บทนำ
คำเปรยแกมขู่ชวนให้ใจหายวาบนั้นทำให้ผิงอันชะงักกึก เม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิมด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ทว่าพญามังกรจอมเผด็จการยังไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมาเชยคางมนของเด็กรั้นขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาคมกริบสีเข้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักอันบิดเบี้ยว ก่อนจะเค้นเสียงทุ้มต่ำย้ำสถานะอย่างเด็ดขาด
“และไม่ใช่แค่ร่างกายหรอกผิงอัน... รวมถึงหัวใจของหนูอัน ก็ต้องเป็นของอาคนเดียวเหมือนกัน”
“อาไม่มีสิทธิ์มาบังคับหัวใจหนู! อาได้ร่างกายหนูไปเพราะความป่าเถื่อน... แต่หัวใจของหนู หนูไม่มีวันให้อา!” เด็กรั้นชูคอดื้อตาใสสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาวาวโรจน์ด้วยแรงขัดขืนอันน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพื่อประชดประชันความเอาแต่ใจของผู้ปกครอง
“งั้นก็ลองดู... อาจะทำให้หนูรู้สำนึกเอง ว่าในชีวิตนี้หนูจะไม่มีวันรักใครได้อีกนอกจากอา และหัวใจดวงนี้มันต้องเต้นเพื่ออาคนเดียวเท่านั้น”
บท 1
คฤหาสน์ตระกูลเว่ยตั้งตระหง่านอยู่กลางเนินเขา รายล้อมด้วยสวนดอกไม้กว้างขวางและกำแพงเหล็กดัดสีดำที่กั้นอาณาเขตไว้อย่างเป็นสัดส่วน ภายในตกแต่งอย่างหรูหราสมฐานะเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมือง ทว่าความสงบในเช้าวันนี้กลับถูกทำลายลง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีครีมวิ่งหัวเราะร่าผ่านโถงกว้าง ในมือป้อมๆ อุ้มตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดไว้แน่น
“ฮ่าๆ หม๊ามี๊! ตามมาแย้ววว!” เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงดังก้องไปทั่วห้องโถง
“หนูอัน! อย่าวิ่งลูก... จะหกล้ม!” เสียงนุ่มของเหมยดังไล่หลังมาด้วยความเป็นห่วง
ตุ๊บ!
ร่างเล็กที่กำลังวิ่งเพลินชนเข้ากับชายร่างสูงอย่างจังจนก้นกระแทกลงพื้นกระเบื้อง!
“อ๊ะ... เจ็บอ่า...” ผิงอันเบะปากด้วยความเจ็บที่ก้นแต่กลับไม่ยอมร้องออกมา เธอกระพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนก้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ผิงอัน!” เสียงของเหมยอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้ามาอุ้มลูกสาวให้ลุกขึ้น
“อายง...” เสียงเล็กๆ ที่เรียกคุณอาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
“เจ็บไหมครับ? อาเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามวิ่งในบ้าน” เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่บุคลิกที่ดูนิ่งขรึมตามประสานักธุรกิจเทาๆ และมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ทำเอาเด็กน้อยเริ่มใจคอไม่ดี
“ขอโทษอาหลงหรือยังคะ? หนูอันวิ่งชนคุณอานะลูก” เหมยก้มมองลูกสาวพร้อมกับเอ่ยสั่งสอนอย่างสุภาพตามฉบับกุลสตรี
“ขอโตดค่า... อายง” ผิงอันยกมือป้อมขึ้นพนมไหว้ขอโทษคุณอาอย่างว่าง่าย
“ค่ะ ครั้งนี้อาไม่โกรธ แต่ถ้าหนูอันวิ่งเล่นในบ้านอีก อาจะตีนะ!”
“ไม่ตีนะ! หนูอันจาไม่วิ่งอีกแย้ว” ตากลมโตเงยมองเขาด้วยแววตาออดอ้อน พร้อมกับทำท่าทางอ้อนวอนจนคนมองใจอ่อน
“หึๆ ...” เฟยหลงหัวเราะในลำคอกับความไร้เดียงสานั้น
“เฟยหลง มาแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มของ เว่ยซาง ดังขึ้น ทำให้ทั้งสามคนหันไปมองต้นเสียงทันที เว่ยซางในชุดลำลองสบายๆ เดินยิ้มเข้ามา เขาคือประธานบริหารบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่ เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของเฟยหลงที่รู้เบื้องหลังของกันและกันดี
“อืม...” เฟยหลงขานรับในลำคอ ก่อนจะก้มมองหลานตัวน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พร้อมกับยื่นถุงขนมเค้กรสโปรดให้เธอ ทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมเพื่อนสนิท มักจะซื้อขนมติดมือมาฝากหลานสาวเสมอ
“ว้าววว! ขนมอังโปรด!” มือป้อมกลมๆ ยื่นออกไปหมายจะรับถุงขนม แต่เฟยหลงกลับชักมือกลับทันควัน!
“ทำยังไงก่อนคะ?” เฟยหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขอบคุณค่า...” มือเล็กยกขึ้นพนมไหว้ พร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างน่ารักตามที่แม่สอน
“ค่ะ... หลานรักของอา” เฟยหลงยื่นถุงขนมให้เด็กหญิงอีกครั้งเมื่อเธอเอ่ยขอบคุณ เขายื่นมือหนาที่ใหญ่กว่าใบหน้าเล็กๆ เกือบครึ่งขึ้นลูบเรือนผมของเธอไปมาอย่างทะนุถนอม แววตาที่เขาใช้มองร่างกลมๆ นั้นช่างอ่อนโยน... ซึ่งเป็นแววตาที่ไม่มีใครในโลกธุรกิจมืดเคยได้เห็นจากมาเฟียผู้น่าเกรงขามคนนี้!
เด็กหญิงยิ้มจนตาหยี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นขนมรสโปรด ท่าทางตื่นเต้นนั้นชวนให้ผู้ใหญ่ที่ยืนมองต่างพากันอมยิ้มด้วยความเอ็นดู
“เข้าไปนั่งในห้องรับรองก่อนค่ะคุณเฟยหลง” เหมยละสายตาจากลูกสาวแล้วเงยหน้ามองชายหนุ่ม วันนี้ครอบครัวของเธอมีแผนจะเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านตากอากาศริมทะเล โดยมีเฟยหลงเพื่อนรักของสามีร่วมเดินทางไปด้วย ทั้งหมดจึงนัดแนะให้เขามาเจอที่นี่ก่อนออกเดินทางพร้อมกัน
“ครับ...” เฟยหลงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเหมยที่นำทางเข้าไป
ชายหนุ่มมองร่างเล็กที่เดินเตาะแตะตามหลังผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่วางตา บนใบหน้าคมเข้มแต้มไปด้วยรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก
“หนูอันขา...” ร่างเล็กที่กำลังเดินไป เปิดถุงขนมออกก่อนจะดมกลิ่นหอมๆ อย่างเพลิดเพลิน หยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“ขาาา?” ผิงอันขานรับพร้อมกับเอียงคอน้อยๆ มองคุณอาตัวสูงด้วยความสงสัย
“อาขออุ้มหนูอันหน่อยได้ไหมครับ?” เฟยหลงย่อตัวลงพลางยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า
“ได้ค่ะ... แต่หนูอันหนักนะ!” คำพูดรู้ความของหลานสาวทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“อาอุ้มไหวค่ะ... มาเร็ว ฮึ้บ!” เฟยหลงช้อนร่างเล็กขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะแกล้งฟัดแก้มกลมป่องทั้งสองข้างของเด็กหญิงด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ฮ่าๆ! อายง... จั๊กจี๋!” ผิงอันหัวเราะลั่นพลางบิดตัวหนีด้วยความสนุก
“เฮ้ยๆ! ไอ้เฟยหลง! แก้มลูกกูช้ำหมดแล้ว!” เว่ยซาง คุณพ่อจอมหวงรีบก้าวเข้ามาหวังจะชิงตัวลูกสาวคืนทันที ทว่ามีหรือที่เฟยหลงจะยอม ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมคืนตุ๊กตาน่ารักตัวน้อยให้คนเป็นพ่อง่ายๆ
“เฟยหลง!”
