บทที่ 10 เตียงผู้อำนวยการ-ทางลัด

หลังจากเหตุการณ์เป็นลมในวอร์ด รินลดาฝืนร่างกายกลับมาทำงานทันทีในวันรุ่งขึ้น แม้ร่างกายจะยังไม่เต็ม 100% แต่หล่อนไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นพยาบาลขี้เกียจที่ใช้เส้นสายหลบงาน

ช่วงบ่ายมีเคสฉุกเฉินภายนอกโรงพยาบาล เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุหมู่ใกล้กับศูนย์การแพทย์ชุมชนที่โรงพยาบาลดูแลอยู่ ซึ่งต้องใช้ทีมแพทย์และรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลในละแวกนั้นทั้งหมด อคิระอาสาไปเป็นหัวหน้าทีมแพทย์ และเขาจงใจเลือกรินลดาให้ติดตามไปทำหน้าที่พยาบาลสนามด้วย

ภารกิจกู้ชีพเป็นไปอย่างเร่งรีบ วินาทีต่อวินาที ที่ต้องช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ และส่งต่อเคสหนักให้ถึงโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด จากช่วงบ่ายจนถึงเย็นต่อไปจนถึงค่ำ กว่าทุกเคสจะเสร็จสิ้น ทีมแพทย์แต่ละโรงพยาบาลต่างพ่นลมหายใจออกจากปาก และยิ้มให้กัน ดั่งจะบอกว่างานในวันนี้สำเร็จไปอีกขั้น

อคิระให้คนขับรถนำรถตู้ของโรงพยาบาลกลับไปก่อน ส่วนเขากับรินลดาจะอยู่เคลียร์เอกสารส่งตัวคนไข้รายสุดท้ายก่อน

แต่ท้องฟ้ากลับไม่เป็นใจ เมฆครึ้มตั้งเค้าก่อนจะกลายเป็นพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในศาลาข้างทาง เพราะให้เดินฝ่าฝนไปก็กลัวว่าเอกสารจะเปียก

"หนาวเหรอ?" อคิระถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นรินลดายืนกอดอกตัวสั่น

"ไม่เท่าไรค่ะ ทนได้"

รินลดาตอบพลางขยับถอยห่าง หล่อนดูละครดูซีรีส์มาเยอะ ในบรรยากาศฝนตก และศาลาข้างทางเล็กๆ แบบนี้ ก็ไม่ต่างจากฝนกระหน่ำใส่กระท่อมหลังน้อย และผู้หญิงก็ไม่ควรบอกว่าหนาว จนผู้ชายเสียสละเสื้อให้ เพราะนั่นน่ะ แปลว่าอ่อยชัดๆ ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือความมั่นใจ ในเมื่อหล่อนทนได้ ก็คือทนได้จริง

แต่จังหวะขยับห่าง นรกคงกลั่นแกล้ง ให้หล่อนลื่น

“ว้าย!”

เพียงรินลดาหวีดร้อง อคิระก็คว้าต้นแขนหล่อนไว้ได้ทัน ร่างแบบบางถลาเข้าหาแผงอกกว้าง กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นน้ำยาหลังโกนหนวดโชยเข้าจมูก ส่งผลให้หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุอก แต่อคิระกลับกระชากแขนหล่อนออกทันทีที่หล่อนยืนตรงได้

"อย่ามาสำออยทำเป็นล้มใส่ ที่นี่ไม่มี ผอ. คอยประคองหรอกนะ"

อคิระมองคนร่างเล็กด้วยสายตาหยามเหยียด แต่ในใจกลับสั่นไหวกับสัมผัสเมื่อครู่ไม่ต่างกันเลย

"ดิฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ และก็ไม่เคยอยากให้ใครมาประคองทั้งนั้น"

รินลดาโต้กลับด้วยความน้อยใจ มองหน้าอคิระดั่งจะหาคำตอบว่านอกจากเขาจะเชื่อเรื่องเม้าท์มอยจนเกลียดหล่อนเข้าไส้แล้วนั้น มีอะไรที่หล่อนทำให้เขาเกลียดอีกเหรอ และในเมื่อเกลียด ก็ไม่ควรจะให้มาอยู่ใกล้สิ จะเรียกให้มาทำงานด้วยทำไม

"หมอเกลียดดิฉันมากใช่ไหมคะ? ถ้าเกลียดจนไม่อยากเห็นหน้า แล้วหมอจะให้ดิฉันมาทำงานด้วยทำไม ทำไมไม่เลือกคนอื่น”

"เพราะผมอยากรู้ไง ว่าผู้หญิงอย่างคุณจะทนทำหน้า 'นางเอก' ได้นานแค่ไหน!"

อคิระก้าวเข้าใกล้จนรินลดาต้องถอยหลังกรู จนชนเข้ากับเสาของศาลา ท่าทางคุกคามของเขาดั่งอยากให้หล่อนกลัว แต่รินลดาตัดสินใจแล้วว่าจะสู้ จะไม่เสียน้ำตากับคนที่เกลียดหล่อน

“หมอหมายความว่าไง” ถามแข่งกับเสียงฝน สู้ตาเขาไม่หลบเช่นกัน

“ก็ทำตัวเป็นนางฟ้าชุดขาว บริสุทธิ์ แสนใจดี แต่ความจริงคือ...”

รินลดาตื่นตะลึง เมื่อดวงตาคมเข้มกวาดมองจากใบหน้าหล่อนลงมาตามทรวงอกและหลุบลงล่าง ก่อนที่จะตวัดขึ้นอย่างเร็วและพูดต่อ

“ส่งกลิ่น”

“พูดบ้าอะไร! หมอจะมากล่าวหาดิฉันแบบนี้ไม่ได้นะ”

“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง ผิดทั้งศีลธรรมและจริยธรรม”

“บ้าหรือไง ฉันไปทำอะไรที่ไหน!”

รินลดาปรี๊ดแตก อคิระดูถูกดูแคลนหล่อนเกินไปแล้ว

"คุณเข้าไปทำอะไรในห้อง ผอ. วันนั้น? ออกมายังมาส่งจูบ ลูบหัว ลูบแก้มกันอีก คิดว่าผมโง่จนดูไม่ออกว่าคุณใช้เต้าไต่ไปแล้วกี่รอบงั้นสิ”

รินลดาเบิกตากว้าง "หมอเห็น?"

"ใช่! ผมเห็น! เห็นทุกอย่างที่น่าขยะแขยงนั่นแหละ"

อคิระตะคอกใส่หน้ารินลดา ความหึงหวงที่เก็บกดมานานระเบิดออกจนหยุดไม่อยู่

"เหอะ! พยายามพิสูจน์ตัวเองแทบตาย สุดท้ายก็แค่ใช้ทางลัดผ่านเตียงผู้อำนวยการ"

เพียะ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป