บทที่ 6 สู้ปาก สู้มือ

“หมออาร์ต!”

“เรียกซะดัง อยากให้คนอื่นมารู้มาเห็นเรื่องของเธอกันนักหรือไง ลืมไป เขารู้กันทั่วโรงพยาบาลแล้วนี่นะ ว่าใช้เต้าไต่ขึ้นมา”

“หมออาร์ต!”

รินลดาร้อนไปทั้งหน้าจนเผลอตัวตวาดอคิระเสียงดัง แต่คนที่ก้าวมาประชิดตัวพร้อมกักร่างหล่อนเอาไว้จนแผ่นหลังชนกำแพงก็ทำให้รินลดาตัวแข็งทื่อ

“ขึ้นเสียงกับฉันเหรอ”

"ไม่... ไม่ค่ะ ฉันแค่จะอธิบาย”

ก็เขาแทนตัวว่า ‘ฉัน’ ก่อน รินลดาเลยไม่เห็นประโยชน์ที่ต้องแทนตัวเองว่า ‘ริน’ อีกต่อไป หล่อนเห็นเค้าลางความร้ายกาจที่อาจจะทวีคูณนับจากวันนี้ ดังนั้นคนที่ไม่ได้ญาติดีกัน ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกให้สนิท

“เก็บคำอธิบายไปใช้บนเตียงกับท่าน ผอ. เถอะ สำหรับฉันไม่ต้อง เพราะเธอไม่มีค่าอะไรให้ฉันต้องฟัง”

นั่นไง คิดผิดเสียที่ไหน ทุกสิ่งที่เขาพูดออกมามีแต่ความร้ายกาจ แบบนี้ให้อธิบายเรื่องราว ก็ใช่ว่าเขาจะเชื่อ เขาอาจหาว่าหล่อนปั้นน้ำเป็นตัวมาหลอกเขาก็ได้

“โอเคค่ะ หมอมีเรื่องจะพูดกับฉันแค่นี้ใช่ไหมคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว กรุณาขยับด้วยค่ะ”

มีเพียงการตอบโต้เท่านั้นที่จะพาตัวเองรอดพ้นจากสถานการณ์เจ็บหนึบหัวใจไปได้

"ด้านดีนะ”

“หมออาร์ต!”

รินลดามองผู้ชายตรงหน้าตาวาว เพราะไม่คิดว่าจะมีใครกล้าใช้คำนี้กับหล่อน วันนี้เป็นไงเป็นกัน หล่อนจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง เขาจะเชื่อเรื่องที่หล่อนบอกหรือไม่ หล่อนไม่สนใจ แค่ได้พูดก็พอแล้ว อย่างน้อยเขาจะได้รู้บ้างว่าอย่าเอาคำพูดบ้าๆ แบบนี้มาใช้กับหล่อน ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก เขาก็พูดขึ้นมาก่อน

“ทำรายงานสรุปยอดเวชภัณฑ์ย้อนหลังหกเดือนมาให้ผม ภายในคืนนี้”

“แต่ฉันไม่...”

“แค่กลับคอนโดฯ ดึกหน่อย ท่านคงไม่ว่าอะไรหรอกนะ ก็นี่มันงาน”

คนพูดจบก็ผละเดินจากไปทันที ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าหล่อนจะพูดอะไรบ้าง แต่น่าแปลกที่เสียงทุ้มๆ ดุๆ กับคำดูถูกดูแคลนที่เขาใช้กับหล่อน เหมือนจะยังวิ่งวนอยู่ในสมอง ซ้อนทับกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม และเสียงทุ้มทักทายตอนเช้า แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป นับจากวันที่หล่อนได้บรรจุ

