บทที่ 3 อาการ…หวงหลาน

15 ปีผ่านไป

วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หรงเฟยหลง มาเฟียหนุ่มฮอตในวัย 26 ปี บัดนี้เติบโตกลายเป็นผู้นำตระกูลวัย 41 ปีที่เปี่ยมไปด้วยบารมี สุขุม และน่าเกรงขามขึ้นทวีคูณ ใบหน้าคมเข้มยังคงหล่อเหลากระชากใจท้าทายกาลเวลา จะมีก็เพียงแววตาคมกริบที่ดูนิ่งลึกและอ่านยากขึ้นราวกับมหาสมุทร

พร้อม ๆ กับร่างกลมป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ที่เคยขี่คออ้อนกินไอติมสีชมพูในวันนั้น ที่บัดนี้เติบโตเป็นสาวสะพรั่งในวัย 18 ปีบริบูรณ์... "ผิงอัน" ในวันนี้กลายเป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวย จิ้มลิ้ม นัยน์ตากลมโตเป็นประกายสดใส และยังคงเป็นแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของคฤหาสน์ตระกูลหรง

...และแน่นอนว่า อาการ "หวงหลาน" ของเฟยหลง ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นล้านเท่าตามอายุของหลานสาวเช่นกัน!

"นายน้อยครับ... เอกสารสรุปงบประมาณไตรมาสสองครับ"

สิงห์ในวัย 40 กว่า ๆ ที่เริ่มมีผมหงอกแซมตามจอน เนื่องจากรับมือกับความประสาทแดกของเจ้านายมานาน ยื่นแฟ้มเอกสารให้เฟยหลงที่นั่งหน้านิ่งอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่

ทว่า พญามังกรแห่งตระกูลหรงกลับไม่ได้สนใจตัวเลขพันล้านในมือเลยสักนิด สายตาคมกริบจับจ้องไปยัง "คุณปู่เก้าสั้น" เจ้าหมาดัชชุนในวัย 15 ปี ที่ตอนนี้กลายเป็นหมาแก่หน้าเบื่อโลก พุงย้วย และนอนอืดอยู่บนเบาะนุ่มข้าง ๆ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบา ๆ ก่อนจะเบนสายตาไปที่นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ

"สี่โมงสิบห้านาทีแล้ว..." เฟยหลงเค้นเสียงต่ำ รังสีอมหิตแผ่ซ่านจนคุณปู่เก้าสั้นถึงกับครางหงิง "หนูอันยังไม่กลับบ้าน สัญญากับกูไว้ว่าเลิกเรียนปรับพื้นฐานมหา'ลัยวันแรกจะตรงกลับบ้านทันที"

"เอ่อ... รถอาจจะติดครับนายน้อย คุณหนูอันเธอเป็นเด็กดี ไม่เหลวไหลอยู่แล้วครับ" สิงห์ปาดเหงื่อ

"กูไม่ได้กลัวหลานเหลวไหล กูเปิดสเปซ (GPS) ดูตำแหน่งรถตู้... มันจอดนิ่งอยู่ที่ห้างหน้าปากซอยมาครึ่งชั่วโมงแล้ว" มาเฟียใหญ่วางแฟ้มลงบนโต๊ะดังปัง แววตาดุจัด "สิงห์... มึงสั่งคนไปดูซิ ว่ามีแมลงตัวไหนมันกล้ามาบินตอมหลานกูหรือเปล่า ถ้ามี... กูจะไปหักขาพวกมันทิ้งให้หมด"

ยังไม่ทันที่สิงห์จะอ้าปากรับคำสั่ง ประตูห้องนั่งเล่นก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดนักศึกษาปีหนึ่งที่ยังไม่ถูกระเบียบนัก ผิงอันวิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมถุงชานมไข่มุกในมือ

"อาหลงขาาา! หนูอันกลับมาแล้วค่า!"

