บทที่ 7 แค่เพื่อนร่วมงานคนใหม่เท่านั้น

“ผู้ชายอะไรนอกจากจะหน้าตาล้อหล่อแล้วยังเท่อีกเนาะพี่ป้อม หนูเล็กไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนใส่เสื้อเชิ้ตสีชมพูแล้วดูดีและเหมาะเหม็งเท่าคุณนภเกตน์มาก่อนเลยนะ”

“ใช่ๆ” คู่สนทนาพยักหน้ารัวๆ เห็นด้วย “พี่เห็นด้วยกับที่หนูเล็กว่านะ เคยเห็นผู้ชายหลายคนใส่ ดูไม่ค่อยแมนเท่าไหร่ มองแล้วเหมือนผู้ชายวายๆ นะ ดูสำอาง กางเกงสแล็กก็เหมือนกัน พี่คิดว่านอกจากคุณเอกเจ้านายของเราแล้ว ก็มีคุณนภเกตน์นี่แหละ ที่สวมแล้วเหมาะสมกับคำว่าสมาร์ต เหมือนพวกนายแบบดังๆ สวมเวลาถ่ายแบบไม่มีผิด พี่น่ะชอบผู้ชายมีก้นมากกว่าพวกก้นปอดๆ ที่มองแล้วไม่เจริญหูเจริญตา”

“เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่แหม...พี่ป้อมนี่ทันสมัยเชียว ผู้ชายวายๆ นี่ถ้าไม่เคยดูซีรีส์วายมาก่อนหนูเล็กคงคิดตามไม่ทันเป็นแน่”

“โอย...ไม่ได้หรอกจ้ะ ยุคนี้เป็นยุคของโลกโซเชียล ที่มักจะมีเรื่องราวและคำพูดแปลกๆ พิสดารเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ถ้าขืนไม่ติดตามหรืออัปเดตข่าวคราวคงต้องตกยุคเป็นแน่ ดังนั้นนอกจากเราต้องรอบรู้แล้ว ยังต้องตามให้ทันเหตุการณ์ด้วยจ้ะ แต่ซีรีส์วายที่ว่าพี่ดูไม่คือหรอกจ้ะ พี่อาจแก่เกินไปแล้วก็เป็นได้”

“พี่ป้อมรู้ไหมว่าตอนนี้ซีรีส์ที่หนูเล็กว่าน่ะ นอกจากคนดูจะติดแล้วยังอยากให้พระเอก-นายเอกในเรื่องเป็นแฟนกันจริงๆ มากกว่าคู่จิ้นในละครอีก และจริงที่ว่าเดี๋ยวนี้ในโลกโซเชียลมีแต่คำพูด คำศัพท์ คำคม และเรื่องราวแปลกๆ ทั้งนั้น หนูเล็กเองยังตามไม่ทันเลยค่ะ บางครั้งก็งงกับความคิดและตรรกะของเด็กวัยรุ่นยุคนี้ที่เรียกตัวเองว่าเด็กรุ่นใหม่เหมือนกัน แต่พี่ป้อมคิดเหมือนหนูเล็กไหมว่า ท่าทางคุณนภเกตน์ถือตัวและดูหยิ่งๆ ยังไงบอกไม่ถูก ทำให้ไม่ค่อยกล้าพูดเล่นด้วย กลัวสายตาพิฆาต”

“อือ หนูเล็กคิดเหมือนพี่เลย คุณซันสมชื่อที่แปลว่าดวงอาทิตย์ คือให้ความรู้สึกร้อนแรงจนไม่สามารถมองตรงๆ ได้แต่แหงนมองอยู่ไกลๆ แต่อาจเป็นบุคลิกของเขาจริงๆ อาจไม่ได้ถือตัวและหยิ่งก็เป็นได้...”

