บทที่ 2 ต่อจากนี้ไป... หนูคือชีวิตของอา

แรงปะทะมหาศาลทำให้รถของเว่ยซางเสียหลักหมุนคว้างกลางถนน ก่อนจะพลิกคว่ำหลายตลบเนื่องจากแรงเหวี่ยงแล้วไถลลงไปนิ่งสนิทอยู่ข้างทางในสภาพพังยับเยิน ส่วนรถคันต้นเหตุชนเข้ากับขอบทางอีกฝั่ง

ด้านเฟยหลง

“เฮ้ย!!!” เฟยหลงที่ขับตามหลังมาห่างๆ เห็นเหตุการณ์สยดสยองตรงหน้าเต็มสองตา หัวใจของมาเฟียหนุ่มแทบหยุดเต้น เขารีบกระทืบเบรกจนตัวโก่งแล้วพุ่งตัวลงจากรถวิ่งตรงไปยังซากรถของเพื่อนสนิททันที

“เว่ยซาง! ไอ้ซาง!”

“เฟยหลง... ช่วย... ช่วยหนูอันกับเหมยที...” เสียงแหบพร่าโชกเลือดของเพื่อนรักดังรอดออกมาจากซากรถที่หงายท้องพังยับ

“แงงง... หม๊ามี๊! ป๊ะป๋า! หนูอันเจ็บ... ฮึก... อื้อออ” เสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยที่ตื่นมาพบกับฝันร้ายดังก้อง

“พวกมึงมาช่วยกูเร็ว!” เฟยหลงหันไปตะโกนสั่งลูกน้องเสียงสั่น

“เจ้านายครับ! ถังน้ำมันแตก! น้ำมันไหลนองแล้วครับ!” สิงห์ ลูกน้องคนสนิทตะโกนเตือนด้วยความตระหนก เมื่อเห็นของเหลวสีเข้มเริ่มไหลเยิ้มออกมาพร้อมประกายไฟจากการชนปะทะ

“รีบนำพวกเขาออกมาให้เร็วที่สุด! มึงรีบโทรเรียกหน่วยกู้ภัยและรถพยาบาลด่วน!” เฟยหลงสั่งการเสียงพร่า

“เฟยหลง... รีบพาหนูอันออกไปก่อน...” เว่ยซางบอกเพื่อนด้วยลมหายใจรวยริน

กลิ่นน้ำมันและคาวเลือดคละคลุ้ง เฟยหลงกัดฟันกรอด พยายามกระชากประตูหลังที่บุบบี้อย่างบ้าคลั่ง “สิงห์! มาช่วยกูงัดตรงนี้!” ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ประตูหลังถูกงัดออก เฟยหลงรีบมุดตัวเข้าไปปลดล็อกคาร์ซีทที่ช่วยเซฟชีวิตหลานสาวไว้ ผิงอันร้องไห้จ้า เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยฝุ่นและรอยถลอก แต่วิ่งเข้าหาอ้อมกอดอายงที่คุ้นเคย

“หนูอัน... อาอยู่นี่แล้วลูก! ไม่ต้องกลัวนะ!” เฟยหลงประคองเด็กหญิงออกมาอย่างทะนุถนอมก่อนจะส่งให้ลูกน้อง “พาน้องไปที่รถกู! ดูแลอย่าให้ระคายผิวเด็ดขาด!”

เขารีบกลับมาที่ประตูฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าทันที เว่ยซางและเหมยถูกอัดติดอยู่กับคอนโซลรถที่บี้แบนจากแรงกระแทกจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ลมหายใจของทั้งคู่แผ่วเบาจนใจหาย

“ซาง! เหมย! แข็งใจไว้นะ!”

“เฟยหลง... พะ... พาเหมยไปก่อน...” เว่ยซางพยายามเค้นเสียงออกมา มือที่โชกไปด้วยเลือดพยายามจะเอื้อมไปกุมมือภรรยาที่นอนหายใจรวยรินอยู่ข้างๆ

“มึงเงียบไปเลยซาง! กูจะเอาพวกมึงออกไปให้หมด!” เฟยหลงออกแรงงัดโครงเหล็กอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ในวินาทีนั้น เปลวไฟจากห้องเครื่องได้ลุกลามมาตามคราบน้ำมันจนเริ่มลุกพรึบขึ้น!

