บทนำ
เขา—วิศวกรหนุ่มรูปหล่อ ผู้มีชื่อที่แปลว่า “พระอาทิตย์”
ส่วนเธอ “เดือน”
คนที่พยายามจะลืมพระอาทิตย์ดวงนั้น…แต่ไม่เคยลืมได้เลย
ในอดีต เขาเข้าหาเธอเพียงเพราะคำพนันกับเพื่อน
แล้วครั้งนี้…จุดมุ่งหมายของเขาคืออะไรกันแน่?
“กูถามมึงจริงๆ นะซัน
ตอนที่มึงจีบน้องเดือน เพื่อเอาชนะพนันกับไอ้เมศร์
ตกลงตอนนั้น…มึงชอบน้องเดือนบ้างหรือยัง
หรือทั้งหมดมันก็แค่เพราะมึงไม่อยากให้ไอ้เมศร์จีบติดเท่านั้น?”
บท 1
เหม่อมองฟ้าพาหงอยเหงาช่างเศร้าจิต
เขาจะคิดถึงเราไหมใจถามหา
ฝากสายลมกระซิบย้ำคำสัญญา
บอกจะมาแต่ทำไมไยจึงลืม
‘เฮ้อ ฝนหนอฝน แทนที่จะไปตกจังหวัดอื่นที่มันแห้งแล้งและจำเป็นมากกว่านี้ มาตกทำไมในกรุงเทพฯ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ’
สิตางศุ์นั่งโอดครวญกับตัวเองด้วยความเซ็งพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขณะทอดสายตาเหงาๆ เหม่อมองสายฝน ซึ่งกำลังตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักราวกับฟ้าพิโรธ ทั้งยังไม่มีวี่แววหรือทีท่าว่าจะหยุดลงแต่อย่างใด
ทำให้อดคิดถึงบ้านที่ต่างจังหวัดไม่ได้ เพราะถ้าฝนตกหนักเช่นนี้ ตาของเธอต้องคิดว่าจะเกิดอาเพศอะไรแน่นอน ตามความเชื่อของคนโบร่ำโบราณ ที่มักจะมองปรากฏการณ์ธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ตัวเธอเคยเห็นฝูงมดเดินตามกันเป็นแถว จากที่ต่ำไปยังที่สูง และเดินกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งคาบไข่ของตัวเองไปด้วย จึงถามผู้เป็นตาด้วยความสงสัย ซึ่งอีกฝ่ายก็บอกว่าอีกไม่นานจะเกิดฝนตกหนักและก็เป็นตามคำพูดดังกล่าวจริงๆ
หญิงสาวนั่งคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้เพื่อฆ่าเวลา พลางก้มมองนาฬิกาข้อมืออย่างกลัดกลุ้มระคนอึดอัด ทั้งรู้สึกหน่วงหนักๆ อยู่ในใจ
ซึ่งเธอรู้ว่าสาเหตุนั้นมาจากอะไร เพราะเธอไม่ชอบเวลาฝนตก มันมีที่มาและที่ไป
และจากสายฝนที่ตกหนักกระหน่ำอยู่ ส่งผลให้การจราจรซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนพลันหยุดชะงักกลายเป็นอัมพาตไปในทันที แม้แต่รถมอเตอร์ไซค์ที่ปกติจะวิ่งลัดเลาะแซงซ้ายปาดขวายังต้องจอดนิ่งๆ เพราะไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้
ส่วนตัวเธอเองนั้นนั่งติดแหง็กอยู่ในรถแท็กซี่ ที่จอดนิ่งๆ ไปไหนไม่รอดมาร่วมชั่วโมงแล้ว
แล้วก็พลันนึกถึงคำนิยามที่ว่า หลังท้องฟ้าสดใสย่อมมีสิ่งดีงามเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งเธอคิดว่าไม่น่าจะเสมอไปหรอก
เพราะก่อนหน้านี้ท้องฟ้ายังกระจ่างสดใส ไม่มีวี่แววว่าฝนจะตกเลยสักนิด
แต่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มันคืออะไรกัน!