เสียงของพันทิพย์กับนิภาภัทรที่กำลังคุยกันแม้จะไม่ดังนัก แต่สิตางศุ์กลับได้ยินจนเต็มสองหู เรื่องที่ทั้งคู่คุยกันแม้จะเป็นเรื่องที่เคยฟังอยู่ทุกวี่วัน ทว่าวันนี้กลับสร้างความหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก จะไม่ฟังก็ไม่ได้ เพราะห้องที่มีหลายแผนกอยู่รวมกัน แม้จะมีบริเวณกว้างขวางและมีพาร์ทิชันกั้นเป็นสัดส่วนในแต่ละแผนกก็ตาม แต่แผนกของหญิงสาวอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี

ดังนั้นเสียงพูดคุยต่างๆ รอบข้างจึงเล็ดลอดมาให้ได้ยินอยู่เสมอ มักจะได้รับฟังคนโน้นพูดถึงคนนี้พูดถึงคนนั้น ซึ่งที่ผ่านมาสิตางศุ์ไม่เคยเก็บเอามาใส่ใจ และไม่เคยนึกสนใจหรือว่าระคายหู เท่ากับได้ยินทั้งคู่กำลังพูดถึงวิศวกรคนใหม่ที่ชื่อนภเกตน์ ที่สำคัญเสียงแหลมๆ ของนิภาภัทรที่เธอได้ยินจนชินหู วันนี้กลับรู้สึกรำคาญขึ้นมาซะงั้น

ณ เวลานี้ เวลาเธอเจอใครต่อใครก็ล้วนแต่พูดถึงนภเกตน์ให้ได้ยิน อย่างแผนกประชาสัมพันธ์ที่เธอเดินผ่านเมื่อกี้ก็ได้ยินสาวๆ ที่นั่นพูดถึง แม้แต่ป้าสมพรก็ยังพูดถึง

นภเกตน์! มาบริษัทแค่วันเดียวแต่มีคนพูดถึงแทบจะทั้งบริษัท เจ้าเสน่ห์เหลือเกิน สิตางศุ์คิดอย่างหมั่นไส้

เสื้อชมพู กางเกงสแลกเหรอ เชอะ...นั่นเป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคยในอดีตทั้งสิ้น มิหนำซ้ำตัวเธอเองต่างหากที่เป็นคนแนะนำและซื้อมาให้อีกฝ่ายสวมใส่

พอนึกถึงตรงนี้ สิตางศุ์ก็นึกก่นด่าตัวเองทั้งยังสั่งสมองตัวเองไปด้วยว่า อย่าช่างจดช่างจำนักเลย สิ่งที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไป จำไว้ก็เจ็บ และคำพูดที่ได้ยินก็ไม่ต้องเก็บเอามาใส่ใจ ให้นึกว่าเป็นเสียงลมแล้งก็แล้วกัน

จำไว้...เธอกับเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแล้วไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม

จำไว้...นภเกตน์คือเพื่อนร่วมงานคนใหม่เท่านั้น

ท่องไว้ จำไว้ให้ดีสิตางศุ์

ครั้นสั่งตัวเองแล้วหญิงสาวก็เอางานที่คั่งค้างอยู่ขึ้นมาสะสาง

แต่...ดูเหมือนยิ่งสะสางก็เหมือนจะยุ่งเหยิงไม่รู้เรื่องมากขึ้นเท่านั้นด้วยจิตใจที่ไม่สงบ ภาพของชายหนุ่มสวมเสื้อสีชมพูและคำพูดที่ได้ยินนิภาภัทรบอกว่าเหมาะเหม็ง และกางเกงสแลกสีดำที่พันทิพย์บอกว่าไม่ต่างกับที่นายแบบดังๆ สวมใส่ วนเวียนเข้ามาในสมอง มิหนำซ้ำยังจดจำคำพูดของหญิงสาวทั้งคู่ได้แม่นยำ ไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียวอีกต่างหาก

ตกลงนี่เธอตั้งใจฟัง ไม่ใช่จำใจฟังอย่างที่บอกตัวเองอยู่ปาวๆ หรือสิตางศุ์

สิตางศุ์ เธอบ้าไปแล้ว สติ สติ สติ เรียกหาให้เจอแล้วรวบรวมมาอยู่กับตัวซะ

หญิงสาวพร่ำสั่งทั้งตัว สั่งทั้งใจ ไม่ให้นึกถึง แต่ดูเหมือนช่างยากเย็นนัก

ประเสริฐแท้!

เธอกำลังอยู่ดีมีความสุขแล้ว ทำไมเขาต้องกลับเข้ามาอยู่ในสายตาเธออีก ถ้าเลือกมองเห็นคนบางคนได้แต่เห็นใครบางคนไม่ได้ก็คงจะดีไม่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป