บทนำ
คำเปรยแกมขู่ชวนให้ใจหายวาบนั้นทำให้ผิงอันชะงักกึก เม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิมด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ทว่าพญามังกรจอมเผด็จการยังไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมาเชยคางมนของเด็กรั้นขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาคมกริบสีเข้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักอันบิดเบี้ยว ก่อนจะเค้นเสียงทุ้มต่ำย้ำสถานะอย่างเด็ดขาด
“และไม่ใช่แค่ร่างกายหรอกผิงอัน... รวมถึงหัวใจของหนูอัน ก็ต้องเป็นของอาคนเดียวเหมือนกัน”
“อาไม่มีสิทธิ์มาบังคับหัวใจหนู! อาได้ร่างกายหนูไปเพราะความป่าเถื่อน... แต่หัวใจของหนู หนูไม่มีวันให้อา!” เด็กรั้นชูคอดื้อตาใสสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาวาวโรจน์ด้วยแรงขัดขืนอันน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพื่อประชดประชันความเอาแต่ใจของผู้ปกครอง
“งั้นก็ลองดู... อาจะทำให้หนูรู้สำนึกเอง ว่าในชีวิตนี้หนูจะไม่มีวันรักใครได้อีกนอกจากอา และหัวใจดวงนี้มันต้องเต้นเพื่ออาคนเดียวเท่านั้น”
บท 1
คฤหาสน์ตระกูลเว่ยตั้งตระหง่านอยู่กลางเนินเขา รายล้อมด้วยสวนดอกไม้กว้างขวางและกำแพงเหล็กดัดสีดำที่กั้นอาณาเขตไว้อย่างเป็นสัดส่วน ภายในตกแต่งอย่างหรูหราสมฐานะเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมือง ทว่าความสงบในเช้าวันนี้กลับถูกทำลายลง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีครีมวิ่งหัวเราะร่าผ่านโถงกว้าง ในมือป้อมๆ อุ้มตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดไว้แน่น
“ฮ่าๆ หม๊ามี๊! ตามมาแย้ววว!” เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงดังก้องไปทั่วห้องโถง
“หนูอัน! อย่าวิ่งลูก... จะหกล้ม!” เสียงนุ่มของเหมยดังไล่หลังมาด้วยความเป็นห่วง
ตุ๊บ!
ร่างเล็กที่กำลังวิ่งเพลินชนเข้ากับชายร่างสูงอย่างจังจนก้นกระแทกลงพื้นกระเบื้อง!
“อ๊ะ... เจ็บอ่า...” ผิงอันเบะปากด้วยความเจ็บที่ก้นแต่กลับไม่ยอมร้องออกมา เธอกระพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนก้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ผิงอัน!” เสียงของเหมยอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้ามาอุ้มลูกสาวให้ลุกขึ้น
“อายง...” เสียงเล็กๆ ที่เรียกคุณอาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
“เจ็บไหมครับ? อาเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามวิ่งในบ้าน” เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่บุคลิกที่ดูนิ่งขรึมตามประสานักธุรกิจเทาๆ และมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ทำเอาเด็กน้อยเริ่มใจคอไม่ดี
“ขอโทษอาหลงหรือยังคะ? หนูอันวิ่งชนคุณอานะลูก” เหมยก้มมองลูกสาวพร้อมกับเอ่ยสั่งสอนอย่างสุภาพตามฉบับกุลสตรี
“ขอโตดค่า... อายง” ผิงอันยกมือป้อมขึ้นพนมไหว้ขอโทษคุณอาอย่างว่าง่าย
“ค่ะ ครั้งนี้อาไม่โกรธ แต่ถ้าหนูอันวิ่งเล่นในบ้านอีก อาจะตีนะ!”