“นายน้อยครับ! ถอยออกมาครับ! ไฟมันเริ่มลุกหนักแล้ว รถจะระเบิด!” สิงห์ตะโกนสุดเสียงพลางพุ่งเข้ามาดึงรั้งตัวเจ้านายออกมา

“ไม่! ปล่อยกู! กูทิ้งพวกเขาไม่ได้!” เฟยหลงคำรามก้อง น้ำตาแห่งความเจ็บใจไหลอาบแก้มหนาเมื่อตระหนักว่าเขาไม่สามารถช่วยเพื่อนรักและภรรยาออกมาได้ทันเวลา

“หลง... ฟังนะ...” เว่ยซางลืมตาขึ้นมองเพื่อนสนิทเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเขาไร้ซึ่งความโกรธแค้น มีเพียงความห่วงใยท่วมท้นถึงสายเลือดเพียงคนเดียว “ฝากหนูอัน... ฝากลูกสาวกูด้วยนะ...”

ตู้ม!

เสียงระเบิดจากถังน้ำมันดังขึ้น เปลวเพลิงโหมกระหน่ำสูงท่วมรถในพริบตา ลูกน้องสองคนต้องออกแรงพุ่งลากตัวเฟยหลงออกมาจากซากรถตามสัญชาตญาณความปลอดภัย

“ปล่อยกู! ซาง!!! เหมย!!!” เฟยหลงตะโกนลั่นสะบัดตัวจากการเกาะกุม ทว่าในวินาทีนั้นเอง ภาพเบื้องหน้ามีเพียงเปลวเพลิงสีส้มที่ลุกพรึบขึ้นท่วมรถทั้งคัน บดบังร่างของเพื่อนสนิทและภรรยาไปตลอดกาลจากอุบัติเหตุไม่คาดฝัน

“ไม่จริง... ซาง!!!” เฟยหลงทรุดเข่าลงบนพื้นถนน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความสูญเสีย ภาพตรงหน้าเลือนรางไปด้วยหยดน้ำตา เสียงร้องไห้จ้าของหนูอันที่ดังมาจากรถอีกคัน ยิ่งย้ำเตือนถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่เขาเพิ่งได้รับมอบหมายมาจากเพื่อนรักด้วยชีวิต

ภายใต้แสงสีเพลิงที่แผดเผา มีเพียงเสียงไฟปะทุและเสียงสะอื้นของชายผู้สูญเสียเพื่อนรักไปต่อหน้าต่อตา

“กูสัญญา... ซาง... กูจะดูแลหนูอันด้วยชีวิตของกูเอง! กูจะเลี้ยงดูแกให้ดีที่สุดแทนมึง!” เฟยหลงหยัดยืนขึ้น แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ฉายความโศกเศร้าลึกซึ้ง เขาดึงสติกลับมาแล้วเดินตรงไปที่รถเพื่อโอบกอดเด็กน้อยที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายของเขา... และเขาคือที่พึ่งสุดท้ายของเธอ

เด็กหญิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยสดใสบัดนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอหันไปมองกองเพลิงเบื้องหน้า ปากเล็กๆ สั่นระริก

“ป๊ะป๋า... หม๊ามี๊... อยู่ในนั้น... อายง... ไปช่วยป๋ากับมี๊...” เฟยหลงพูดอะไรไม่ออก หัวใจของเขาแตกสลายไปพร้อมกับเด็กน้อย เขาทำเพียงแค่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น น้ำตาของมาเฟียผู้เย็นชาไหลอาบแก้มเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เขาจูบลงที่ขมับของเด็กหญิงเบาๆ เพื่อปลอบประโลม

“ต่อจากนี้ไป... หนูคือชีวิตของอา” เฟยหลงพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ “อาจะดูแลหนูอันเองนะลูก...” เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ท่ามกลางแสงไฟจากซากรถที่กำลังมอดไหม้ สายตาของเฟยหลงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันคือสายตาของคนที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องและมอบชีวิตใหม่ที่ดีที่สุดให้เด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนนี้... นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้าร่วมหลั่งน้ำตาให้กับการสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูลเว่ย ร่างสูงใหญ่ของเฟยหลงในชุดสูทสีดำสนิท ยืนนิ่งอยู่หน้าป้ายหลุมศพของเว่ยซางและเหมย ในอ้อมแขนของเขามีร่างเล็กของผิงอันที่สวมชุดสีดำเช่นกัน เด็กน้อยกอดคอคุณอาไว้แน่น ดวงตากลมโตบวมเป่งจากการร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาเหลือไหลอีกแล้ว

“ซาง... เหมย... ไม่ต้องห่วงนะ กูจะดูแลหนูอันให้ดีที่สุด” เฟยหลงพึมพำเสียงเรียบ แววตาที่มองป้ายชื่อเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทว่าเมื่อหันไปมอง ‘สิงห์’ ลูกน้องคนสนิทที่เดินเข้ามาใกล้ แววตานั้นกลับเปลี่ยนเป็นกร้าวระดังน้ำแข็ง

“เรื่องไอ้สารเลวคันนั้น ไปถึงไหนแล้ว”

“เรียบร้อยครับนายน้อย ไอ้คนขับชื่อ ‘นายชัยสิทธิ์’ มันรอดชีวิตจากอุบัติเหตุ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลตำรวจออกแล้วครับ... มันเมาแล้วขับ แถมยังซิ่งรถแต่งซิ่งหลุดโค้งมาชนรถของคุณเว่ยซางครับ” สิงห์รายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เมาแล้วขับงั้นเหรอ...” เฟยหลงเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังแล้วชวนขนลุก “ชีวิตเพื่อนกูทั้งคน... ต้องมาจบลงเพราะความไร้จิตสำนึกของไอ้ขยะตัวเดียว”

ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดหนูอันแน่นขึ้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่รถตู้นิรภัยหรูหรา

“สิงห์ สั่งทีมทนายที่ดีที่สุดของตระกูลเรา ลากคอครหาขยะนั่นเข้าคุกให้ได้ และจำไว้... กูไม่ต้องการให้มันหลุดคดี หรือได้ประกันตัวแม้แต่ล้านเดียว!”

“แต่เจ้านายครับ... ญาติของมันพยายามจะยื่นเรื่องขอเจรจาค่าเสียหาย และขอให้เรายอมความขอลดหย่อนโทษครับ เห็นว่าเป็นลูกชายคนเดียวของคหบดีท้องถิ่นแถวนั้น”

เฟยหลงหยุดก้าวเดิน ใบหน้าคมเข้มตวัดกลับมามองลูกน้อง แววตาเหี้ยมเกรียมจนสิงห์ต้องก้มหน้าหลบ

“เจรจางั้นเหรอ? บอกพวกมันไป... เงินตระกูลเว่ยกับตระกูลกู มีมากพอที่จะซื้อตระกูลพวกมันได้ทั้งตระกูล ชีวิตคนของกูไม่มีมูลค่าเป็นเงิน... กูต้องการให้มัน ‘ติดคุก’ และชดใช้กรรมอย่างทรมานที่สุดในนั้น!”

ณ ห้องพิจารณาคดีในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

บรรยากาศในศาลเต็มไปด้วยความตึงเครียด ฝั่งของนายชัยสิทธิ์ คนขับรถต้นเหตุ มีท่าทีสลดและพยายามทำตัวให้น่าสงสาร ญาติๆ ของมันพยายามเข้ามาหาเฟยหลงเพื่อขอความเห็นใจ แต่กลับถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์ชุดดำกันตัวไว้ไม่ให้เข้าใกล้แม้แต่ปลายก้าว

เฟยหลงนั่งอยู่ที่ม้านั่งผู้เสียหาย บุคลิกที่นิ่งสงบแต่น่าเกรงขามราวกับพญาราชสีห์ทำเอาผู้คนในห้องพิจารณาคดีต่างพากันอึดอัด ทีมทนายความฝีมือฉกาจที่เฟยหลงจ้างมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล ยื่นหลักฐานทุกอย่างอย่างแน่นหนา ทั้งคลิปจากกล้องหน้ารถของขบวนเฟยหลง ผลตรวจแอลกอฮอล์ และบันทึกความเร็วรถ

ทนายฝั่งจำเลยพยายามจะอ้างว่าจำเลยทำไปเพราะความคึกคะนอง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และพร้อมจะเยียวยาทุกบาททุกสตางค์ แต่ทนายของเฟยหลงตอกกลับด้วยกฎหมายอย่างดุเดือด ชี้ให้เห็นถึงความสูญเสียของเด็กหญิงวัยเพียงไม่กี่ขวบที่ต้องกลายเป็นกำพร้าพ่อแม่ในพริบตา