“ก็ลูกมึงน่ารักน่าเอ็นดู กูขอหอมหน่อยไม่ได้หรือไง?” พูดจบเฟยหลงก็ก้มลงหอมแก้มกลมที่เหมือนซาลาเปานั้นฟอดใหญ่ไปอีกทีเป็นการเย้ย!
“ไม่ได้! กูหวง! อยากหอมก็ไปมีเองสิวะ มาหอมลูกคนอื่นอยู่ได้!” เด็กหญิงมองผู้ใหญ่ทั้งสองโต้ตอบกันไปมา ตาแป๋วคู่สวยมองหน้าพ่อทีหน้าอาทีด้วยความมึนตามประสาเด็กที่ไม่รู้ความหมาย
“หนูอันขา... หนูอันรักอาไหมคะ?” เฟยหลงก้มลงถามหลานสาวด้วยน้ำเสียงหวานหยอด
“รักค่ะ! หนูอันรักอายง” เฟยหลงยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ยินคำบอกรักที่แสนซื่อตรง เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่กำลังมองเขาตาเขม็งพลางยักคิ้วให้ข้างหนึ่งเป็นการหยอกเย้ย ยิ่งทำให้เว่ยซางหัวเสียหนักกว่าเดิม
“เลิกทะเลาะกันได้แล้วค่ะ รีบออกเดินทางกันดีกว่า เดี๋ยวจะถึงที่พักมืดค่ำนะคะ” เหมยรีบเข้ามาห้ามทัพคนขี้กวนกับคนขี้โมโหก่อนจะยาวไปกว่านี้
“เอาลูกกูคืนมา!”
“หม๊ามี๊ขา... ป๊ะป๋า... กับ... อายง... พูดไม่เพราะ!” ผิงอันฟ้องคุณแม่เสียงใสเมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดของผู้ใหญ่ทั้งคู่
“เดี๋ยวหม๊ามี๊จัดการให้ค่ะ หนูอันมากับหม๊ามี๊ดีกว่าค่ะ”
“อ้าว! หนูอัน เมื่อกี้ยังบอกรักอาอยู่เลย... เพราะมึงเลย เว่ยซาง!”
“เพราะมึงนั่นแหละ!”
“ถ้ายังไม่เลิกทะเลาะกัน ก็ไม่ต้องไปแล้วค่ะ!” เหมยหันมาดุเสียงเข้มแบบทีเล่นทีจริง
“ครับ! / ครับ!” เฟยหลงกับเว่ยซางขานรับพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะสะบัดหน้าใส่กันแล้วเดินแยกไปที่รถ
“หมิง…” เว่ยซางเอ่ยเรียกลูกน้องคนสนิทที่เป็นหัวหน้าคนขับรถของบ้าน
“ครับท่าน…” หมิงเงยขึ้นมองเจ้านายด้วยความสงสัย
“วันนี้ฉันจะขับรถไปเอง… นายไม่ต้องไปก็ได้ เมียกำลังท้องเดินเหินลำบาก อยู่ดูแลเธอเถอะ “
” ขอบคุณมากครับท่าน… ผมกำลังจะขออนุญาตอยู่พอดีเลยครับ “
” อืม ฉันไปล่ะ ฝากดูแลบ้านด้วย” หมิงก้มหัวเป็นการตอบรับคำสั่งของเจ้านายด้วยความซาบซึ้งในความใจดีของบอส
รถยนต์คันหรูของเว่ยซางเริ่มเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์เป็นคันแรก ตามด้วยรถ SUV ของเฟยหลงที่มีลูกน้องติดตามมาอีกสองคนขับตามหลังมาอย่างเป็นระเบียบตามประสาคนระวังตัว
บรรยากาศภายในรถของเว่ยซางเต็มไปด้วยความสดใส เด็กหญิงตัวน้อยนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนคาร์ซีทพลางกอดถุงขนมที่ 'อายง' เพิ่งให้มาไว้แน่น
“หม๊ามี๊... ไปเที่ยวทะเลกันใช่ไหมค้า?”
