันไม่สำคัญ ตอนนี้มึงแค่มีหน้าที่ตอบกูมาว่าจะอยู่ที่นี่หรือจะให้มันเอาตำรวจมาลากกูคอเข้าคุก!”
“แต่นิ่มไม่อยากทำ” เมื่อได้ยินคำว่าติดคุกเธอจึงพูดเสียงอ่อย
แม้จะรู้ว่าเจ้าหนี้คนนั้นมีโอกาสทำให้แม่ของเธอติดคุกได้แต่ใจเธอนั้นไม่อยากทำตามที่แม่บอกจริงๆ
“มึงจะอะไรนักหนาฮะ ไร่ชากลางเมฆหมอกใช่ว่าใครจะเข้ามาอยู่ได้นะมึง”
“ถ้าให้นิ่มมาทำงานใช้แรงงาน มาเป็นคนงานเขามาเป็นลูกจ้างเขาผ่อนหนี้ให้แม่นิ่มยอมทำ แต่ถ้าให้นิ่มนอนกับเขานิ่มไม่นอน!”
“อีนิ่ม! มึงจะอะไรนักหนาวะอีลูกทรพี!!”
เพี๊ยะ!!!
นางนงนุชเหลืออดกับความดื้อรั้นไม่ได้ดั่งใจของลูกสาวในวันนี้จึงวาดมือตบฉาดใหญ่จนใบหน้านวลขาวบวมแดงขึ้นริ้วรอยมือขึ้นมาทันตา
คนเป็นลูกได้แต่กุมแก้มข้างที่โดนตบพร้อมกับร้องถามออกไปน้ำตานองหน้าในสิ่งที่แม่เพิ่งกระทำกับตน
“แม่จะมาเอาอะไรกับนิ่มนักหนา ทำไมแบบนี้แม่ไม่เอาไอ้พี่นนท์ลูกรักของแม่มาทำงานใช้หนี้ด้วยกันกับนิ่มล่ะ! ทำไมต้องเป็นนิ่มคนเดียวที่มาเจออะไรแบบนี้”
ที่ผ่านมาแม้ว่าแม่จะดุด่าเธอขนาดไหนแต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะตบตีเธอแบบนี้แต่จะทำยังไงได้ก็เธอมันไม่ใช่ลูกรักของแม่เหมือนนทีนี่รายนั้นไม่ว่าจะทำอะไร
ก็ไม่เคยโดนดุด่า
“กูบอกให้มึงทำมึงก็แค่ทำ มึงจะไปพูดถึงพี่มึงทำไมฮะ!”
นงนุชง้างมือขึ้นอีกครั้งเมื่อคนเป็นลูกยังไม่ยอมลงให้
“แต่นิ่มไม่อยากทำนี่!” สิ้นเสียงตะโกนด้วยความช้ำใจของลูกสาว
เพี๊ยะ!!!
สุดท้ายฝ่ามือของคนเป็นแม่ก็ตบลงไปบนหน้าลูกสาวที่ยืนตัดพ้อน้ำตานองหน้าซ้ำอีกครั้งเสียงดังสนั่น
“เออ! อีลูกเวร! ถ้ามึงไม่ทำก็ไม่ต้องมาเรียกกูว่าแม่อีก กูจะโดนจับกูจะตายมึงก็ไม่ต้องมาเผาผีกู!”
“แม่!!!”
“กูบอกว่าอย่ามาเรียกกูว่าแม่!”
