บทที่ 5 หนีเที่ยว
“อาหลงขา... พรุ่งนี้วันเสาร์ นู๋อันขออนุญาตไปทำรายงานกลุ่มบ้านเพื่อนนะคะ อาจจะกลับค่ำหน่อยน้า”
เสียงหวานใสของผิงอันเอ่ยอ้อนในเย็นวันศุกร์ ขณะที่มือเรียวสวยเอื้อมไปจัดปกเสื้อสูทให้คุณอาสุดหล่ออย่างเอาใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มส่งยิ้มหวานตาใสซื่อจนคนมองแทบใจละลาย
หรงเฟยหลงปรายสายตาคมกริบมองเด็กในปกครองที่วันนี้ดูจะช่างประจบเป็นพิเศษ หัวใจของชายหนุ่มกระตุกไหวด้วยความเอ็นดูระคนสงสัย แขนแกร่งยกขึ้นกอดอกพลางก้มลงมองหลานสาววัย 18 ปีที่นับวันยิ่งสวยสะพรั่งจนเขาอยากจะขังไว้ในคฤหาสน์ไม่ให้ใครเห็น
“รายงานวิชาอะไรครับ? แล้วบ้านเพื่อนอยู่ที่ไหน ให้อาสั่งสิงห์ขับรถไปส่งไหม” เฟยหลงถามเสียงทุ้มนุ่ม แต่แฝงความจับผิด
“โอ๊ะ! ไม่เป็นไรเลยค่ะอาหลง บ้านเพื่อนอยู่แถวสยามนี่เอง นู๋อันนัดเจอเพื่อนที่รถไฟฟ้าแล้วจะนั่งแท็กซี่ต่อไปด้วยกันค่ะ อาหลงทำงานเหนื่อยแล้ว พักผ่อนเถอะน้า” ผิงอันรีบโบกมือพัลวัน แกล้งเขย่งเท้าจุ๊บแก้มสากของคุณอาฟอดใหญ่เพื่อตัดบท ก่อนจะรีบวิ่งปรู๊ดขึ้นห้องนอนไป
เฟยหลงมองตามหลังร่างเพรียวบาง แววตาอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทและรู้ทันในพริบตา มาเฟียใหญ่วัย 41 ปีเค่นยิ้มมุมปาก นิ้วหนาลูบรอยสักมังกรตรงลำคอเสื้อเบา ๆ อย่างใช้ความคิด
มีหรือที่คนอย่างผู้นำตระกูลหรงจะดูไม่ออกว่าหลานสาวกำลังมีความลับ... อาการตาโต ลนลาน และรีบปฏิเสธแบบนั้น มันคืออาการของเด็กดื้อที่กำลังจะแอบหนีเที่ยวชัด ๆ
“สิงห์... พรุ่งนี้เช้าส่งคนตามผิงอันห่าง ๆ อย่าให้หลานรู้ตัว” เฟยหลงหันไปสั่งคนสนิทเสียงเรียบ
“นายน้อยคิดว่าคุณหนูเธอโกหกเหรอครับ?”
“หลานกู กูเลี้ยงมาตั้งแต่สามขวบ แค่ผิงอันขยับหางคิ้วกูก็รู้แล้วว่าคิดอะไร... ดูซิว่า ‘งานกลุ่ม’ ของยัยตัวแสบ มันคือรายงานวิชาอะไรกันแน่”
วันเสาร์... เวลาบ่ายสองโมงตรง
ณ สถานบันเทิงกึ่งร้านอาหารชื่อดังย่านใจกลางเมือง บรรยากาศภายในค่อนข้างสลัวและเปิดเพลงจังหวะตื๊ด ๆ เอาใจวัยรุ่น ผิงอันในชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์สั้นเหนือเข่าโชว์เรียวขาขาวเนียนกำลังนั่งหัวเราะร่าเริงอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทในคณะ โดยมีแก้วน้ำอัดลมวางอยู่ตรงหน้า
ใช่แล้ว... รายงานกลุ่มไม่มีอยู่จริง! มันคือปาร์ตี้ฉลองวันเกิดย้อนหลังของเพื่อนในกลุ่มต่างหาก และผิงอันก็รู้ดีว่าถ้าขออาหลงมาสถานที่แบบนี้ตรง ๆ มีหวังคฤหาสน์ตระกูลหรงได้แตกตื่น และเธอคงโดนบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังจนเที่ยวไม่สนุกแน่ ๆ
“ผิงอัน... น้ำส้มหน่อยไหม?”
‘นนท์’ ไอ้หนุ่มสถาปัตย์คนเดิมที่ใจกล้าหน้าทน (และบังเอิญเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที) ยื่นแก้วน้ำผลไม้มาให้พลางส่งยิ้มหวาน ผิงอันยิ้มรับตามมารยาทและกำลังจะเอื้อมมือไปรับแก้ว
ทว่า... ยังไม่ทันที่นิ้วเรียวจะแตะโดนขอบแก้ว บรรยากาศรอบข้างที่เคยครื้นเครงกลับเงียบกริบลงไปดื้อ ๆ เพลงจังหวะตื๊ด ๆ ในร้านถูกเบาเสียงลงจนเงียบสนิท พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดสูทสีดำนับสิบคนที่เดินเข้ามาล้อมโต๊ะของพวกเขาไว้จนกลุ่มนักศึกษาพากันหน้าซีด
และคนที่ก้าวเข้ามาเป็นคนสุดท้าย... ทำเอาผิงอันถึงกับตาค้าง แก้วน้ำอัดลมในมือแทบหลุดร่วง
ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมคอ เผยให้เห็นรอยสักเกล็ดมังกรจีนที่พาดผ่านลำคออย่างน่าเกรงขาม หรงเฟยหลงในวัย 41 ปี ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าน่าเกรงขามดุจราชสีห์ แววตาคู่คมเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลก สายตาตวัดมองไอ้หนุ่มเสื้อช็อปที่ยืนถือแก้วน้ำค้างอยู่ช็อตหนึ่ง จนเด็กหนุ่มสถาปัตย์แทบอยากจะมุดดินหนี
“อาหลง...” ผิงอันครางชื่อคุณอาเสียงแผ่ว หน้าถอดสีดุจกระดาษขาว
เฟยหลงไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาด ชายหนุ่มเพียงแค่เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเด็กในปกครอง รังสีมาเฟียขี้หวงและคลั่งรักแผ่ซ่านจนเพื่อน ๆ รอบโต๊ะไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ชายหนุ่มก้มลงมองกระโปรงยีนส์สั้นของหลานสาวแล้วขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะถอดสูทตัวนอกของตัวเองออกแล้วคลุมลงบนตักของผิงอันเพื่อปิดบังเรียวขาขาวย่างมิดชิด
“งานกลุ่ม... สนุกไหมครับหนูอัน?” เฟยหลงเค้นเสียงทุ้มต่ำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ ชายหนุ่มยื่นมือหนาไปตรงหน้าหลานสาว “กลับบ้านกับอาครับ... เรามีเรื่องต้องคุยกัน ‘ยาว’ เลยทีเดียว”
ผิงอันยอมวางมือลงบนฝ่ามือใหญ่แต่โดยดี เด็กสาวก้มหน้ามุดด้วยความสำนึกผิด ยามที่ถูกอาหลงจูงมือพาเดินออกไปจากร้าน มาเฟียใหญ่แอบกระชับมือเล็กไว้แน่น แววตาที่เคยก้าวร้าวใส่คนทั้งโลกพลันอ่อนแสงลงเมื่อมองแค่เธอ...
บรรยากาศภายในรถสปอร์ตหรูสีดำสนิทที่กำลังแล่นไปบนท้องถนนเงียบกริบจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มเบา ๆ เท่านั้น เฟยหลงนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างนิ่งสนิทดุจรูปสลัก มือหนาทั้งสองข้างจับพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือด รังสีความโกรธและหวงแหนยังคงอบอวลอยู่เต็มห้องโดยสาร
ผิงอันที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ ได้แต่ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก โดยมีเสื้อสูทตัวใหญ่ของอาหลงคลุมทับปิดเรียวขาเอาไว้ เด็กสาวเม้มริมฝีปากแน่น รู้ชะตากรรมดีว่าครั้งนี้เธอทำความผิดกระทบ ‘กฎเหล็ก’ ของคุณอาเข้าอย่างจัง
“อาหลงขา...หนูอันขอโทษ” เสียงหวานใสเอ่ยอ้อมแอ้มทำลายความเงียบ ช้อนสายตากลมโตขึ้นมองอย่างอ้อนวอน “หนูอันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ แต่ถ้าบอกตรง ๆ ว่าเป็นวันเกิดเพื่อน อาหลงก็ต้องส่งพี่บอดี้การ์ดไปเฝ้าตรึมแน่ ๆ นู๋อันแค่อยากเที่ยวสนุก ๆ เหมือนเพื่อนคนอื่นบ้าง...”
