บทที่ 3 ไม่ได้มีสิทธิพิเศษ
บรรยากาศในแผนกศัลยกรรมหัวใจเช้านี้อึดอัดจนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ สัมผัสได้ รินลดาเข้าเวรด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เมื่อถามจากเพื่อนพยาบาลที่มาฝึกงานพร้อมกัน
แม้เพื่อนจะพูดแบบกระชากเสียงใส่แบบไม่พอใจหล่อนเช่นกัน แต่ก็ทำให้รู้ว่าความมึนตึงของทุกคนมาจากเรื่องเม้าท์ที่ว่าเมื่อวานหล่อนเข้าห้อง ผอ.นิรันดร์ ทำให้วันนี้หล่อนได้บรรจุเข้าเป็นนางพยาบาลแบบง่ายๆ ซึ่งความจริงไม่ได้ง่ายเลย หล่อนเองก็ต้องแสดงศักยภาพให้ ผอ. เห็น จนได้ตำแหน่งนี้มาด้วยความภาคภูมิใจของตัวเอง
แต่ที่หล่อนไม่เข้าใจก็คือ ทำไมอคิระถึงเชื่อเรื่องราวร้ายๆ แบบนั้นด้วย คุณหมอหนุ่มที่หล่อนเคยชื่นชมในความใจดีและสุภาพ น่าจะถามหล่อนสักนิดว่าเป็นจริงตามเรื่องเม้าท์ไหม และแค่เขาถาม หล่อนเชื่อว่าตัวเองจะบอกทุกสิ่งทุกอย่าง
"นางพยาบาลคนเก่งมาแล้วเหรอคะ?"
รินลดาหลับตาข่มอารมณ์ที่เริ่มกรุ่นของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงแพทย์หญิงอิงฟ้าเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงจิกกัด ก็แน่ล่ะเพราะวิสัญญีแพทย์หญิงกำลังยืนเช็กบอร์ดคนไข้อยู่กับนายแพทย์อคิระ อิงฟ้าต้องการเปิดศึกกับหล่อนชัดๆ
แต่หล่อนล่ะ ท่องไว้ๆ ห้ามเปิดศึกตามเกมของอิงฟ้าเด็ดขาด หล่อนเป็นนางพยาบาลที่เพิ่งบรรจุวันนี้วันแรก ส่วนอิงฟ้าเป็นวิสัญญีแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาล ถ้า ผอ. รู้ว่าหล่อนมีปัญหากับแพทย์หญิง อาชีพที่เพิ่งได้รับมอบหมายวันนี้วันแรก คงไม่มั่นคงแน่
"ได้ข่าวว่า ผอ. สั่งกำชับหัวหน้าพยาบาล ให้ดูแลน้องรินเป็นพิเศษเลยนี่นา สิทธิพิเศษเยอะจริงๆ เลยนะคะ"
รินลดาเม้มปากแน่น ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ให้กับคุณหมอสาวสวย โดยไม่มองไปยังนายแพทย์ตัวสูงที่ทำเป็นสนใจบอร์ดรายชื่อคนไข้ ไม่ได้สนใจหล่อนเลย
"รินแค่ตั้งใจทำงานตามหน้าที่น่ะค่ะหมอฟ้า ไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไร"
"เหรอ"
ทว่าคนตอบรับกลับเป็นคนร่างสูงที่ทำเป็นไม่สนใจหล่อนนั่นแหละ น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบ แต่เหมือนเยาะเสียมากกว่ารับรู้
อคิระเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มประวัติคนไข้ในมือ สายตาคมกริบมองรินลดาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูแคลน โดยเฉพาะรอยยิ้มเยาะน้อยๆ ที่มุมปาก ก็ทำให้รินลดาที่กำมืออยู่ต้องจิกเล็บลงเนื้อ