เสียงหวานใสเจื้อยแจ้วดับรังสีมาเฟียโหดเหี้ยมเมื่อครู่ลงในพริบตา เฟยหลงรีบปรับสีหน้าให้นิ่งสนิทดุจศิลา ทว่าสายตาแอบสำรวจหลานสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า... เสื้อนักศึกษาพอดีตัว (ที่เขาแอบสั่งให้ป้าสายเอาไปแก้ให้ใหญ่กว่าตัวสองไซส์แต่หลานแอบเอาไปเย็บเข้า) และกระโปรงพลีทยาวเลยเข่าที่เจ้าตัวแอบถกขึ้นมาเหนือเข่านิดหน่อยยามอยู่ข้างนอก

"ทำไมกลับช้าครับหนูอัน? อาสั่งไว้ว่ายังไง" เฟยหลงแกล้งทำเสียงดุ เข้มขรึม สมฐานะผู้ปกครองวัย 41

ผิงอันขยับเข้าไปนั่งแปะลงข้าง ๆ คุณอาตัวโต ร่างบางเอนซบลงบนแผงอกแกร่งที่หนาขึ้นกว่าเดิม มือเรียวสวยทำหน้าที่ดึงคอเสื้อเชิ้ตสีดำของเฟยหลงออกเล็กน้อย นิ้วเรียวจิ้มลงบนรอยสักเกล็ดมังกรจีนตรงอกหนาเบา ๆ ซ้ำ ๆ เหมือนที่เคยทำมาตลอดสิบห้าปี

"หนูอันแวะซื้อชานมไข่มุกมาฝากอาหลงต่างหากเล่า... นี่ยังไม่ได้กินเลยนะ รีบหิ้วมาให้คุณอาสุดหล่อชิมก่อนเลยเนี่ย อาหลงอย่าดุนักสิคะ หน้าแก่หมดแล้วน้า" เด็กสาวดื้อตาใส ช้อนสายตาอ้อนวอน พลางส่งยิ้มหวานพิมพ์ใจซบหน้าถูไถกับอกแกร่งเพื่อ 'ชาร์จพลังพรรค์นั้น' เหมือนตอนสามขวบเป๊ะ ๆ

มาเฟียใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งโลกมืดขยาด ถึงกับลอบถอนหายใจยาว ความโกรธความหวงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเอ็นดูระคนอ่อนใจ ชายหนุ่มยกมือหนาขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของหลานสาวอย่างแสนรัก

"ไม่ต้องมาปากหวานเลยเรา... ไปเปลี่ยนชุดซะ แล้วลงมากินข้าว อาทำของโปรดไว้ให้" เฟยหลงเอ่ยเสียงนุ่ม

"รับทราบค่า แด๊ดดี้อาหลง!" ผิงอันหัวเราะร่า จุ๊บแก้มสากของคุณอาฟอดใหญ่ ก่อนจะหันไปเกาพุงย้วย ๆ ของคุณปู่เก้าสั้นหนึ่งทีแล้ววิ่งขึ้นบันไดไป

เมื่อร่างบางลับสายตาไป เฟยหลงก็หันกลับมาหาคนสนิท แววตาอบอุ่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทดุดันทันตา ชายหนุ่มเค้นเสียงสั่งการสิงห์เสียงเรียบ

"สิงห์... พรุ่งนี้สั่งคนของเราเปลี่ยนจากรถตู้เป็นรถเก๋งธรรมดา แล้วให้บอดี้การ์ดสวมชุดนอกเครื่องแบบเนียนไปกับพวกนักศึกษา... คอยตามดูผิงอันห่าง ๆ อย่าให้หลานรู้ตัว"

"นายน้อยครับ... คุณหนูเธอโตเป็นสาวอายุ 18 แล้วนะครับ ยิ่งตามแจขนาดนี้ระวังคุณหนูจะอึดอัดนะครับ" สิงห์แอบเตือนด้วยความหวังดี

พญามังกรหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น นิ้วหนาลูบรอยสักมังกรที่อกตัวเองเบา ๆ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองคนสนิท

"18 แล้วยังไง? จะอายุเท่าไหร่ผิงอันก็ยังเป็นต้าวเร้กสามขวบของกูเสมอ... และถ้ากูเห็นไอ้เด็กหน้าไหนมันกล้ามาเดินเนียนใกล้หลานกูเกินสามก้าวล่ะก็... มึงเตรียมขุดหลุมรอได้เลยสิงห์!"