เขาเชื่อเรื่องเม้าท์เหล่านั้นโดยไม่คิดจะถามหล่อนเลยสักคำ

รินลดาปาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มอย่างห้ามไม่ได้ บอกตัวเองว่าหล่อนยังไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งกับอคิระ แค่จะสารภาพว่าแอบปลื้มแอบชอบเขา ก็ยังไม่มีโอกาส ทว่าคำพูดเจ็บๆ ของเขาที่มีให้หล่อนก็ช่างไม่ต่างจากแท่งเหล็กทิ่มตำหัวใจ

‘เจ็บจริง’

รินลดาก้าวเดินออกมาจากห้องด้านในด้วยใจที่อ่อนล้า อยากกลับคอนโดฯ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม จากนั้นก็ร้องไห้ให้กับความรู้สึกดีๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มแต่กลับสูญเสียไปแล้ว แต่ก็ทำแบบนั้นตอนนี้ไม่ได้ เพราะอคิระสั่งงานไว้มันอย่างเยอะ

มือน้อยๆ ยกขึ้นปาดน้ำตาที่ยังคงไหลแบบห้ามไม่ได้ ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา อย่างน้อยๆ ก็ต้องถึง 21:00 น. นั่นล่ะ กว่าจะสรุปข้อมูลเสร็จ

“อ้าว! คุณพยาบาลคนโปรดของ ผอ. ทำไมมายืนร้องไห้อยู่ตรงนี้ล่ะจ๊ะ อุ๊ย! เหมือนจะได้ยินว่าถูกหมออาร์ตตำหนิในห้องผ่าตัดเหรอ แต่ก็ว่าอาร์ตเขาไม่ได้หรอกนะ เขาน่ะเห็นสุภาพแบบนั้น แต่ความจริงแล้วเขารังเกียจพวกที่เข้าทำงานด้วยวิธีไม่สะอาด มากๆ เลยนะ ยิ่งพวกใช้เต้าไต่ หรือว่านอนทำ อาร์ตเขายิ่งรังเกียจสุดๆ เอาเป็นว่า ฉันแนะนำด้วยความหวังดีนะ คุณพยาบาลรินย้ายวอร์ดดีกว่า ไปที่เขารับพวกเด็กเส้นเด็กฝากก็ได้ จะได้เข้ากับคนที่นั่น อยู่วอร์ดนี้ คงถูกด่าเช้าด่าเย็นแน่”

แม้อิงฟ้าจะเดินจากไปไกลจนเสียงหัวเราะจางลง แต่รินลดาก็ยังยืนอึ้งอยู่แบบนั้น เพราะคนที่หล่อนต้องรับมือไม่ได้มีแค่อคิระ แต่ยังมีอิงฟ้า และคนอื่นๆ อีกด้วย

“คอยดูเถอะ จะเอาคืน!”

พูดแล้วก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาอีก ก่อนจะย่นหน้าน้อยๆ ขมวดคิ้วหน่อยๆ กับความคิดไม่เข้าท่าของตนเอง ก็คนอย่างรินลดาเหรอจะเอาคืนใครได้ โดยเฉพาะในสถานะของนางพยาบาล หล่อนก็ต้องทำตัวให้เหมาะสม

‘สมกับตำแหน่งที่ได้มาด้วยความสามารถ’ แม้ทุกคนจะเห็นว่าหล่อนใช้เส้นเพื่อให้ได้มา แต่ใครเล่าจะรู้เท่าหล่อน เพราะถ้าใช้เส้นจริง หล่อนไม่เป็นหรอกแค่นางพยาบาล แต่จะเป็น ‘ผู้อำนวยการโรงพยาบาล’ ไปเลย

“หรือว่าเป็นผู้อำนวยการดี”

รินลดาพูดกับตัวเอง ก่อนจะย่นหน้าทำทะเล้น พร้อมปาดน้ำตาออกให้หมด บอกตัวเองว่าน้ำตานี้มีให้อคิระแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว และจะไม่มีอีก

ต่อไปนี้หล่อนจะสู้! สู้ปาก สู้มือ สู้ยิบตาเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป