บทที่ 8 บทที่ 3.1
“เข้ามาทำไมฉันบอกแม่เธอไปแล้วว่าไม่เอาแล้ว หรือว่ากลับมาเอากระเป๋า?” ติณณภพเงยหน้าขึ้นมาจากงานเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เปิดประตูเข้ามาพลางเหลือบมองไปยังกระเป๋าเป้ใบเก่าที่หล่นอยู่ตรงพื้น
“คือ คือว่า...”
เมื่อเห็นคนเข้ามาใหม่อีกครั้งมัวแต่ยืนอ้ำอึ้งจึงบอกตัดบทเพื่อจะทำงานต่อ
“หยิบแล้วก็ออกไปได้แล้วฉันจะทำงานต่อ”
“คือ คือหนูขออยู่ทำงานกับคุณได้ไหมคะ” นิชาดากลั้นใจพูดออกไปเมื่อคนตรงหน้าก้มหน้ากลับไปสนใจงานบนโต๊ะต่ออย่างไม่สนใจอะไรเธอ
“เธอโดนแม่บังคับมาไม่ใช่หรือไง” ติณณภพเอ่ยถามทั้งที่ยังทำงานอยู่ ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาขึ้นไปมองแต่อย่างใด
“เปล่าค่ะ”
“จะไม่ใช่ได้ยังไงโดนตบกลับมาแบบนี้”
ในที่สุดชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมาจากงานเพื่อมองจ้องไปยังสองแก้มบวมแดงนั้นให้เจ้าของได้รู้ตัว
ตอนนี้กลับกลายเป็นฝ่ายของคนที่กลับมาขอร้องเพื่อขออยู่ด้วยเสียเองที่ก้มหน้างุดไม่ยอมสบตา
ถึงเขาจะตามไปดูสองแม่ลูกคู่นี้ต่อห่างๆ แค่ครู่เดียว อีกทั้งยังไม่ได้ยินเสียงทะเลาะของคนทั้งคู่ก็ตามแต่สภาพของหญิงสาวตรงหน้าก็อธิบายเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้ว และแม้ว่าเขาจะเจ้าชู้ยังไงแต่ก็ไม่เคยคิดที่จะบังคับฝืนใจใครให้ต้องมานอนด้วย ของแบบนี้มันต้องเต็มใจทั้งสองฝ่ายมันถึงจะสนุก โดยเฉพาะลูกๆ หลานๆ ของลูกหนี้ทั้งหลายที่ผ่านมาต่างก็เต็มใจมากันเองทั้งนั้น เขาไม่เคยไปบังคับขู่เข็ญมาเลยสักราย เห็นจะมีก็แต่ยัยจืดนี่แหละที่โดนแม่หลอกมา
“ตอนนี้หนูเต็มใจแล้วค่ะ”
เหอะ!
คนได้ฟังส่งเสียงในลำคอ แต่ก็ปล่อยให้ยัยจืดตรงหน้าพูดต่อ
“ตอนแรกหนูแค่ตกใจเพราะแม่ไม่ได้บอกหนูก่อน แต่ตอนนี้หนูรู้แล้วค่ะ”
“สรุปเธอจะยอมมานอนกับฉันเพื่อขัดดอก?” ติณณภพเลิกคิ้วถามพร้อมทั้งจับจ้องคนที่เงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างตกใจจนเผลอทำตาโตแต่ก็รีบตอบตกลง
“ค่ะ”
บทจะง่ายก็ง่ายจริงนะยัยจืด ทีเมื่อกี้โดนตัวนิดโดนตัวหน่อยทำเป็นจะตาย
“แต่ว่า...” เสียงอ้อมแอ้มเอ่ยออกไปอย่างไม่มีความมั่นใจ จนได้ยินเสียงดุๆ ถามกลับนั่นแหละหญิงสาวจึงกล้าเอ่ยปากต่อรอง
“แต่ว่าอะไร”
“หนูขอทำงานในไร่ด้วยได้ไหมคะแล้วคุณก็หักค่าแรงหนูเพื่อใช้หนี้อีกทาง”
“เธอรู้ไหมว่าแม่เธอเป็นหนี้ฉันเท่าไหร่”
“รู้ค่ะ”
“แล้วแบบนี้เธอต้องทำงานในไร่ของฉันอีกกี่ปีล่ะถึงจะพอใช้หนี้ห้าแสน”
เมื่อเขาถามกลับมาแบบนี้นิชาดาก็ได้แต่นิ่งเพราะเธอนั้นก็ยังไม่รู้คำตอบนั้นเหมือนกัน เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะให้เธอไปทำงานอะไรเงินเดือนเท่าไหร่แต่เธอก็ยังอยากจะขอเขาทำงานดู ดีกว่าต้องนอนกับเขาขัดดอกไปวันๆ แต่เงินต้นไม่ลด
“แล้วเธอรู้ใช่ไหมว่าถ้าฉันยังไม่เบื่อหรือยังไม่ไล่เธอ เธอก็ต้องนอนกับฉันไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอและแม่จะหาเงินมาคืนฉันหมด”
“รู้ค่ะ” ถึงเขาไม่บอกเธอก็พอจะเดาได้
“งั้นอีกอย่างที่เธอคงจะยังไม่รู้”
“อะไรเหรอคะ”
“ฉันไม่ชอบเด็ก โดยเฉพาะเด็กต่ำกว่ายี่สิบแล้วหน้าตาจืดชืดแบบเธอ”
ดูก็รู้แหละว่ายัยจืดนี่ยังไม่เต็มใจแต่ในเมื่อดันกลับมาตื้อขออยู่ด้วยเองแบบนี้เขาก็ต้องบอกออกไปตรงๆ ไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องมาเพ้อมาคาดหวังอะไรเป็นเด็กๆ
“แต่หนูก็จะยี่สิบ...”