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยสัปดาห์แรกของผิงอันผ่านไปอย่างตื่นตาตื่นใจ เด็กสาวในวัย 18 ปีสะพรั่งพกความสดใสไปแจกจ่ายจนกลายเป็นดาวเด่นของคณะมนุษยศาสตร์ได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ยังคงเหนียวแน่นไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา คือ "กองกำลังคุ้มกันเงียบ" ที่อาหลงสั่งให้สวมชุดนอกเครื่องแบบเนียนไปกับนักศึกษา คอยเดินคุมเชิงอยู่ห่าง ๆ ทุกหนทุกแห่งจนไม่มีแมลงตัวไหนกล้าบินเข้าใกล้คุณหนูหรงในระยะสามเมตร

แต่ความพยายามของมาเฟียใหญ่วัย 41 ปี ก็ดันมีรูรั่วจนได้ ในบ่ายวันศุกร์ที่อากาศร้อนอบอ้าว...

ณ ซุ้มม้านั่งหินอ่อนข้างตึกคณะ...

“ผิงอัน... คือเราทำโมเดลบ้านวิชาเลือกเสร็จแล้วน่ะ เห็นเธอชอบสไตล์นี้เลยเอามาให้ดู แล้วก็... อันนี้เราซื้อมาฝาก”

‘นนท์’ เพื่อนนักศึกษาชายต่างคณะจากสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ยื่นกล่องขนมมาการองสีหวานพร้อมกับยิ้มเขิน ๆ ใบหน้าซื่อ ๆ แฝงความจริงใจ ทว่าเขากลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า ‘บอดี้การ์ด’ ในคราบนักศึกษาที่แอบยืนสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้ห่างออกไป กำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายรูปใบหน้าของเขาคู่กับผิงอัน แล้วส่งตรงเข้าไลน์ส่วนตัวของผู้นำตระกูลหรงในทันที

ติ๊ด!

ภายในห้องทำงานสุดหรูบนตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง... หรงเฟยหลงในชุดสูทสามชิ้นเนี๊ยบกริบกำลังนั่งฟังรายงานการประชุม ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น นิ้วหนาเลื่อนเปิดดูรูปภาพ แววตาคมกริบเย็นยะเยือกฉายแววกรุ่นโกรธขึ้นมาในพริบตา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนบอร์ดบริหารที่กำลังพรีเซนต์งานอยู่ถึงกับเสียงสั่นและหยุดพูดไปดื้อ ๆ

“สิงห์... ไอ้เด็กเสื้อช็อปนี่ใคร?” เฟยหลงเค้นเสียงต่ำดุดัน นิ้วชี้เคาะลงบนหน้าจอโทรศัพท์ตรงใบหน้าของนนท์อย่างคาดโทษ

“เอ่อ... จากข้อมูล เป็นเพื่อนร่วมเซกวิชาเลือกครับนายน้อย คณะสถาปัตย์ฯ ประวัติสะอาด เป็นเด็กกิจกรรมครับ” สิงห์ที่ยืนกุมมืออยู่ข้าง ๆ รีบรายงานตามที่สายสืบเช็กมาสด ๆ ร้อน ๆ

“สะอาดเหรอ? แต่มือมันกำลังจะแตะโดนแขนหลานกูอยู่แล้ว!” พญามังกรหนุ่มใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กระชับสูทให้เข้าที่ แววตาดุจัดทวีความหวงขั้นสุด “ปิดประชุม... กูจะไปรับหนูอันเอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป