บทที่ 3 นภเกตน์ แปลว่า ดวงตะวัน
เหนือสิ่งอื่นใด ยิ่ง...อยากลืมมากเท่าไหร่ก็จำได้มากเท่านั้น
สิตางศุ์กับพันทิพย์พากันเข้าไปในห้องประชุมขนาดกลาง ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นลอยของบริษัท ห้องประชุมที่ว่านี้มีไว้สำหรับประชุมเรื่องที่ไม่เป็นทางการนัก เหมือนเอาไว้สำหรับพูดคุยกันซะมากกว่า ดังนั้นโต๊ะเก้าอี้จึงถูกวางจัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมนั่งล้อมวง จะได้พูดคุยกันได้อย่างสะดวกและใกล้ชิดสนิทสนม
ซึ่งในห้องประชุมเวลานี้ยังไม่มีพนักงานอื่นเข้ามา หรืออาจเป็นเพราะยังไม่ถึงเวลา คงมีเพียงนางสมพรซึ่งเป็นแม่บ้านประจำบริษัท ที่ต้องเข้ามาจัดเตรียมเครื่องดื่มจำพวก ชา กาแฟ โกโก้ และของว่างสำหรับผู้เข้าประชุม ครั้นอีกฝ่ายเห็นเธอกับพันทิพย์เดินเข้ามา ก็รีบชงกาแฟมาวางไว้ให้ตรงหน้าทันที
“กาแฟค่ะคุณเดือน คุณป้อม”
“ขอบคุณมากค่ะป้าพร”
สิตางศุ์หันไปพูดขอบคุณพลางยกกาแฟร้อนๆ ขึ้นจิบ พันทิพย์เองก็ยกกาแฟของตัวเองขึ้นจิบด้วยเช่นกัน แล้วจึงหันไปแซวคนชงพร้อมด้วยรอยยิ้ม
“แหม ขอบคุณนะคะป้าพร จำเก่งจริงๆ ว่าป้อมชอบดื่มกาแฟรสชาติไหน”
แม่บ้านวัยกลางคนหัวเราะชอบอกชอบใจ
“แหม ของคุณป้อมน่ะจำง่ายค่ะ สูตรง่ายๆ หนึ่ง สอง สาม”
“อะไรหรือคะหนึ่งสองสาม” พันทิพย์ถามเพราะคิดตามไม่ทัน
“นั่นสิคะป้าพร” สิตางศุ์ก็นึกไม่ออกเช่นกัน ทั้งยังชะงักการดื่มกาแฟ รอฟังคำตอบอย่างใจจดจ่อ
“แหม หนึ่งสองสามก็กาแฟหนึ่ง น้ำตาลสอง คอฟฟีเมตสามไงคะ แต่ของคุณเดือนจำง่ายสุด เพราะไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มเลย กาแฟเพียวๆ ถ้าให้ป้าดื่มแบบนี้มีหวังตาค้างทั้งคืน แถมเป็นกาแฟสองช้อนกับน้ำร้อนแค่ครึ่งถ้วยอีกต่างหาก”
“อ๋อ กาแฟเพียวๆ” คนดื่มกาแฟเพียวๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะบอกเสียงใส พยายามไม่สนใจกับคำว่ากาแฟสองช้อนกับน้ำร้อนครึ่งถ้วย ที่เธอดื่มตามใครบางคนจนติดกระทั่งทุกวันนี้ “การดื่มกาแฟอย่างเดียวโดยไม่ต้องเติมอะไรเลย มีประโยชน์นะคะป้าพร อย่างแรกไม่ทำให้อ้วน แถมยังช่วยลดริ้วรอยที่เป็นสาเหตุของการแก่ก่อนวัย ทำให้หน้าตาสดใสโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางแพงๆ หรือการทำศัลยกรรมใดๆ เลยค่ะ”
“อ๋อ...” นางสมพรลากเสียงยาว “อย่างนี้นี่เอง คุณเดือนถึงหน้าตาสวยสดใสขนาดนี้ ทั้งๆ ที่อายุมากกว่าลูกสาวป้าอีกนะคะ นั่นอายุแค่ยี่สิบ แต่หน้าปาเข้าไปสี่สิบแล้วละมั้ง”
“แหม...ป้าพรก็ว่าลูกสาวซะเห็นภาพเลย” พันทิพย์พูดยิ้มๆ ก่อนจะหันไปทางสิตางศุ์ “พี่ก็เพิ่งรู้นะน้องเดือน ว่ากาแฟเพียวๆ ช่วยลดริ้วรอยของการแก่ก่อนวัย เดี๋ยวต้องลองเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มกาแฟของตัวเองบ้าง สงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้อ้วนเอาๆ แต่น้องเดือนสวยเอาๆ” คนพูดพูดเสียงติดตลก