นิชาดาไม่เถียงว่าเดี๋ยวนี้เธอไม่ค่อยแต่งตัวจนดูจืดชืด แต่เรื่องอายุเธอก็ไม่ได้เด็กเกินไปแบบที่เขาคิด
“เอาเถอะ” ติณณภพยกมือขึ้นมาห้ามก่อนที่คนจืดชืดตรงหน้าจะทันพูดจบเพราะสาระสำคัญมันต่อจากนี้ต่างหาก
“ถ้าอยากอยู่ขนาดนั้นก็มานี่”
ได้ยินแบบนั้นนิชาดาจึงกลั้นใจเดินอย่างกล้าๆ กลัวๆ เข้าไปหาคนที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
“เข้ามาใกล้ๆ” ติณณภพทำเสียงดุเมื่อคนที่เป็นฝ่ายร้องขอจะอยู่ด้วยยังทำท่าทีเหมือนคนไม่เป็นงาน
มารยาอะไรก็ไม่มีแล้วอย่างนี้เนี่ยนะจะมาขัดดอก
เจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่คิดอย่างเซ็งๆ กับท่าทางสนิมสร้อยของหญิงสาวจึงลุกออกจากเก้าอี้และเป็นฝ่ายเดินไปรวบเอวหญิงสาวให้ขึ้นนั่งบนโต๊ะพร้อมทั้งใช้สองแขนใหญ่กักตัวไว้ ดีหน่อยที่รอบนี้ไม่ร้องโวยวายสะดีดสะดิ้งเหมือนรอบแรก
“มีผัวมากี่คนละ”
คนที่ตกใจกับคำถามโต้งๆ และความใกล้ชิดของลมหายใจที่เป่ารดแก้มนวลอยู่พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นแต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังคงทำได้ไม่ค่อยดีนัก
“มะ ไม่เคยมีค่ะ”
“หึ รอบนี้แม่เทรนมาดีว่างั้น?”
ออกไปไม่นานยังมีเวลาสอนลูกสาวให้ตอบเอาใจผู้ชายได้อีกเนอะ
แต่โทษทีไอ้ติณณ์คนนี้ไม่ได้สนใจความซิงไม่ซิงใสไม่ใสอะไรนั่นหรอก แต่กลับกันเขาดันชอบพวกเจนสังเวียนมากกว่า ก็ชอบคนสวยหุ่นดีเอามันลีลาเด็ดแล้วจะไปหาคนใสซื่อบริสุทธิ์ไม่เป็นงานมาทำแป๊ะอะไร
คนนิยมคนมีประสบการณ์คิดในใจพร้อมกับพิจารณายัยจืดที่ห่างไกลจากรสนิยมของตัวเองใกล้ๆ
จะว่าก็ว่า ไอ้หน้าตาซื่อๆ ท่าทางหงิมๆ แบบนี้เขาเห็นมาเยอะละ ผัวเพียบ! บางคนผัวเยอะกว่าพวกที่ท่าทางแรงๆ อีก
แต่ก็แล้วไงใครสน ในเมื่อเจ้าตัวบอกเองนี่ว่าอยากจะมานอนขัดดอกให้แม่
คนถูกประเมินด้วยสายตาคมร้องตกใจเมื่อฝ่ามือหนาข้างหนึ่งของคนตรงหน้าย้ายจากขอบโต๊ะเปลี่ยนมาวางบนเอวคอดของเธอ
“คุณ!!!”
“ก็บอกตั้งแต่แรกแล้วไงว่าจะเช็กของ เกิดแม่เธอเอาของไม่ดีไม่มีคุณภาพมาให้ฉันก็แย่น่ะสิ ฉันเป็นนักธุรกิจนะเธอคิดว่าฉันจะยอมขาดทุน?” เจ้าของเงินกู้เลิกคิ้วถาม
แม่ยัยจืดนี่โกหกปลิ้นปล้อนมากี่ครั้งละ ถ้าเกิดรับไว้โดยไม่เช็กของเห็นทีคงมีโอกาสขาดทุนย่อยยับ เกิดของข้างในไม่ถูกใจจะได้รีบส่งตัวออกจากไร่พร้อมกับลูกหนี้จอมหัวหมอที่เขาให้อัคคีรั้งตัวไว้ซะเลย
“แต่ว่า...” เธอยังไม่พร้อมเลย...