"ถ้าอยากพิสูจน์ว่าไม่มีสิทธิพิเศษ งั้นวันนี้คุณไปดูแลคนไข้ในห้องรวมโซนซีทั้งหมด ‘คนเดียว’ แล้วช่วยล้างห้องน้ำในห้องพักคนไข้วีไอพีเจ็ดด้วย พอดีพนักงานทำความสะอาดลาพักร้อน ผมอยากเห็นว่าพยาบาล 'เด็กเส้น' จะทำงานพื้นฐานได้สะอาด เหมือนที่ทำความสะอาด 'ทางด่วน' ให้ตัวเองหรือเปล่า"
น้ำเสียงและสีหน้าแบบคนเกลียดกันเต็มขั้น คือสิ่งที่รินลดาไม่คิดเลยว่าจะได้ยินและได้เห็นจากนายแพทย์อคิระ โดยเฉพาะคำว่า ‘เด็กเส้น – ทางด่วน’ เขาดูแคลนหล่อนแบบไม่สืบหาความจริงเลยหรือ ทั้งคำสั่งบ้าบอแบบนี้ ถ้าเป็นในหน้าที่ของพยาบาล หล่อนย่อมทำแบบไม่เกี่ยงงอน แต่นี่ไม่ใช่
"ดูแลคนไข้ รินทำได้ค่ะ แต่หน้าที่ล้างห้องน้ำ รินคงทำให้ไม่ได้ค่ะ เพราะนั่นมันไม่ใช่หน้าที่ของนางพยาบาล"
"ไหนบอกว่าอยากพิสูจน์ นี่ไง ก็ให้พิสูจน์แล้วนี่”
“ควรอยู่ในพื้นฐานของงานด้วยค่ะ หมออาร์ตใช้รินทำแบบนี้ไม่ได้ค่ะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ในเมื่อคุณพยาบาลต้องทำตามคำสั่งของหัวหน้าทีม ซึ่งก็คือผม หรือว่าคุณพยาบาลรินจะไปฟ้อง ผอ. ว่าผมกลั่นแกล้ง ถ้าแบบนั้นผมว่าคุณพยาบาลรินอย่ามาทำงานที่นี่ให้ลำบากเลย กลับไปนอนรอที่คอนโด... ที่ ผอ. ซื้อให้สิ"
ประโยคสุดท้ายที่เขาขยับกระซิบทำให้รินลดาเบิกตากว้าง อคิระไปรู้อะไรมาถึงได้พูดแบบนี้ หรือว่าเรื่องเม้าท์เมื่อวานถูกเพิ่มเติมเสริมแต่งไปไกล และเขาก็เชื่อ!
ตลอดทั้งวัน รินลดาทำงานหนักจนไม่ได้พัก หล่อนต้องวิ่งวุ่นดูแลคนไข้ห้องรวมหลายสิบเตียง ทั้งฉีดยา วัดความดัน และทำแผล โดยที่มีสายตาของอคิระคอยจับผิดอยู่ตลอด พอทำอะไรช้านิดหน่อย เขาก็จะตำหนิหล่อนต่อหน้าคนไข้และพยาบาลคนอื่นๆ อย่างรุนแรง
"ทำไมพันแผลได้ชุ่ยแบบนี้! เรียนจบมาได้ยังไง หรือใช้ร่างกายแลกเกรดมาเหมือนที่ใช้แลกงาน?"
อคิระดุรินลดาเสียงดังกลางวอร์ดคนไข้ แต่ยังปรานีเอ่ยประโยคหลังเสียงเบา ทว่าที่ว่าเบาแล้วนั้น คนไข้ที่กำลังได้รับการดูแลก็ยังได้ยินชัด และสายตางุนงงของคนไข้ที่มองมาก็ทำให้รินลดาหน้าร้อนผ่าว น้ำตาคลอ ด้วยความอดทนตลอดทั้งวันกำลังจะสิ้นสุด
"หมอจะดูถูกรินยังไงก็ได้นะคะ แต่ให้เกียรติวิชาชีพของรินด้วย"
"เกียรติ? คนอย่างคุณรู้จักคำนี้ด้วยเหรอรินลดา"
อคิระแสยะยิ้มก่อนจะยัดแฟ้มประวัติคนไข้ใส่รินลดาอย่างเร็วจนหล่อนแทบรับไว้ไม่ทัน และนั่นก็ทำให้แฟ้มกระแทกปลายนิ้วจนได้เจ็บ แต่สายตาคนไข้ที่มองมาก็ทำให้หล่อนต้องปั้นหน้ายิ้มแหยและก้มหน้าก้มตาทำแผลให้คนไข้ใหม่อีกรอบ