“ไม่ตีนะ! หนูอันจาไม่วิ่งอีกแย้ว” ตากลมโตเงยมองเขาด้วยแววตาออดอ้อน พร้อมกับทำท่าทางอ้อนวอนจนคนมองใจอ่อน
“หึๆ ...” เฟยหลงหัวเราะในลำคอกับความไร้เดียงสานั้น
“เฟยหลง มาแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มของ เว่ยซาง ดังขึ้น ทำให้ทั้งสามคนหันไปมองต้นเสียงทันที เว่ยซางในชุดลำลองสบายๆ เดินยิ้มเข้ามา เขาคือประธานบริหารบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่ เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของเฟยหลงที่รู้เบื้องหลังของกันและกันดี
“อืม...” เฟยหลงขานรับในลำคอ ก่อนจะก้มมองหลานตัวน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พร้อมกับยื่นถุงขนมเค้กรสโปรดให้เธอ ทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมเพื่อนสนิท มักจะซื้อขนมติดมือมาฝากหลานสาวเสมอ
“ว้าววว! ขนมอังโปรด!” มือป้อมกลมๆ ยื่นออกไปหมายจะรับถุงขนม แต่เฟยหลงกลับชักมือกลับทันควัน!
“ทำยังไงก่อนคะ?” เฟยหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขอบคุณค่า...” มือเล็กยกขึ้นพนมไหว้ พร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างน่ารักตามที่แม่สอน
“ค่ะ... หลานรักของอา” เฟยหลงยื่นถุงขนมให้เด็กหญิงอีกครั้งเมื่อเธอเอ่ยขอบคุณ เขายื่นมือหนาที่ใหญ่กว่าใบหน้าเล็กๆ เกือบครึ่งขึ้นลูบเรือนผมของเธอไปมาอย่างทะนุถนอม แววตาที่เขาใช้มองร่างกลมๆ นั้นช่างอ่อนโยน... ซึ่งเป็นแววตาที่ไม่มีใครในโลกธุรกิจมืดเคยได้เห็นจากมาเฟียผู้น่าเกรงขามคนนี้!
เด็กหญิงยิ้มจนตาหยี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นขนมรสโปรด ท่าทางตื่นเต้นนั้นชวนให้ผู้ใหญ่ที่ยืนมองต่างพากันอมยิ้มด้วยความเอ็นดู
“เข้าไปนั่งในห้องรับรองก่อนค่ะคุณเฟยหลง” เหมยละสายตาจากลูกสาวแล้วเงยหน้ามองชายหนุ่ม วันนี้ครอบครัวของเธอมีแผนจะเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านตากอากาศริมทะเล โดยมีเฟยหลงเพื่อนรักของสามีร่วมเดินทางไปด้วย ทั้งหมดจึงนัดแนะให้เขามาเจอที่นี่ก่อนออกเดินทางพร้อมกัน
“ครับ...” เฟยหลงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเหมยที่นำทางเข้าไป
ชายหนุ่มมองร่างเล็กที่เดินเตาะแตะตามหลังผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่วางตา บนใบหน้าคมเข้มแต้มไปด้วยรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก
“หนูอันขา...” ร่างเล็กที่กำลังเดินไป เปิดถุงขนมออกก่อนจะดมกลิ่นหอมๆ อย่างเพลิดเพลิน หยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“ขาาา?” ผิงอันขานรับพร้อมกับเอียงคอน้อยๆ มองคุณอาตัวสูงด้วยความสงสัย
“อาขออุ้มหนูอันหน่อยได้ไหมครับ?” เฟยหลงย่อตัวลงพลางยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า
“ได้ค่ะ... แต่หนูอันหนักนะ!” คำพูดรู้ความของหลานสาวทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“อาอุ้มไหวค่ะ... มาเร็ว ฮึ้บ!” เฟยหลงช้อนร่างเล็กขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะแกล้งฟัดแก้มกลมป่องทั้งสองข้างของเด็กหญิงด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ฮ่าๆ! อายง... จั๊กจี๋!” ผิงอันหัวเราะลั่นพลางบิดตัวหนีด้วยความสนุก
“เฮ้ยๆ! ไอ้เฟยหลง! แก้มลูกกูช้ำหมดแล้ว!” เว่ยซาง คุณพ่อจอมหวงรีบก้าวเข้ามาหวังจะชิงตัวลูกสาวคืนทันที ทว่ามีหรือที่เฟยหลงจะยอม ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมคืนตุ๊กตาน่ารักตัวน้อยให้คนเป็นพ่อง่ายๆ
“เฟยหลง!”