“...จากหลักฐานทั้งหมด แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจำเลยเล็งเห็นผลของการกระทำ การขับรถด้วยความเร็วสูงในขณะมึนเมาบนทางโค้งลาดชัน เป็นการฆาตกรรมทางอ้อม ทางโจทก์ขอคัดค้านการรอลงอาญา และขอให้ลงโทษสถานหนักที่สุดครับ” ทนายความของเฟยหลงแถลงปิดคดี

หลังจากศาลพิจารณาหลักฐานอันแน่นหนาที่ไม่มีทางดิ้นหลุด บวกกับกระแสสังคมที่จับตามองเนื่องจากพลังสื่อที่เฟยหลงกดดันอยู่เบื้องหลัง ในที่สุดผู้พิพากษาก็อ่านคำพิพากษา

“...ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย เป็นเวลา 15 ปี โดยไม่รอลงอาญา และคัดค้านการประกันตัว!”

ปัง!

เสียงค้อนของศาลทุบลง พร้อมกับเสียงร้องไห้โฮของญาติฝั่งคนชน นายชัยสิทธิ์หน้าถอดสี ทรุดฮวบลงกับพื้นก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าควบคุมตัวเพื่อส่งเข้าเรือนจำทันที

ในจังหวะที่มันกำลังจะถูกลากตัวผ่านหน้าเฟยหลง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวไปขวางหน้ามันไว้ แววตาของมาเฟียหนุ่มนิ่งสนิทราวกับมองสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า

“แกนึกว่าเข้าคุกแล้วจะจบงั้นเหรอ?” เฟยหลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับปักลึกเข้าไปในใจของคนฟังจนตัวสั่น “15 ปีในนั้น... ฉันจะทำให้แน่ใจว่าแกจะได้รับ ‘การต้อนรับ’ อย่างอบอุ่นในทุกๆ วัน... ชดใช้ให้เพื่อนฉันอย่างทรมานซะ”

นายชัยสิทธิ์เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มันรู้ดีว่าอำนาจมืดของเฟยหลงสามารถเอื้อมมือเข้าไปในเรือนจำได้ง่ายดายแค่ไหน มันถูกลากตัวออกไปทั้งน้ำตาและความหวาดผวาที่จะต้องเจอต่อจากนี้

เฟยหลงเดินออกมาจากศาล ท่ามกลางวงล้อมของนักข่าวที่พยายามรุมสัมภาษณ์ แต่เขาไม่สนใจ ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถตู้หรูที่มีร่างกลมๆ ของผิงอันนั่งรออยู่พร้อมกับพี่เลี้ยง

ทันทีที่เด็กน้อยเห็นคุณอาเปิดประตูเข้ามา เธอก็ขยับตัวเข้าหาทันที เฟยหลงช้อนร่างหลานสาวขึ้นมาอุ้มแนบอก ความแข็งกร้าวและรังสีฆ่าฟันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่มีให้เด็กหญิงคนนี้คนเดียว

“อายง... ไปไหนมาค้า?” เสียงเล็กๆ ถามตาแป๋ว

“อาไปทำธุระให้ป๊ะป๋ากับหม๊ามี๊มาครับ” เฟยหลงลูบหัวหลานสาวเบาๆ “ต่อจากนี้ไป... จะไม่มีใครมาทำร้ายหนูอันได้อีกแล้วนะลูก อาหลงจะปกป้องหนูเอง”

ผิงอันซบหน้าลงกับอกกว้างของอายงอย่างแสนรักและไว้ใจ แม้เด็กน้อยจะยังไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แต่เธอก็รู้ว่าอ้อมกอดนี้คือโลกทั้งใบที่ปลอดภัยที่สุดของเธอในเวลานี้

เฟยหลงมองออกไปนอกกระจกรรถ แววตามุ่งมั่น... ความยุติธรรมบนดินเขาเอาคืนมาให้เพื่อนแล้ว ส่วนหน้าที่ต่อจากนี้ คือการชุบเลี้ยงสายเลือดคนเดียวของเว่ยซางให้เติบโตมาอย่างมีความสุขที่สุดในฐานะ ‘นายน้อยแห่งตระกูลเว่ย’ และ ‘แก้วตาดวงใจของมาเฟียเฟยหลง’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป