บทที่ 7 เป็นเด็กดี
“ครบหนึ่งเดือนแล้วค๊าอาหลง! หนูอันเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาท ไม่แอบหนีเที่ยว ไม่คุยกับไอ้หนุ่มเสื้อช็อปคนไหนเลยน้า”
เสียงหวานใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นทันทีที่เฟยหลงก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ผิงอันในชุดเดรสสีขาวราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยก้าวเร็ว ๆ เข้ามาดักหน้าคุณอามาเฟีย ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นช้อนสายตากลมโตอ้อนวอน ทว่าแววตาใสซื่อคู่นั้นกลับแฝงประกายเขินอายจาง ๆ ที่ทำให้หัวใจของพญามังกรหนุ่มใหญ่วัย 41 ปีถึงกับสั่นคลอน
เฟยหลงก้มลงมองเด็กในปกครอง แขนแกร่งยกขึ้นกอกอกพลางหลุดยิ้มมุมปากอย่างแสนรัก สายตาคู่คมกริบกวาดมองชุดเดรสยาวคลุมเข่าเรียบร้อยของหลานสาวแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจขั้นสุด
“เห็นว่าเป็นเด็กดีหรอกนะ... วันนี้อาจะพาออกไปเที่ยวชดเชยครับ”
“เย้! อาหลงน่ารักที่สุดเลยค่า” ผิงอันยิ้มร่า ท่าทางดีใจทำให้อารมณ์ขรึม ๆ ของมาเฟียใหญ่สูญสลายกลายเป็นความเอ็นดูในพริบตา
เวลาหนึ่งทุ่มตรง...
รถสปอร์ตหรูแล่นมาจอดที่โรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง เฟยหลงจูงมือเรียวเล็กของผิงอันขึ้นลิฟต์แก้วตรงดิ่งไปยังชั้นดาดฟ้า (Rooftop) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของตระกูลหรง ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ผิงอันถึงกับตาโตด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ทั้งชั้นดาดฟ้าถูก ‘ปิดบริการ’ เพื่อต้อนรับเธอเพียงคนเดียว แสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนทอประกายอยู่เบื้องล่าง บนโต๊ะอาหารหรูหรามีแจกันดอกกุหลาบขาวช่อโตวางอยู่ พร้อมกับเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาชวนฝัน
“โห... อาหลงคะ ปิดดาดฟ้าเลยเหรอคะเนี่ย สิ้นเปลืองจัง” ผิงอันแกล้งแซว แต่อกซ้ายกลับเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะกับความใส่ใจของคุณอา
“เพื่อหนูอัน... เท่าไหร่อาก็จ่ายได้ครับ” เฟยหลงเลื่อนเก้าอี้ให้หลานสาวนั่งอย่างทะนุถนอม ชายหนุ่มทรดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม แววตาคู่คมใต้แสงเทียนยังคงนิ่งสนิทดุจศิลา ทว่าลึกลงไปกลับเปี่ยมด้วยกระแสอบอุ่นระคนหวงแหนที่หนักแน่น “อาแค่ไม่อยากให้คนนอกมาวุ่นวายเวลาอาอยู่กับเรา... ทานสิครับ ของโปรดเราทั้งนั้น”
คำพูดเรียบ ๆ แต่แฝงความนัยทำเอาผิงอันหน้าร้อนผ่าว เด็กสาวก้มหน้าเอานิ้วจิ้มมาการองในจานแก้เขิน บรรยากาศระหว่างคุณอากับเด็กในปกครองเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้ใจสั่น แฝงอยู่ภายใต้ความเงียบ
หลังจากมื้ออาหารค่ำสุดหรู เฟยหลงพาผิงอันมาเดินรับลมตรงริมระเบียงกระจกบานกว้าง ลมพัดเอื่อย ๆ ทำให้เส้นผมนุ่มของเด็กสาวปลิวสยาย มาเฟียใหญ่วัยหลักสี่ขยับเข้าไปยืนซ้อนด้านหลัง ร่างสูงใหญ่กำยำแทบจะโอบล้อมร่างเพรียวบางเอาไว้ทั้งหมด ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวของผิงอันที่จับราวระเบียงไว้แผ่วเบาแต่จงใจล็อกไว้ในที
“หนูอันครับ...” เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนกระซิบชิดใบหูเล็ก “โตเป็นสาวอายุ 18 แล้ว... เริ่มรู้หรือยังว่าทำไมอาถึงต้องคอยหวง คอยตามเราทุกฝีก้าวขนาดนี้”
ผิงอันใจเต้นรัวจนแทบระเบิด เด็กสาวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือเรียวสวยจับปมเนคไทของเขาไว้แน่น ราวกับเป็นที่พึ่งพิงยามใจสั่น นิ้วชี้จิ้มลงบนเกล็ดรอยสักมังกรตรงช่วงลำคอเสื้อด้านนอกเบา ๆ แววตาดื้อตาใสแฝงความสับสนระคนหวั่นไหวเงยสบตากับพญามังกร
“หนูอัน... หนูอันรู้แค่ว่าอาหลงดุ แล้วก็ขี้หวงที่สุดในโลกเลยค่ะ” ผิงอันกระซิบตอบ เสียงแผ่วหวานช้อนมองอย่างค้นหา “แล้วทำไมอาหลงต้องหวงหนูขนาดนี้ด้วยล่ะคะ...”
เฟยหลงนิ่งไป แววตาคมกริบไหวระริกด้วยอารมณ์บางอย่างที่พยายามกดข่มเอาไว้ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปจนระยะห่างเหลือเพียงคืบ ก่อนจะยกมือหนาขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กสาวอย่างแสนรักและทะนุถนอม สัมผัสอุ่นจัดที่ข้างแก้มทำเอาผิงอันแทบหยุดหายใจ
“เพราะหนูอันเป็นเด็กในปกครองของอา...” เฟยหลงเค้นเสียงทุ้มนุ่มทว่าหนักแน่น สายตาจับจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตากลมโต “และอา... จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งสิ่งที่อยู่ในความดูแลของอาไปเด็ดขาด จำไว้รึเปล่าครับ?”
ผิงอันก้มหน้ามุดลงกับแผงอกแกร่งของลุงทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงจัดจนถึงใบหู หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นพั่ก ๆ จนแทบหลุดออกมาข้างนอก แม้คุณอาจะไม่ได้พูดคำว่ารักออกมาตรง ๆ แต่สรรพนามแฝงความนัยและอ้อมแขนแกร่งที่ตระกองกอดเธอไว้แน่นขึ้นค่ำคืนนี้ มันก็ทำให้เด็กสาวรับรู้ได้ด้วยหัวใจ... ว่าเธอคือสิ่งเดียวในโลกที่พญามังกรคนนี้จะยอมปูพรมปิดดาดฟ้าเพื่อดูแล และไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปไหนอีกตลอดกาล
เช้าวันอาทิตย์ที่คฤหาสน์ตระกูลหรงกลับคืนสู่ความสงบและผ่อนคลายอีกครั้งหลังจากผ่านพ้นค่ำคืนค่ำคืนสุดพิเศษบนดาดฟ้า ผิงอันในชุดเอี๊ยมกระโปรงน่ารักก้าวลงมาจากบันได พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ทว่าพอเดินเข้ามาในห้องอาหาร เด็กสาวก็ต้องชะงักกึกจนแก้มกลม ๆ ขึ้นสีระเรื่อเมื่อสบตาเข้ากับเจ้าของคฤหาสน์
‘หรงเฟยหลง’ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมสบาย ๆ นั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หัวโต๊ะ รอยสักเกล็ดมังกรตรงลำคอแกร่งที่โผล่พ้นขอบเสื้อเชิ้ตดูเด่นชัดขึ้น และคราวนี้นัยน์ตาคู่คมกริบที่เคยนิ่งสนิทดุจศิลากลับแฝงประกายความอบอุ่นท่วมท้นยามที่ปรายสายตามามองเธอ
"ตื่นสายนะคะหนูอัน มาทานข้าวต้มกุ้งของโปรดเร็วเข้า อาให้คนครัวอุ่นไว้รอแล้ว" เฟยหลงเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม พลางพยักหน้าให้หลานสาวมานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ
ผิงอันขยับเข้าไปยืนข้างเก้าอี้ตัวใหญ่ของคุณอาแทนที่จะนั่งลงทันที เด็กสาวก้มหน้าเอียงอายเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือเรียวสวยไปจับปลายเนคไทที่วันนี้อาหลงผูกเอาไว้หลวม ๆ แล้วออกแรงดึงเบา ๆ ให้คุณอาตัวโตยอมก้มหน้าลงมาสบตาใกล้ ๆ นิ้วชี้เรียวเล็กจิ้มและเคาะลงบนรอยสักมังกรตรงคอเสื้อด้านนอกเบา ๆ เพื่อชาร์จพลังอ้อนเหมือนทุกที
"อาหลงขา... วันนี้หนูอันไม่ได้ทำความผิดแล้วนะ ทำไมยังจ้องหนูอันตาไม่กระพริบเลยล่ะคะ หน้าดุอีกแล้วน้า" ผิงอันแกล้งดื้อตาใสกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรัวของตัวเอง
เฟยหลงหลุดยิ้มมุมปากอย่างแสนรัก ยอมตามใจให้หลานสาวดึงเนคไทเล่นอยู่อย่างนั้น มือหนาเอื้อมไปลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม สายตาคู่คมกวาดมองใบหน้าน่ารักที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความเอ็นดูระคนหวงแหน
"อาไม่ได้ดุครับ... อาแค่กำลังคิดว่า วันนี้อากาศดี เลยอยากจะพาเราออกไปเดินเล่นชอปปิง ซื้อของที่ผิงอันอยากได้ชดเชยที่โดนกักบริเวณมาทั้งเดือนดีไหม?" เฟยหลงลดโทนเสียงลงจนทุ้มนุ่มนวล
"จริงเหรอคะอาหลง! พาไปซื้อหนังสือการ์ตูนกับชุดเครื่องเขียนใหม่ด้วยใช่มั้ยคะ" ผิงอันตาโต ตาใสซื่อเป็นประกายทันทีที่ได้ยินเรื่องเที่ยว
"ตามใจหนูอันทุกอย่างเลยครับ... ตราบใดที่หนูอันยังเป็นเด็กดีอยู่ในการดูแลของอาแบบนี้" มาเฟียใหญ่วัย 41 ปีเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมสะท้อนภาพเด็กสาวเพียงคนเดียวอย่างแน่วแน่
แม้จะไม่มีคำพูดหวานซึ้งหรือการรุกคืบที่รวดเร็ว แต่สรรพนามและการกระทำที่ดูเอาใจใส่และสายตาที่แทบไม่ยอมละไปจากใบหน้าของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว มันก็ทำให้ผิงอันหน้าร้อนผ่าวจนต้องรีบปล่อยมือจากเนคไท แล้วนั่งลงจัดการกับชามข้าวต้มตรงหน้าเพื่อแก้เขิน
"อาหลงใจดีที่สุดเลยค่ะ..." เสียงหวานอุบอิบประท้วงเบา ๆ ก่อนจะแกล้งก้มลงไปเกาพุงย้วย ๆ ของคุณปู่เก้าสั้นหมาดัชชุนแก่ที่นอนอืดอยู่ข้างเก้าอี้
คุณปู่เก้าสั้นครางหงิงเบา ๆ แอบเหลือบตาเบื่อโลกมองเจ้านายใหญ่ที่นั่งจิบกาแฟพลางลอบยิ้มบาง ๆ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แก้มกลม ๆ ของเด็กในปกครองที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ ด้วยความรักและหวงแหนสุดหัวใจ
พญามังกรหรงเฟยหลงรู้ดีว่าหลานสาวของเขายังเด็กและเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ความรู้สึก... เขาจึงเลือกที่จะดึงจังหวะให้ช้าลง ไม่รีบร้อน ไม่กดดัน คอยทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองที่แสนดีและขี้หวงคอยประคับประคองเธออยู่ข้าง ๆ แบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน... เขาก็จะค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปในหัวใจของเธอทีละนิด เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ข้างกายของผิงอันจะมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นตลอดไป!