“ก็ลูกมึงน่ารักน่าเอ็นดู กูขอหอมหน่อยไม่ได้หรือไง?” พูดจบเฟยหลงก็ก้มลงหอมแก้มกลมที่เหมือนซาลาเปานั้นฟอดใหญ่ไปอีกทีเป็นการเย้ย!
“ไม่ได้! กูหวง! อยากหอมก็ไปมีเองสิวะ มาหอมลูกคนอื่นอยู่ได้!” เด็กหญิงมองผู้ใหญ่ทั้งสองโต้ตอบกันไปมา ตาแป๋วคู่สวยมองหน้าพ่อทีหน้าอาทีด้วยความมึนตามประสาเด็กที่ไม่รู้ความหมาย
“หนูอันขา... หนูอันรักอาไหมคะ?” เฟยหลงก้มลงถามหลานสาวด้วยน้ำเสียงหวานหยอด
“รักค่ะ! หนูอันรักอายง” เฟยหลงยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ยินคำบอกรักที่แสนซื่อตรง เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่กำลังมองเขาตาเขม็งพลางยักคิ้วให้ข้างหนึ่งเป็นการหยอกเย้ย ยิ่งทำให้เว่ยซางหัวเสียหนักกว่าเดิม
“เลิกทะเลาะกันได้แล้วค่ะ รีบออกเดินทางกันดีกว่า เดี๋ยวจะถึงที่พักมืดค่ำนะคะ” เหมยรีบเข้ามาห้ามทัพคนขี้กวนกับคนขี้โมโหก่อนจะยาวไปกว่านี้
“เอาลูกกูคืนมา!”
“หม๊ามี๊ขา... ป๊ะป๋า... กับ... อายง... พูดไม่เพราะ!” ผิงอันฟ้องคุณแม่เสียงใสเมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดของผู้ใหญ่ทั้งคู่
“เดี๋ยวหม๊ามี๊จัดการให้ค่ะ หนูอันมากับหม๊ามี๊ดีกว่าค่ะ”
“อ้าว! หนูอัน เมื่อกี้ยังบอกรักอาอยู่เลย... เพราะมึงเลย เว่ยซาง!”
“เพราะมึงนั่นแหละ!”
“ถ้ายังไม่เลิกทะเลาะกัน ก็ไม่ต้องไปแล้วค่ะ!” เหมยหันมาดุเสียงเข้มแบบทีเล่นทีจริง
“ครับ! / ครับ!” เฟยหลงกับเว่ยซางขานรับพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะสะบัดหน้าใส่กันแล้วเดินแยกไปที่รถ
“หมิง…” เว่ยซางเอ่ยเรียกลูกน้องคนสนิทที่เป็นหัวหน้าคนขับรถของบ้าน
“ครับท่าน…” หมิงเงยขึ้นมองเจ้านายด้วยความสงสัย
“วันนี้ฉันจะขับรถไปเอง… นายไม่ต้องไปก็ได้ เมียกำลังท้องเดินเหินลำบาก อยู่ดูแลเธอเถอะ “
” ขอบคุณมากครับท่าน… ผมกำลังจะขออนุญาตอยู่พอดีเลยครับ “
” อืม ฉันไปล่ะ ฝากดูแลบ้านด้วย” หมิงก้มหัวเป็นการตอบรับคำสั่งของเจ้านายด้วยความซาบซึ้งในความใจดีของบอส
รถยนต์คันหรูของเว่ยซางเริ่มเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์เป็นคันแรก ตามด้วยรถ SUV ของเฟยหลงที่มีลูกน้องติดตามมาอีกสองคนขับตามหลังมาอย่างเป็นระเบียบตามประสาคนระวังตัว
บรรยากาศภายในรถของเว่ยซางเต็มไปด้วยความสดใส เด็กหญิงตัวน้อยนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนคาร์ซีทพลางกอดถุงขนมที่ 'อายง' เพิ่งให้มาไว้แน่น
“หม๊ามี๊... ไปเที่ยวทะเลกันใช่ไหมค้า?”