และที่น่าเจ็บใจมากไปกว่านั้นคือ ตึกสำนักงานของเธอตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่รถแท็กซี่จอดนัก เพราะเห็นได้ในระยะสายตา และถ้าขืนนั่งอยู่กับที่โดยรถยังไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนเช่นนี้ มีหวังตัวเธอต้องเข้าประชุมไม่ทันเป็นแน่แท้
เมื่อคิดได้ดังนั้นสิตางศุ์จึงตัดสินใจบอกกับคนขับรถแท็กซี่วัยกลางคน ที่นั่งเปิดเพลงลูกทุ่งฟังอย่างสบายอารมณ์ แถมยังร้องคลอไปอีกต่างหาก และนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวนึกถึงผู้เป็นตาขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเพลงที่อีกฝ่ายเปิดฟังก็เป็นเพลงที่ตาของเธอชอบฟังเช่นกัน
“คุณลุงคะ เดี๋ยวหนูลงเดินไปเองน่าจะดีกว่า”
ลุงคนขับแท็กซี่หันมายิ้มกว้าง
“ฝนยังตกหนักอยู่เลยนะหนู” ตอบพลางเพ่งมองสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำ และชำเลืองมองผู้โดยสารสาวสวยด้วยความเป็นห่วง “แล้วหนูมีร่มมาด้วยหรือเปล่าล่ะ”
สิตางศุ์ส่ายหน้าแล้วก้มลงมองชุดที่สวมใส่ นึกด่าตัวเองอยู่ครามครัน ไม่รู้อะไรดลใจให้ตัวเองเลือกชุดกระโปรงผ้ายืดสีเทาเข้ารูป แขนยาว เว้าไหล่ แถมยาวกรอมเท้าอีกต่างหากมาสวม ซึ่งดูตามรูปการณ์แล้ว ถ้าเปียกฝนขึ้นมาสภาพคงดูไม่จืดเป็นแน่ แถมร่มก็ไม่ได้ถือติดมือมาอีกต่างหาก
โอย...วันนี้ทำไมถึงซวยอย่างนี้
แต่ใครจะไปรู้ล่ะ เพราะตอนออกจากบ้าน ฝนก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะตกเลยสักนิด จึงได้แต่ตอบเสียงอ่อยๆ ออกไปว่า
“ไม่ได้ถือติดตัวมาเลยค่ะ ตอนออกจากบ้านอากาศยังดีอยู่เลย”
“ฝนเอาแน่เอานอนกับมันไม่ได้หรอกหนู ลุงมีร่มที่ผู้โดยสารลืมไว้เมื่อวันก่อนอยู่ในรถพอดี หนูเอาไปใช้ก่อนแล้วกัน ไม่อย่างนั้นคงเปียกมะล่อกมะแล่กเป็นลูกหมาตกน้ำเป็นแน่” คนขับแท็กซี่วัยกลางคนบอกอย่างใจดี พลางหยิบร่มคันไม่เล็กนักส่งให้ผู้โดยสารคนสวย
“ขอบคุณมากค่ะคุณลุง” สิตางศุ์ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณคนขับรถแท็กซี่วัยกลางคนผู้มากไปด้วยน้ำใจ ที่หาได้ยากยิ่งนักในสังคมคนเมืองในปัจจุบัน แล้วจึงหยิบเงินซึ่งมีจำนวนมากกว่ามิเตอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอส่งให้ “คุณลุงไม่ต้องทอนนะคะ”
“ขอบใจมาก โชคดีนะหนู”
ร่างสูงเพรียวสมส่วนเปิดประตูก้าวลงจากรถ แล้วกางร่มที่ได้รับอภินันทนาการมาจากลุงคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งแม้คันจะไม่เล็กนัก ทว่าก็ยังถูกสายฝนสาดกระเซ็นใส่ กระทั่งเสื้อผ้าโดยเฉพาะชายกระโปรงเปียกปอนเป็นบางส่วน จนต้องใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่ยกชายกระโปรงขึ้น ช่างเป็นเช้าวันจันทร์ที่แสนจะทุลักทุเลสำหรับเธอจริงๆ
ครั้นสิตางศุ์ก้าวขึ้นฟุตบาทสาวเท้าเข้าไปภายในอาคารสูงได้ก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นจึงรีบเดินตรงไปยังลิฟต์โดยสารแล้วกดขึ้นไปยังชั้นที่ 25 ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทเพอร์เฟกต์โฮม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำที่เธอทำงานอยู่ทันที
สิตางศุ์ไม่รู้เลยว่า ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตาอยู่นั้น นัยน์ตาคมกริบวาววับของเจ้าของร่างสูงผึ่งผาย ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยบนรถยนต์บีเอ็มดับบลิวสีดำคันหรู กำลังทอดสายตามองตามร่างระหงไป โดยไม่ให้คลาดสายตาเลยแม้สักเสี้ยววินาทีเดียว ดวงหน้าที่มักจะขรึมอยู่เป็นนิจแตะแต้มด้วยรอยยิ้มบางๆ อย่างสมใจ
สิตางศุ์...อีกไม่นานหรอก พระอาทิตย์กับพระจันทร์จะต้องโคจรมาพบเจอกันอย่างแน่นอน
แม้พระอาทิตย์ในตำนานจะไม่มีวันได้พบกับพระจันทร์อีกเลยตราบชั่วฟ้าดินสลาย ทว่าพระอาทิตย์อย่างเขาจะไม่มีวันปล่อยให้พระจันทร์อย่างเธอคลาดจากสายตาอีกเป็นอันขาด ตราบชั่วฟ้าดินสลายเช่นกัน
บทล่าสุด
#147 บทที่ 147 147
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#146 บทที่ 146 146
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#145 บทที่ 145 145
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#144 บทที่ 144 144
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#143 บทที่ 143 143
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#142 บทที่ 142 142
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#141 บทที่ 141 141
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#140 บทที่ 140 140
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#139 บทที่ 139 139
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#138 บทที่ 138 138
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
ภรรยาลับของคุณหมอปัณ
นภัสสรยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อชีวิตแม่
ขณะที่หมอปัณ… ผู้ชายเย็นชาที่ไม่เชื่อในความดีของใคร กลับลงโทษเธอจากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่งที่เปลี่ยนชะตาไปตลอดกาล
เขาเรียกเธอว่า... ผู้หญิงหน้าเงิน แต่กลับกักขังเธอไว้ข้างกายด้วยเงินและความปรารถนา
เมื่ออดีต ความลับ และเด็กในท้องปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ… จะกลายเป็นความรัก หรือพันธะที่ไม่มีวันหลุดพ้น
นิยายดรามาร้อนแรง จากความแค้น สู่รักที่เจ็บที่สุด
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