“ใช่ค่ะลูก” เหมยหันไปยิ้มตอบลูกสาวพลางเอื้อมมือไปจัดแจงผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทาง
“อร่อยไหมครับ?” เว่ยซางถามพลางมองลูกสาวผ่านกระจกมองหลัง เห็นเธอกำลังเอร็ดอร่อยกับขนมในมือ
“อย่อยค่ะ! ป๊ะป๋ากินไหมคะ?” มือป้อมหยิบขนมชิ้นเล็กออกมายื่นไปทางข้างหน้า
“งับ! อืม... อร่อยจริงๆ ด้วย” เว่ยซางงับขนมจากมือลูกสาวพลางส่งเสียงเคี้ยวประกอบให้ลูกสาวหัวเราะชอบใจ
“หนูอันรักอายงที่สุดเลยค่ะ!” เว่ยซางหุบยิ้มทันควันเมื่อได้ยินลูกสาวบอกรักเพื่อนสนิท
“แล้วไม่รักป๊ะป๋าเหรอคะ?”
“ยักค่ะ! หนูอันรักป๊ะป๋ากับหม๊ามี๊ที่สุดดดด!”
“ค่ะ ป๋ากับหม๊ามี๊ก็รักหนูอันที่สุดเหมือนกันนะลูก” เหมยเอ่ยเสริมพลางอมยิ้มหัวเราะตามสามี
“หาววว... หนูอันง่วงแย้ว...” ผู้ใหญ่ทั้งสองหลุดหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยเริ่มตาปรือ
“กินอิ่มแล้วก็ง่วงเลยนะคะ” เหมยหันไปหยอกล้อลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“ฝันดีนะคะคนเก่ง ถึงแล้วเดี๋ยวป๋าปลุกค่ะ” เวลาผ่านไปไม่นาน เด็กหญิงตัวน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับรอยยิ้ม
“หลับปุ๋ยไปแล้วค่ะเฮีย” เหมยหันกลับมาพูดกับสามีด้วยรอยยิ้มละมุน พลางเอื้อมมือไปกุมมือหนาของเว่ยซางที่จับพวงมาลัยไว้หลวมๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขของครอบครัว
ขบวนรถแล่นมาตามเส้นทางตัดผ่านภูเขา ทัศนวิสัยค่อนข้างจำกัดเนื่องจากมีหมอกลงจางๆ เว่ยซางขับรถด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ เหมยที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ยังคงชวนสามีคุยเรื่องแพลนกิจกรรมที่จะทำเมื่อไปถึงบ้านพักตากอากาศ
ทว่า... ในช่วงจังหวะที่รถของเว่ยซางกำลังจะเข้าโค้งลาดชัน จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์เร่งคำรามดังลั่นสะท้อนก้องหุบเขามาจากเลนสวนทาง รถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับสวนทางขึ้นเนินมาด้วยความเร็วสูงมากจนน่ากลัว ในจังหวะที่ต้องเข้าโค้ง รถคันนั้นเกิดเสียหลักแหกโค้งเพราะความเร็วที่เกินพิกัด พุ่งข้ามเลนตรงเข้ามาหาหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน!
“เฮีย! ระวัง!!!” เหมยตาเบิกกว้าง ร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจลนลาน
เว่ยซางหัวใจหล่นวูบ พยายามหักพวงมาลัยหลบจนสุดชีวิต แต่เนื่องจากระยะที่กระชั้นชิดจนเกินไป รถคันที่แหกโค้งมาจึงพุ่งเข้าชนประสานงาเข้าที่ด้านข้างและหน้ารถของตระกูลเว่ยอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
โครม!!!!!!!!
บทล่าสุด
#92 บทที่ 92 ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนี้ให้เฮีย (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#91 บทที่ 91 คุณพ่อลูกสองอย่างเต็มตัว
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#90 บทที่ 90 ถึงเวลาที่แด๊ดดี้ต้องทวงคืนทุกอย่าง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#89 บทที่ 89 พักผ่อนกับครอบครัวที่อบอุ่น
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#88 บทที่ 88 ครบรอบหนึ่งขวบ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#87 บทที่ 87 เยว่ซิน
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#86 บทที่ 86 แด๊ดดี้ของเวลาหวานกับหม๊ามี้บ้างนะลูก
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#85 บทที่ 85 เจ็บท้องคลอด
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#84 บทที่ 84 มาเฟียเห่อลูกสาว
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#83 บทที่ 83 กินของหวาน
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รักระรินใจ
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