“ถ้าไม่ให้เช็กของเธอก็กลับไป ฉันไม่ได้บังคับ”
เมื่อได้ยินคำขาดคนที่ไม่มีทางเลือกมากนักจึงก้มหน้าคิดแต่เมื่อฝ่ามือใหญ่กำลังจะเคลื่อนออกจากเอวบางเธอกลับรีบตะครุบมือของเขาไว้พร้อมกับพูดเสียงตะกุกตะกักอย่างไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอะไรอีกแล้ว
“เช็ก เช็กก็ได้ค่ะ”
หึ ก็แค่นั้น
ติณณภพยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ จากนั้นจึงผละออกมาครู่หนึ่งเพื่อส่งไลน์ไปหาอัคคี
‘อย่าให้ใครเข้ามากวนกู’
นิชาดาหลับตาปี๋เมื่อคนที่เพิ่งวางโทรศัพท์ลงก้มหน้ามาจนชิดใบหน้าของเธออีกทั้งสองฝามือใหญ่ของเขายังสอดเข้ามายังชายเสื้อของเธออย่างรวดเร็ว
“คะ คุณติณณ์”
“อืม” ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองติณณภพจึงพึมพำตอบรับอย่างค่อนข้างพอใจอยู่ข้างซอกคอขาวที่ตัวเองกำลังสูดดมอยู่ อีกทั้งเมื่อลองกอบกุมบีบขยำลงบนความนุ่มหยุ่นแล้วก็ไม่ได้เจอแต่ฟองน้ำอย่างที่คิดไว้
เมื่อชายหนุ่มผละออกนิชาดาก็ยกสองแขนขึ้นมากอดตัวเองไว้แน่นเพราะคิดว่าเขาคงเช็กของอย่างที่เขาบอกเสร็จแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจผิดเพราะตอนนี้เขาดึงมือของเธอออกจากนั้นก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อแขนยาวผ่าหน้าของเธอออกอย่างรวดเร็ว
เมื่อกระดุมทั้งแผงหลุดออกจากกันคนต้องการเช็กของต่อก็ไม่พูดไม่จา ใช้มือดึงบราตัวเก่าขึ้นไปไว้บนเนินอกจากนั้นจึงก้มหน้าลงไปซุกไซ้ก้อนเนื้ออวบอิ่มสองก้อนที่ล่อตาล่อใจทันที
“คุณ ฮื่อออ หนู หนูยังไม่ทันตั้งตัว”
คนโดนตรวจเช็กร่างกายตกใจกลัวเมื่ออยู่ๆ ก็โดนจูบซุกไซ้ดูดเลียยอดอกอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“นมใหญ่ดีแต่พูดมากไปหน่อย”
ริมฝีปากหยักลึกถอนออกมาจากยอดอกสีสวยเพื่อมองหน้าคนเหนียมอายจนเขาเริ่มรำคาญ
ก็แค่ดูดนมจะต้องมาตั้งตัวอะไรวะ
ติณณภพคิดในใจจากนั้นจึงก้มหน้าลงไปดูดดึงจูบฟัดทรวงอกอวบหยุ่นต่อ
นิชาดาได้แต่จิกเกร็งมือทั้งสองข้างบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่อย่างไม่รู้จะทำยังไงเมื่อเอวคอดกิ่วโดนลำแขนหนากอดรัด ส่วนฝ่ามือใหญ่อีกข้างหนึ่งของเขาก็บีบขยำทรวงอกของเธออย่างเมามัน จูบฟัดถาโถมตัวลงมาจนแผ่นหลังเธอแทบจะเอนราบไปกับโต๊ะทำงานถ้าไม่ได้แขนแข็งแกร่งของเขาประคองไว้
“คะ คุณ!”
หญิงสาวสะดุ้งตกใจจนเผลอหลุดปากออกไปเสียงดัง เมื่อฝ่ามือใหญ่ลูบไล้
จากหน้าอกของเธอผ่านหน้าท้องแบนราบและตอนนี้กำลังสำรวจอยู่บนเนินเนื้อนางผ่านกางเกงยีนส์ตัวเก่ง
เธอได้แต่หลับตาลงพร้อมกับเม้มปากแน่นเมื่อเจอกับสายตาดุๆ ของเขาที่ฉายแววไม่พอใจที่เธอส่งเสียงทัดทานอีกทั้งยังหายใจสะดุดเมื่อกระดุมกางเกงยีนส์โดนปลดออกตามด้วยซิบที่ถูกรูดลงมา จากนั้นนิ้วแกร่งของเขาก็สอดผ่านชั้นในเข้าไปด้านในเพื่อสำรวจนวลเนื้อแท้ของเธอ
ติณณภพมองคนที่หลับตาปี๋พร้อมกับกัดปากแน่นเพื่อปิดกลั้นเสียงของตัวเองอย่างขบขัน
เขาแค่ไม่ชอบเสียงเวลาที่หญิงสาวขัดขืน แต่ไม่ได้ห้ามครางเวลาเสียวสักหน่อย แต่ยัยจืดนี่ดันกลั้นเสียงครางตัวเองจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด
