บทที่ 1 อ้อมกอดสุดท้าย

คฤหาสน์ตระกูลเว่ยตั้งตระหง่านอยู่กลางเนินเขา รายล้อมด้วยสวนดอกไม้กว้างขวางและกำแพงเหล็กดัดสีดำที่กั้นอาณาเขตไว้อย่างเป็นสัดส่วน ภายในตกแต่งอย่างหรูหราสมฐานะเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมือง ทว่าความสงบในเช้าวันนี้กลับถูกทำลายลง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีครีมวิ่งหัวเราะร่าผ่านโถงกว้าง ในมือป้อมๆ อุ้มตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดไว้แน่น

“ฮ่าๆ หม๊ามี๊! ตามมาแย้ววว!” เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงดังก้องไปทั่วห้องโถง

“หนูอัน! อย่าวิ่งลูก... จะหกล้ม!” เสียงนุ่มของเหมยดังไล่หลังมาด้วยความเป็นห่วง

ตุ๊บ!

ร่างเล็กที่กำลังวิ่งเพลินชนเข้ากับชายร่างสูงอย่างจังจนก้นกระแทกลงพื้นกระเบื้อง!

“อ๊ะ... เจ็บอ่า...” ผิงอันเบะปากด้วยความเจ็บที่ก้นแต่กลับไม่ยอมร้องออกมา เธอกระพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนก้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว

“ผิงอัน!” เสียงของเหมยอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้ามาอุ้มลูกสาวให้ลุกขึ้น

“อายง...” เสียงเล็กๆ ที่เรียกคุณอาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

“เจ็บไหมครับ? อาเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามวิ่งในบ้าน” เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่บุคลิกที่ดูนิ่งขรึมตามประสานักธุรกิจเทาๆ และมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ทำเอาเด็กน้อยเริ่มใจคอไม่ดี

“ขอโทษอาหลงหรือยังคะ? หนูอันวิ่งชนคุณอานะลูก” เหมยก้มมองลูกสาวพร้อมกับเอ่ยสั่งสอนอย่างสุภาพตามฉบับกุลสตรี

“ขอโตดค่า... อายง” ผิงอันยกมือป้อมขึ้นพนมไหว้ขอโทษคุณอาอย่างว่าง่าย

“ค่ะ ครั้งนี้อาไม่โกรธ แต่ถ้าหนูอันวิ่งเล่นในบ้านอีก อาจะตีนะ!”

“ไม่ตีนะ! หนูอันจาไม่วิ่งอีกแย้ว” ตากลมโตเงยมองเขาด้วยแววตาออดอ้อน พร้อมกับทำท่าทางอ้อนวอนจนคนมองใจอ่อน

“หึๆ ...” เฟยหลงหัวเราะในลำคอกับความไร้เดียงสานั้น

“เฟยหลง มาแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มของ เว่ยซาง ดังขึ้น ทำให้ทั้งสามคนหันไปมองต้นเสียงทันที เว่ยซางในชุดลำลองสบายๆ เดินยิ้มเข้ามา เขาคือประธานบริหารบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่ เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของเฟยหลงที่รู้เบื้องหลังของกันและกันดี

“อืม...” เฟยหลงขานรับในลำคอ ก่อนจะก้มมองหลานตัวน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พร้อมกับยื่นถุงขนมเค้กรสโปรดให้เธอ ทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมเพื่อนสนิท มักจะซื้อขนมติดมือมาฝากหลานสาวเสมอ

“ว้าววว! ขนมอังโปรด!” มือป้อมกลมๆ ยื่นออกไปหมายจะรับถุงขนม แต่เฟยหลงกลับชักมือกลับทันควัน!

“ทำยังไงก่อนคะ?” เฟยหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ขอบคุณค่า...” มือเล็กยกขึ้นพนมไหว้ พร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างน่ารักตามที่แม่สอน

“ค่ะ... หลานรักของอา” เฟยหลงยื่นถุงขนมให้เด็กหญิงอีกครั้งเมื่อเธอเอ่ยขอบคุณ เขายื่นมือหนาที่ใหญ่กว่าใบหน้าเล็กๆ เกือบครึ่งขึ้นลูบเรือนผมของเธอไปมาอย่างทะนุถนอม แววตาที่เขาใช้มองร่างกลมๆ นั้นช่างอ่อนโยน... ซึ่งเป็นแววตาที่ไม่มีใครในโลกธุรกิจมืดเคยได้เห็นจากมาเฟียผู้น่าเกรงขามคนนี้!

