บทที่ 6 ถูกทำโทษ
การถูกกักบริเวณสัปดาห์แรกของผิงอันผ่านไปอย่างเบื่อหน่าย เด็หญิงทำได้เพียงนั่งเรียนออนไลน์และเคลียร์งานกลุ่ม อยู่แต่ในคฤหาสน์ตระกูลหรง โดยมีคุณปู่เก้าสั้นหมาดัชชุนนอนแหม่ะเป็นเพื่อนอยู่ข้าง ๆ กาย แม้จะแอบบ่นอุบอิบว่าอาหลงขี้สั่งและเผด็จการ แต่เด็กสาวก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอ้อมกอดอุ่น ๆ และสายตาละมุนที่คุณอาคอยเดินมาส่งเข้านอนทุกคืน มันทำให้หัวใจดวงน้อยดวงนี้รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นจนแปลกใจตัวเอง
จนกระทั่งบ่ายวันเสาร์ที่แสงแดดเจิดจ้า...
ณ ห้องรับแขกสุดหรูของคฤหาสน์... บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความอึดอัดเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญปรากฏตัว
‘รินลดา’ หญิงสาววัย 38 ปีในชุดเดรสสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่อง ใบหน้าสะสวยเฉี่ยวคมสมเป็นนักเรียนนอกและทายาทเดชา กรุ๊ป เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหลุยส์พลางจิบชาอย่างถือดี สายตาสวยเฉี่ยวตวัดมอง ‘ผิงอัน’ ที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ
“เธอคงจะเป็น... เด็กที่เฟยหลงเก็บมาเลี้ยงสินะ” รินลดาเอ่ยเสียงเรียบ ปรายสายตามองผิงอันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินและเหยียดนิด ๆ “โตขึ้นเยอะเลยนี่ แต่วันหลังจะลงมาต้อนรับแขกของเจ้าของบ้าน ควรสอนมารยาทเรื่องการแต่งตัวหน่อยก็ดีนะ”
ผิงอันชะงักกึก นัยน์ตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยกับคำว่า ‘เด็กที่เก็บมาเลี้ยง’ และสายตาคุกคามของหญิงสาวตรงหน้า เด็กสาวขยับตัวกอดอก มาดนิ่งตาใสที่ซึมซับมาจากอาหลงเริ่มทำงานทันที
“หนูอันแต่งตัวสบาย ๆ เพราะนี่คือ ‘บ้าน’ ของหนูอันค่ะ แต่อาหลงเคยสอนไว้เหมือนกันค่ะว่า... ถ้าเป็นแขกที่ไม่ได้นัดล่วงหน้า และเจ้าของบ้านยังไม่กลับ มารยาทที่ควรทำคือรออยู่ข้างนอกค่ะ ไม่ใช่เดินเข้ามานั่งจิบชาแบบนี้” ผิงอันตอกกลับเสียงเรียบหวาน ยิ้มตาใสจนรินลดาหน้าตึงขึ้นมาทันที
“เธอ...!” รินลดาขบกรามแน่น กำลังจะอ้าปากตวาดเด็กเมื่อวานซืน
“เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากทางประตูหน้าบ้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่กำยำในชุดสูทสามชิ้นสีดำเนี๊ยบกริบ หรงเฟยหลงก้าวเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่วงท่าน่าเกรงขาม แววตาคู่คมดุจัดตวัดมองรินลดาด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำเอาหญิงสาวชุดแดงถึงกับหนาวสะท้านและรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มหวานทันที
“เฟยหลงคะ! คุณกลับมาพอดีเลย รินมารอตั้งนาน...” รินลดาขยับลุกขึ้นพุ่งตัวจะเข้าไปเกาะแขนแกร่ง
ทว่า เฟยหลงกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างเย็นชา ชายหนุ่มเดินตรงดิ่งข้ามเธอไปหาผิงอันที่ยืนอยู่ทันที มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของเด็กในปกครองเข้าหาตัว แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและห่วงใยขั้นสุด ยามที่เขาก้มลงสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้ม
“เขาทำอะไรเราหรือเปล่าหนูอัน? บอกอาซิครับ” เฟยหลงถามเสียงทุ้มนุ่ม มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของหลานสาวเบา ๆ ราวกับจะปลอบขวัญ
“เปล่าค่ะอาหลง หนูอันแค่ลงมาดูเฉย ๆ” ผิงอันขยับเบียดเข้าหาอกแกร่ง มือเรียวสวยเอื้อมไปจับปลายเนคไทของอาหลงแล้วเขย่าเบา ๆ อย่างอ้อน ๆ แกล้งปรายสายตาไปมองรินลดาเชิงเป็นต่อ
เฟยหลงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตแฟนเก่า แววตาของพญามังกรกลับมานิ่งสนิทดุจน้ำแข็งขั้วโลก นิ้วหนายกขึ้นลูบรอยสักมังกรตรงช่วงลำคอเสื้อด้านนอกเบา ๆ เป็นกิริยาที่แสดงถึงความหงุดหงิดขั้นสุด
“รินลดา... ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าฉันคุยแค่เรื่องงานในเวลาทำการ และที่นี่คือบ้านของฉัน...กับผิงอัน” เฟยหลงเค้นเสียงต่ำดุดัน สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอารินลดาหน้าซีดเผือด “เธอไม่มีสิทธิ์เข้ามาเหยียบที่นี่ และไม่มีสิทธิ์มาใช้สายตาหรือคำพูดต่ำ ๆ แบบนั้นกับคนในปกครองของกู!”
“เฟยหลง! นี่คุณกล้าขึ้นเสียงกับรินเพราะเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้เหรอคะ! อดีตของเรา...”
“อดีตมันตายไปนานแล้วรินลดา!” พญามังกรหนุ่มใหญ่ตวาดเสียงกร้าว แรงกดดันมาเฟียทำเอารินลดาถึงกับสะดุ้งเฮือก “อย่าสำคัญตัวผิด หัวใจของฉันในตอนนี้... มีไว้เพื่อหนูอันคนเดียวเท่านั้น ถ้าเธอยังกล้ามาทำให้หลานฉันระคายใจอีกแม้แต่ปลายเล็บ... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
“สิงห์! ลากตัวผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้านกู และสั่งห้ามไม่ให้ใครปล่อยให้เข้ามาเหยียบที่นี่อีกเป็นอันขาด!”
สิ้นคำสั่งเด็ดขาดของผู้นำตระกูลหรง สิงห์รีบเดินเข้ามาเชิญตัวรินลดาที่กรีดร้องด้วยความอับอายออกไปทันที
เมื่อห้องกลับคืนสู่ความสงบ เฟยหลงก้มลงมองยัยตัวแสบในอ้อมแขนที่กำลังส่งยิ้มแป้นตาใส ชายหนุ่มบีบจมูกรั้นของเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นเขี้ยว... อดีตแฟนเก่าจะเสนอหน้ามายังไงเขาก็ไม่สน เพราะสิทธิ์ขาดในใจและในคฤหาสน์หลังนี้ เขายกให้เด็กในปกครองคนนี้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียวมาตั้งนานแล้ว!
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกหรูอีกครั้งหลังจากที่รินลดาถูกบอดี้การ์ดเชิญตัวออกไปอย่างหมดสภาพ ผิงอันยังคงยืนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของอาหลง หัวใจดวงน้อยเต้นรัวกระหน่ำอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัวแขนไม่ได้รับเชิญคนเมื่อครู่... แต่เป็นเพราะประโยคกร้าวทรงพลังที่อาหลงเพิ่งตวาดลั่นห้องต่างหาก
‘หัวใจของฉันในตอนนี้... มีไว้เพื่อผิงอันคนเดียวเท่านั้น’
"ผิงอัน... เป็นอะไรครับ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ทำไมเงียบไป"
เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยถามด้วยความห่วงใยปลุกให้ผิงอันหลุดจากภวังค์ เฟยหลงคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อยก่อนจะก้มลงช้อนใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมาสำรวจ แววตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลกลัวว่าเด็กในปกครองจะขวัญเสีย
"เปล่าค่ะอาหลง หนูอันไม่ได้เป็นอะไร..." ผิงอันช้อนสายตากลมโตขึ้นสบตากับคุณอา คราวนี้เธอไม่ได้รีบพูดเจื้อยแจ้วเหมือนทุกที ใบหน้าน่ารักขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ยามที่เห็นแววตาที่อ่อนโยนของเฟยหลงในระยะประชิด
"อาหลงขา... ที่บอกว่าหัวใจของอาหลงมีให้แค่หนูอันคนเดียว...หมายความว่าอะไรค่ะ" ผิงอันถามเสียงแผ่ว ดื้อตาใสช้อนมองอย่างค้นหาคำตอบ
คำถามตาใสของเด็กวัย 18 ปี ทำเอาพญามังกรหนุ่มใหญ่ถึงกับหัวใจกระตุกขัดจังหวะ เฟยหลงสูดหายใจเข้าลึก แววตาคมกริบไหวระริกด้วยอารมณ์รักและรุ่มร้อนที่พยายามสะกดกั้นมาตลอดหลายปี มือหนาเอื้อมไปกุมมือเล็กของผิงอันที่ยังจับเนคไทของเขาอยู่ ก่อนจะดึงมือนุ่มนั้นมาทาบลงบนอกซ้ายของตัวเอง... ตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นแรงพอกัน
"เพราะคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตอาก็คือหนูอันไงคะ" เฟยหลงกระซิบเสียงพร่า แววตาคมสะท้อนภาพเด็กสาวเพียงคนเดียวอย่างแน่วแน่ "อาหวงเรามากจนไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง มากจนอยากจะขังเราไว้ในสายตาของอาคนเดียว... ตลอดไป"
สัมผัสอุ่นจัดจากอกแกร่งและคำสารภาพกลาย ๆ ของมาเฟียแด๊ดดี้ ทำเอาผิงอันหน้าร้อนผ่าวจนถึงใบหู หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นพั่ก ๆ จนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก เด็กสาวรีบซบหน้าลงกับแผงอกกว้างทุบไหล่หนาเบา ๆ แก้เขิน
"อาหลงคนบ้า... ขี้สั่งขี้หวงที่สุดเลย" เสียงหวานอุบอิบประท้วงอยู่กับอกเสื้อ
เฟยหลงหลุดยิ้มมุมปากอย่างแสนรัก แขนแกร่งตระกองกอดร่างเพรียวบางเอาไว้จมอก พลางกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างทะนุถนอม... ชายหนุ่มลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่เด็กดื้อไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือหวาดกลัวความรู้สึกของเขา
ขณะที่คุณปู่เก้าสั้น หมาดัชชุนแก่วัย 15 ปีที่นอนอืดอยู่บนพรม แอบเหลือบตาเบื่อโลกมองเจ้านายทั้งสองคนแล้วครางหงิงเบา ๆ ราวกับจะบอกว่า 'เหม็นความรักชะมัด'
ผิงอันซบหน้านิ่งฟังเสียงหัวใจของอาหลงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ ในใจเริ่มรับรู้แล้วว่า... ความรู้สึกระหว่างเธอกับคุณอาเฟยหลงหลังจากนี้ มันจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนตอนสามขวบอีกต่อไปแล้ว!