“ใช่ค่ะลูก” เหมยหันไปยิ้มตอบลูกสาวพลางเอื้อมมือไปจัดแจงผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทาง
“อร่อยไหมครับ?” เว่ยซางถามพลางมองลูกสาวผ่านกระจกมองหลัง เห็นเธอกำลังเอร็ดอร่อยกับขนมในมือ
“อย่อยค่ะ! ป๊ะป๋ากินไหมคะ?” มือป้อมหยิบขนมชิ้นเล็กออกมายื่นไปทางข้างหน้า
“งับ! อืม... อร่อยจริงๆ ด้วย” เว่ยซางงับขนมจากมือลูกสาวพลางส่งเสียงเคี้ยวประกอบให้ลูกสาวหัวเราะชอบใจ
“หนูอันรักอายงที่สุดเลยค่ะ!” เว่ยซางหุบยิ้มทันควันเมื่อได้ยินลูกสาวบอกรักเพื่อนสนิท
“แล้วไม่รักป๊ะป๋าเหรอคะ?”
“ยักค่ะ! หนูอันรักป๊ะป๋ากับหม๊ามี๊ที่สุดดดด!”
“ค่ะ ป๋ากับหม๊ามี๊ก็รักหนูอันที่สุดเหมือนกันนะลูก” เหมยเอ่ยเสริมพลางอมยิ้มหัวเราะตามสามี
“หาววว... หนูอันง่วงแย้ว...” ผู้ใหญ่ทั้งสองหลุดหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยเริ่มตาปรือ
“กินอิ่มแล้วก็ง่วงเลยนะคะ” เหมยหันไปหยอกล้อลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“ฝันดีนะคะคนเก่ง ถึงแล้วเดี๋ยวป๋าปลุกค่ะ” เวลาผ่านไปไม่นาน เด็กหญิงตัวน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับรอยยิ้ม
“หลับปุ๋ยไปแล้วค่ะเฮีย” เหมยหันกลับมาพูดกับสามีด้วยรอยยิ้มละมุน พลางเอื้อมมือไปกุมมือหนาของเว่ยซางที่จับพวงมาลัยไว้หลวมๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขของครอบครัว
ขบวนรถแล่นมาตามเส้นทางตัดผ่านภูเขา ทัศนวิสัยค่อนข้างจำกัดเนื่องจากมีหมอกลงจางๆ เว่ยซางขับรถด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ เหมยที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ยังคงชวนสามีคุยเรื่องแพลนกิจกรรมที่จะทำเมื่อไปถึงบ้านพักตากอากาศ
ทว่า... ในช่วงจังหวะที่รถของเว่ยซางกำลังจะเข้าโค้งลาดชัน จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์เร่งคำรามดังลั่นสะท้อนก้องหุบเขามาจากเลนสวนทาง รถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับสวนทางขึ้นเนินมาด้วยความเร็วสูงมากจนน่ากลัว ในจังหวะที่ต้องเข้าโค้ง รถคันนั้นเกิดเสียหลักแหกโค้งเพราะความเร็วที่เกินพิกัด พุ่งข้ามเลนตรงเข้ามาหาหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน!
“เฮีย! ระวัง!!!” เหมยตาเบิกกว้าง ร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจลนลาน
เว่ยซางหัวใจหล่นวูบ พยายามหักพวงมาลัยหลบจนสุดชีวิต แต่เนื่องจากระยะที่กระชั้นชิดจนเกินไป รถคันที่แหกโค้งมาจึงพุ่งเข้าชนประสานงาเข้าที่ด้านข้างและหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
โครม!!!!!!!!
บทล่าสุด
#60 บทที่ 60 ห้องลองชุด
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#59 บทที่ 59 ห้องลองชุด
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#58 บทที่ 58 หนูคือสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตของอา
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#57 บทที่ 57 บทไม่มีชื่อ
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#56 บทที่ 56 ให้รางวัล
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#55 บทที่ 55 พออกงานครั้งแรก
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#54 บทที่ 54 วันสำคของคนสำค
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#53 บทที่ 53 ขึ้นให้อาหน่อยครับ
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#52 บทที่ 52 อาจะกระแทกให้ร้องทั้งคืนเลย
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026#51 บทที่ 51 ยอมเป็นทาสรับใช้
อัปเดตล่าสุด: 6/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"