เด็กหญิงยิ้มจนตาหยี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นขนมรสโปรด ท่าทางตื่นเต้นนั้นชวนให้ผู้ใหญ่ที่ยืนมองต่างพากันอมยิ้มด้วยความเอ็นดู

“เข้าไปนั่งในห้องรับรองก่อนค่ะคุณเฟยหลง” เหมยละสายตาจากลูกสาวแล้วเงยหน้ามองชายหนุ่ม วันนี้ครอบครัวของเธอมีแผนจะเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านตากอากาศริมทะเล โดยมีเฟยหลงเพื่อนรักของสามีร่วมเดินทางไปด้วย ทั้งหมดจึงนัดแนะให้เขามาเจอที่นี่ก่อนออกเดินทางพร้อมกัน

“ครับ...” เฟยหลงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเหมยที่นำทางเข้าไป

ชายหนุ่มมองร่างเล็กที่เดินเตาะแตะตามหลังผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่วางตา บนใบหน้าคมเข้มแต้มไปด้วยรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก

“หนูอันขา...” ร่างเล็กที่กำลังเดินไป เปิดถุงขนมออกก่อนจะดมกลิ่นหอมๆ อย่างเพลิดเพลิน หยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก

“ขาาา?” ผิงอันขานรับพร้อมกับเอียงคอน้อยๆ มองคุณอาตัวสูงด้วยความสงสัย

“อาขออุ้มหนูอันหน่อยได้ไหมครับ?” เฟยหลงย่อตัวลงพลางยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า

“ได้ค่ะ... แต่หนูอันหนักนะ!” คำพูดรู้ความของหลานสาวทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“อาอุ้มไหวค่ะ... มาเร็ว ฮึ้บ!” เฟยหลงช้อนร่างเล็กขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะแกล้งฟัดแก้มกลมป่องทั้งสองข้างของเด็กหญิงด้วยความหมั่นเขี้ยว

“ฮ่าๆ! อายง... จั๊กจี๋!” ผิงอันหัวเราะลั่นพลางบิดตัวหนีด้วยความสนุก

“เฮ้ยๆ! ไอ้เฟยหลง! แก้มลูกกูช้ำหมดแล้ว!” เว่ยซาง คุณพ่อจอมหวงรีบก้าวเข้ามาหวังจะชิงตัวลูกสาวคืนทันที ทว่ามีหรือที่เฟยหลงจะยอม ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมคืนตุ๊กตาน่ารักตัวน้อยให้คนเป็นพ่อง่ายๆ

“เฟยหลง!”

“ก็ลูกมึงน่ารักน่าเอ็นดู กูขอหอมหน่อยไม่ได้หรือไง?” พูดจบเฟยหลงก็ก้มลงหอมแก้มกลมที่เหมือนซาลาเปานั้นฟอดใหญ่ไปอีกทีเป็นการเย้ย!

“ไม่ได้! กูหวง! อยากหอมก็ไปมีเองสิวะ มาหอมลูกคนอื่นอยู่ได้!” เด็กหญิงมองผู้ใหญ่ทั้งสองโต้ตอบกันไปมา ตาแป๋วคู่สวยมองหน้าพ่อทีหน้าอาทีด้วยความมึนตามประสาเด็กที่ไม่รู้ความหมาย

“หนูอันขา... หนูอันรักอาไหมคะ?” เฟยหลงก้มลงถามหลานสาวด้วยน้ำเสียงหวานหยอด

“รักค่ะ! หนูอันรักอายง” เฟยหลงยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ยินคำบอกรักที่แสนซื่อตรง เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่กำลังมองเขาตาเขม็งพลางยักคิ้วให้ข้างหนึ่งเป็นการหยอกเย้ย ยิ่งทำให้เว่ยซางหัวเสียหนักกว่าเดิม

“เลิกทะเลาะกันได้แล้วค่ะ รีบออกเดินทางกันดีกว่า เดี๋ยวจะถึงที่พักมืดค่ำนะคะ” เหมยรีบเข้ามาห้ามทัพคนขี้กวนกับคนขี้โมโหก่อนจะยาวไปกว่านี้

“เอาลูกกูคืนมา!”

“หม๊ามี๊ขา... ป๊ะป๋า... กับ... อายง... พูดไม่เพราะ!” ผิงอันฟ้องคุณแม่เสียงใสเมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดของผู้ใหญ่ทั้งคู่

“เดี๋ยวหม๊ามี๊จัดการให้ค่ะ หนูอันมากับหม๊ามี๊ดีกว่าค่ะ”

“อ้าว! หนูอัน เมื่อกี้ยังบอกรักอาอยู่เลย... เพราะมึงเลย เว่ยซาง!”

“เพราะมึงนั่นแหละ!”

“ถ้ายังไม่เลิกทะเลาะกัน ก็ไม่ต้องไปแล้วค่ะ!” เหมยหันมาดุเสียงเข้มแบบทีเล่นทีจริง

“ครับ! / ครับ!” เฟยหลงกับเว่ยซางขานรับพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะสะบัดหน้าใส่กันแล้วเดินแยกไปที่รถ

“หมิง…” เว่ยซางเอ่ยเรียกลูกน้องคนสนิทที่เป็นหัวหน้าคนขับรถของบ้าน

“ครับท่าน…” หมิงเงยขึ้นมองเจ้านายด้วยความสงสัย

“วันนี้ฉันจะขับรถไปเอง… นายไม่ต้องไปก็ได้ เมียกำลังท้องเดินเหินลำบาก อยู่ดูแลเธอเถอะ “

” ขอบคุณมากครับท่าน… ผมกำลังจะขออนุญาตอยู่พอดีเลยครับ “

” อืม ฉันไปล่ะ ฝากดูแลบ้านด้วย” หมิงก้มหัวเป็นการตอบรับคำสั่งของเจ้านายด้วยความซาบซึ้งในความใจดีของบอส

รถยนต์คันหรูของเว่ยซางเริ่มเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์เป็นคันแรก ตามด้วยรถ SUV ของเฟยหลงที่มีลูกน้องติดตามมาอีกสองคนขับตามหลังมาอย่างเป็นระเบียบตามประสาคนระวังตัว

บรรยากาศภายในรถของเว่ยซางเต็มไปด้วยความสดใส เด็กหญิงตัวน้อยนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนคาร์ซีทพลางกอดถุงขนมที่ 'อายง' เพิ่งให้มาไว้แน่น

“หม๊ามี๊... ไปเที่ยวทะเลกันใช่ไหมค้า?”

“ใช่ค่ะลูก” เหมยหันไปยิ้มตอบลูกสาวพลางเอื้อมมือไปจัดแจงผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทาง

“อร่อยไหมครับ?” เว่ยซางถามพลางมองลูกสาวผ่านกระจกมองหลัง เห็นเธอกำลังเอร็ดอร่อยกับขนมในมือ

“อย่อยค่ะ! ป๊ะป๋ากินไหมคะ?” มือป้อมหยิบขนมชิ้นเล็กออกมายื่นไปทางข้างหน้า

“งับ! อืม... อร่อยจริงๆ ด้วย” เว่ยซางงับขนมจากมือลูกสาวพลางส่งเสียงเคี้ยวประกอบให้ลูกสาวหัวเราะชอบใจ

“หนูอันรักอายงที่สุดเลยค่ะ!” เว่ยซางหุบยิ้มทันควันเมื่อได้ยินลูกสาวบอกรักเพื่อนสนิท

“แล้วไม่รักป๊ะป๋าเหรอคะ?”

“ยักค่ะ! หนูอันรักป๊ะป๋ากับหม๊ามี๊ที่สุดดดด!”

“ค่ะ ป๋ากับหม๊ามี๊ก็รักหนูอันที่สุดเหมือนกันนะลูก” เหมยเอ่ยเสริมพลางอมยิ้มหัวเราะตามสามี

“หาววว... หนูอันง่วงแย้ว...” ผู้ใหญ่ทั้งสองหลุดหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยเริ่มตาปรือ

“กินอิ่มแล้วก็ง่วงเลยนะคะ” เหมยหันไปหยอกล้อลูกสาวด้วยความเอ็นดู

“ฝันดีนะคะคนเก่ง ถึงแล้วเดี๋ยวป๋าปลุกค่ะ” เวลาผ่านไปไม่นาน เด็กหญิงตัวน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับรอยยิ้ม

“หลับปุ๋ยไปแล้วค่ะเฮีย” เหมยหันกลับมาพูดกับสามีด้วยรอยยิ้มละมุน พลางเอื้อมมือไปกุมมือหนาของเว่ยซางที่จับพวงมาลัยไว้หลวมๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขของครอบครัว

ขบวนรถแล่นมาตามเส้นทางตัดผ่านภูเขา ทัศนวิสัยค่อนข้างจำกัดเนื่องจากมีหมอกลงจางๆ เว่ยซางขับรถด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ เหมยที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ยังคงชวนสามีคุยเรื่องแพลนกิจกรรมที่จะทำเมื่อไปถึงบ้านพักตากอากาศ

ทว่า... ในช่วงจังหวะที่รถของเว่ยซางกำลังจะเข้าโค้งลาดชัน จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์เร่งคำรามดังลั่นสะท้อนก้องหุบเขามาจากเลนสวนทาง รถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับสวนทางขึ้นเนินมาด้วยความเร็วสูงมากจนน่ากลัว ในจังหวะที่ต้องเข้าโค้ง รถคันนั้นเกิดเสียหลักแหกโค้งเพราะความเร็วที่เกินพิกัด พุ่งข้ามเลนตรงเข้ามาหาหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน!

“เฮีย! ระวัง!!!” เหมยตาเบิกกว้าง ร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจลนลาน

เว่ยซางหัวใจหล่นวูบ พยายามหักพวงมาลัยหลบจนสุดชีวิต แต่เนื่องจากระยะที่กระชั้นชิดจนเกินไป รถคันที่แหกโค้งมาจึงพุ่งเข้าชนประสานงาเข้าที่ด้านข้างและหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!

โครม!!!!!!!!

บทถัดไป