“อย่างคุณป้อมไม่เรียกว่าอ้วนหรอกค่ะ เรียกว่าอวบเกินมาตรฐานไปนิดเดียวเท่านั้น ผู้หญิงผอมมากไปก็ไม่สวยอ้วนมากไปก็ไม่งาม แต่อย่างคุณเดือนเรียกว่ารูปร่างสวยสมส่วน แถมสูงกำลังดี ไม่สูงเป็นเปรตเหมือนพวกนางแบบ สูงแบบนั้นหาแฟนยากค่ะ เพราะผู้ชายไทยเดี๋ยวนี้มีแต่ตัวต่ำๆ ทั้งนั้น” แม่บ้านช่างพูดพูดยิ้มๆ
“ตัวต่ำๆ ฟังแล้วดูแย่กว่าเตี้ยอีกนะคะป้าพร” สิตางศุ์พูดขำๆ “แล้วผู้ชายสมัยนี้ส่วนมากก็ตัวสูง ไม่เหมือนคนรุ่นเก่าแล้วค่ะ”
“ก็ที่ป้าเห็นมีแต่คนต่ำๆ เตี้ยๆ ทั้งนั้นนี่คะ”
ป้าสมพรคงอยากจะคุยต่อ แต่เห็นมีคนเริ่มเข้ามาจึงต้องกลับไปทำงานในหน้าที่ของตัวเองต่อ สิตางศุ์สบโอกาสจึงหันไปถามหญิงสาวรุ่นพี่
“พี่ป้อมรู้ไหมคะว่า นอกจากคุณเอกจะพาวิศวกรคนใหม่มาแนะนำตัวแล้ว ยังมีเรื่องสำคัญอะไรอีกหรือเปล่า”
คนถูกถามนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“พี่คิดว่าน่าจะมี แต่คงเป็นเรื่องไม่ซีเรียสหรอกจ้ะน้องเดือน ไม่งั้นเจ้านายคงไม่เรียกประชุมเพียงไม่กี่คน นั่นคนอื่นทยอยมากันแล้ว”
สิตางศุ์หันไปมองผู้เข้าร่วมประชุมที่ทยอยกันเดินเข้ามาในห้อง พนักงานที่ถูกเรียกประชุมในครั้งนี้แม้จะมีเพียงไม่กี่คน แต่เป็นระดับหัวหน้าแผนกที่ทำงานเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น ตัวเธอเองทำงานอยู่แผนกประสานงานการก่อสร้าง เป็นแผนกที่ต้องเกี่ยวข้องกับทุกแผนกในบริษัทอยู่แล้ว จึงถูกเรียกเข้าประชุมด้วยเช่นกัน
“แหม...คุณเดือน พี่ป้อม วันนี้มานั่งรอก่อนเลยนะคะ”
นิภาภัทรหญิงสาวเจ้าของร่างอ้วนประหนึ่งช้างน้ำ แต่มีชื่อเล่นน่ารักน่าเอ็นดูว่าหนูเล็ก ทำงานเป็นเลขาฯ ของแผนกก่อสร้างเอ่ยแซว พลางฉีกยิ้มกว้างอย่างคนอารมณ์ดี
“พี่กับน้องเดือนมานั่งละเลียดกาแฟรอผู้เข้าร่วมประชุมไงจ๊ะหนูเล็ก”
“จริงหรือเปล่า ไม่ใช่มารอชมโฉมความหล่อของวิศวกรคนใหม่กันหรือคะ”
พันทิพย์หัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ
“แหม หนูเล็กพูดยังกับวิศวกรคนใหม่เป็นนางบุษบาในวรรณคดีไทยเรื่องอิเหนาเลยนะจ๊ะ ที่พออิเหนามารอชมโฉมเห็นเข้าถึงกับลืมตัวตกตะลึงจังงัง”
“ก็...มีแต่คนพูดถึงนี่คะว่าหล่อมาก หนูเล็กไม่รู้ว่าหล่อจริงหรือแค่ข่าวลือกันแน่ เพราะบางครั้งข่าวลือก็เกินจากความเป็นจริงไปโข”
“นั่นสิครับ ผมก็ได้ยินสาวๆ ในแผนกพากันพูดถึงอยู่เหมือนกัน ชักอยากเห็นแล้วสิว่าจะหล่อตามคำเล่าลือหรือเปล่า”
เจตนาหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้า ซึ่งเป็นหัวหน้าสถาปนิกพูดแกมหัวเราะ จึงตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่พากันหันไปจับจ้องโดยพร้อมเพรียงกัน
อรวรรณจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ถึงกับลืมตัวถามโพล่งออกมา
“เอ๊ะ คุณเจตน์เปลี่ยนไป อย่าบอกนะว่าเดี๋ยวนี้ค้นตัวเองพบแล้วว่า...”
คนพูดพูดยังไม่ทันจบประโยค คนถูกหาว่าค้นพบตัวเองก็รีบโบกมือพร้อมกับปฏิเสธเสียงระรัว
“ปละ...เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น ผมยังไม่เบี่ยงเบน หาเรื่องให้ผมเสียแล้วสิคุณวรรณ”
เสียงหัวเราะอย่างครื้นเครงดังขึ้นหลังจากนั้น แต่สิตางศุ์ฟังแล้วได้แต่ลอบถอนใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเบื่อหน่ายเหลือเกินที่ต้องอดทนฟังคำพูดของคนโน้นคนนี้ ที่ต่างพากันพูดถึงวิศวกรคนใหม่อยู่ไม่ขาดปาก เรียกว่ากลายเป็นหัวข้อสนทนาของทุกคนเลยก็ว่าได้ แถมตอนนี้คนพูดถึงไม่ใช่มีแต่ผู้หญิง แต่ดันมีผู้ชายผสมโรงด้วย
ทำให้หญิงสาวนึกอยากเห็นแล้วสิว่า หน้าตาของคนถูกพูดถึงจะหล่อเหลาขนาดไหนกันเชียว!
ทั้งอยากรู้นักว่าถ้าตัวจริงไม่หล่อสมคำเล่าลือ ทุกคนจะทำหน้ายังไงกัน
“คุณส้มขา แล้ววิศวกรคนใหม่นี่ชื่ออะไรหรือคะ”
นิภาภัทรเอ่ยถามขึ้นยิ้มๆ เรียกสายตาของทุกคนให้พากันหันไปมองศิรดา ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลเป็นตาเดียว อย่างรอคำตอบอย่างใจจดจ่อ
“ชื่อนภเกตน์ค่ะ”
สิตางศุ์ถึงกับสะดุ้งจนตัวโยน เผลอเอามือปัดถ้วยกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้าจนล้มกลิ้ง โชคดีที่ในถ้วยไม่มีกาแฟหลงเหลืออยู่ ไม่อย่างนั้นอาจถึงขั้นเลอะเทอะได้ ซึ่งกิริยาของหญิงสาวก็ถูกแซวจากพันทิพย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ
“อ้าว น้องเดือน แค่ฟังชื่อถึงกับปัดถ้วยกาแฟล้มเลยหรือจ๊ะ”
“คือ...เดือนกำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะค่ะพี่ป้อม” คนถูกแซวเอ่ยแก้ตัวน้ำเสียงปกติ ทั้งที่ภายในใจนั้นไม่ปกติเลย จะบอกว่าเต้นระรัวก็คงไม่ผิดนัก ก่อนจะถามชื่อที่ได้ยินเมื่อกี้ออกไปอีกครั้งแก้เก้อ “วิศวกรคนใหม่ชื่ออะไรนะคะคุณส้ม”
“ชื่อนภเกตน์ค่ะคุณเดือน”
สิตางศุ์นิ่งอึ้งกับชื่อที่ได้ยิน จากที่ครั้งแรกนึกว่าตัวเองอาจหูฝาดจนฟังผิด แต่เอาน่า...คนเราชื่อซ้ำกันมีออกถมเถไป สิตางศุ์นึกปลอบใจตัวเองอยู่ครามครัน
แต่ทำไมต้องมาจำเพาะเจาะจงชื่อเหมือนกันด้วย ช่างน่าแปลกนัก
“ชื่อเพราะจัง นภเกตน์ แปลว่าอะไรหว่า” อรวรรณส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกับชื่อของวิศวกรคนใหม่
“พระอาทิตย์หรือดวงตะวันค่ะพี่วรรณ”