เอี๊ยด!
รถสปอร์ตหรูเลี้ยวเข้าจอดเทียบข้างทางในจุดที่ปลอดคนทันที เฟยหลงดับเครื่องยนต์ ก่อนจะเบนสายตาคมกริบเย็นชามาจับจ้องที่ใบหน้าจิ้มลิ้ม มาเฟียใหญ่วัย 41 ปีปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วขยับตัวเข้าหาหลานสาวในปกครอง แรงกดดันมหาศาลทำเอาผิงอันต้องขยับหลังแนบไปกับประตูรถ
“อยากเที่ยวสนุกเหมือนคนอื่น... จนต้องโกหกอาเหรอครับผิงอัน?” เฟยหลงเค้นเสียงต่ำดุดัน แววตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความรุ่มร้อนในอก “รู้ไหมว่าอาเป็นห่วงแค่ไหน! สถานที่แบบนั้นผู้ชายมันจ้องจะงาบเราทั้งร้าน เสื้อผ้าก็ใส่สั้นแค่นี้ แถมยังปล่อยให้ไอ้เด็กเสื้อช็อปนั่นมันเข้าใกล้ในระยะประชิดอีก!”
“ก็... นนท์เขาแค่เอาน้ำมาให้เองค่ะ” ผิงอันเถียงอุบอิบตาใส
“มันชื่อนนท์งั้นรสนิมันสนิทกันขนาดจำชื่อได้แล้วเหรอ!” พญามังกรหนุ่มใหญ่ฟิวส์ขาดข้ามขั้น ความหึงหวงที่เก็บซ่อนไว้มันทะลักจนควบคุมไม่อยู่ มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนของหลานสาวขึ้นมาสบตา นิ้วโป้งสากไล้ไปตามเรียวปากอิ่มเบา ๆ แต่หนักหน่วง แววตาของเขาฉายความคลั่งรักและอยากครอบครองออกมาวูบหนึ่งจนผิงอันชะงักไป
“อาหลง...” เด็กสาวหัวใจกระตุกรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สัมผัสจากปลายนิ้วของคุณอาคราวนี้นำพาความร้อนรุ่มแปลก ๆ มาสู่ผิวแก้มจนเธอหน้าร้อนผ่าว
เฟยหลงสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสะกดกั้นอารมณ์ดิบในกาย ชายหนุ่มโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปใกล้จนลมหายใจอุ่นเป่ารดหน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนไปกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือน
“โกหกผู้ใหญ่... แถมยังดื้อตาใส ถือความผิดสองกระทงครับ ผิงอันต้องโดนลงโทษ”
“ลงโทษ... อะไรคะ? อาหลงจะตีหนูอันเหรอ” ผิงอันถามเสียงสั่น นัยน์ตาไหวระริก
“อาเคยตีเราเหรอ...อาจะกักบริเวร ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม และที่สำคัญ...” เฟยหลงละใบหน้าออกมาสบตากลมโต แววตามาเฟียเจ้าเล่ห์จุดประกายวับ “เด็กดื้อต้องชาร์จพลังอ้อนชดใช้ความผิดให้อาเดี๋ยวนี้ ปรับความเข้าใจกันตรงนี้เลย”
ผิงอันกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะแอบลอบถอนหายใจยาวที่รอดพ้นไม้เรียว เด็กสาวขยับตัวเข้าหาแผงอกกำยำ มือเรียวสวยเอื้อมไปจับปมเนคไทของอาหลงแล้วออกแรงดึงเบา ๆ ให้เขาโน้มลงมาหา นิ้วเรียวเล็กจิ้มและเคาะลงบนรอยสักมังกรตรงช่วงลำคอเสื้อด้านนอกซ้ำ ๆ อย่างที่ชอบทำ
“หนูอันยอมให้อาหลงกักบริเวณก็ได้ค่ะ... แต่อาหลงห้ามโกรธนู๋อันแล้วนะ” เสียงหวานอ้อนออด แก้มป่อง ๆ แกล้งถูไถไปกับไหล่หนาอย่างประจบประแจง
เฟยหลงหลับตาลง ซึมซับความนุ่มนวลของเด็กในปกครองที่ขยับเข้ามาซบอ้อนในอ้อมแขน แขนแกร่งตระกองกอดร่างเพรียวบางเอาไว้แน่น... หวงเหลือเกิน ห่วงจนแทบเป็นบ้า
