บทที่ 9 หวงออกนอกหน้า
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในรถสปอร์ตหรูสีดำสนิทที่กำลังแล่นไปบนท้องถนนมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัย เฟยหลงในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบสีเทาเข้มขรึมกำลังทำหน้าที่สารถีจำเป็น ใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างดูนิ่งสงบผิดกับความรุ่มร้อนในอกที่ยังคงหวงแหนเด็กในปกครองไม่เปลี่ยน แววตาคู่คมคอยปรายมองร่างเพรียวบางที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ เป็นระยะ
ผิงอันในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่าเรียบร้อยตามคำสั่งเด็ดขาดของคุณอา นั่งกุมมือถืออมยิ้มน้อย ๆ ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มขึ้นสีระเรื่อจาง ๆ ทุกครั้งที่นึกถึงสายตาและกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ ของอาหลงเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา บรรยากาศภายในรถคราวนี้จึงอบอวลไปด้วยมวลความขัดเขินที่ละมุนละไมกว่าทุกที
เมื่อรถสปอร์ตหรูเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าคณะมนุษยศาสตร์อย่างเงียบเชียบ เด็กสาวก็หันไปคว้ากระเป๋าผ้าเตรียมตัวจะลง
“อาหลงขา หนูอันไปเรียนก่อนนะคะ วันนี้มีคลาสยาวถึงสี่โมงเย็นเลย” ผิงอันส่งเสียงหวานใสเจื้อยแจ้ว
ทว่าก่อนที่มือเรียวจะทันได้เอื้อมไปเปิดประตูรถ เฟยหลงกลับเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือบางเอาไว้แผ่วเบาแต่หนักแน่น ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์ ก่อนจะเบนสายตาคมกริบมาจับจ้องที่ใบหน้าจิ้มลิ้มจนผิงอันต้องหันกลับมามองตาใส
“จะรีบไปไหนครับ? วันนี้ยังไม่ได้ชาร์จพลังอ้อนให้อาเลยนะเด็กดื้อ” เฟยหลงเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม มุมปากหยักลึกผุดรอยยิ้มบาง ๆ ที่มีไว้เพื่อเธอคนเดียว ชายหนุ่มขยับตัวเข้าหาคล้ายจะเย้าแหย่แต่สายตากลับจริงจังจนน่าใจหาย
ผิงอันหน้าร้อนผ่าว หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นพั่ก ๆ แก้เขินด้วยการขยับเข้าไปใกล้ชิดแผงอกกำยำ มือเรียวสวยเอื้อมไปจับปมเนคไทของอาหลงแล้วออกแรงดึงเบา ๆ ให้คุณอาตัวโตยอมโน้มใบหน้าลงมาหา นิ้วชี้เรียวเล็กจิ้มและเคาะเบา ๆ ลงบนรอยสักมังกรตรงช่วงลำคอเสื้อด้านนอกซ้ำ ๆ ท่าทางอ้อนช้อนช่างประจบถอดแบบมาจากตอนสามขวบ แต่คราวนี้นัยน์ตากลมโตดื้อตาใสกลับสั่นไหวด้วยความขัดเขินแบบสาวสะพรั่ง
“ชาร์จให้แล้วไงคะ... ปล่อยหนูอันได้แล้วค่ะ เดี๋ยวเพื่อนมาเห็นเข้า” ผิงอันอุบอิบกระซิบ แกล้งทุบไหล่หนาเบา ๆ
เฟยหลงไม่ปล่อย แต่มือหนากลับเลื่อนขึ้นไปกุมพวงแก้มเนียนใสเอาไว้แผ่วเบา ชายหนุ่มโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ก่อนจะกดจมูกโด่งลงบนหน้าผากมนของหลานสาวอย่างแสนรักและทะนุถนอม... กลิ่นน้ำหอมภูมิฐานของคุณอาอบอวลจนผิงอันตาพร่า หัวใจแทบหยุดเต้นยามที่ริมฝีปากหยักลึกแช่ค้างไว้ที่หน้าผากของเธอเนิ่นนานราวกับจะตีตราจอง
“ตั้งใจเรียนนะครับหนูอัน... ห้ามดื้อ ห้ามคุยกับผู้ชายคนไหนนอกจากเรื่องงาน ถ้ารู้ถึงหูอา... โดนกักบริเวณอีกรอบแน่ครับ” เฟยหลงละใบหน้าออกมาสบตากลมโต กระซิบสั่งเสียงทุ้มต่ำแกมบังคับตามฉบับมาเฟียขี้หวง
“รู้แล้วค่ะ... อาหลงขี้สั่งที่สุดเลย” ผิงอันก้มหน้ามุดหลบสายตาคลั่งรักของคนแก่ ผิงอันรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปก้าวเร็ว ๆ ตรงเข้าตึกคณะทันทีโดยไม่หันหลังกลับมามองเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงจัดจนถึงใบหู
เฟยหลงมองตามหลังร่างเพรียวบางของเด็กในปกครองจนลับสายตา แววตาอบอุ่นพลันแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทดุดันดุจศิลา ยามที่ชายหนุ่มปรายสายตาไปมองกลุ่มนักศึกษาชายที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ซึ่งกำลังมองตามผิงอันตาปรอย ชายหนุ่มยกนิ้วหนาขึ้นลูบรอยสักมังกรตรงคอเสื้อเบา ๆ เป็นเชิงข่มขู่กลาย ๆ ใส่พวกแมลงเหล่านั้นผ่านกระจกรถ
พญามังกรหรงเฟยหลงหมุนพวงมาลัยขับรถออกไปพร้อมรอยยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ... ถึงเขาจะยังไม่พูดคำว่ารัก และยังคงรักษาฐานะผู้ปกครองเอาไว้เพื่อไม่ให้หลานสาวอึดอัด แต่เขาก็จะทำตัวเป็นกำแพงเหล็กที่หนาที่สุด ขัดขวางผู้ชายทุกคนบนโลกไม่ให้เข้าใกล้เธอ เพราะหัวใจดวงนี้... เขาตราจองและหวงรักไว้ในอาณัติคนเดียวตั้งนานแล้ว!
ภายในห้องประชุมใหญ่ของหรง กรุ๊ป บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด บอร์ดบริหารกำลังพรีเซนต์ตัวเลขผลประกอบการไตรมาสแรกอย่างขะมักเขม้น ทว่าประธานใหญ่อย่าง หรงเฟยหลง กลับนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ด้วยท่าทีนิ่งสงบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ความรู้สึก นิ้วหนาเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่สายตาคู่คมกริบกลับจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างมือ
ติ๊ด!
เสียงการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นเบา ๆ เฟยหลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูทันที แววตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นมาในพริบตา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนผู้บริหารที่กำลังพูดอยู่ถึงกับชะงักกึก ลอบกลืนน้ำลายด้วยความผวา
ข้อความจากบอดี้การ์ดสายสืบที่ส่งตรงมาจากมหาวิทยาลัย:
‘รายงานครับนายน้อย วันนี้ช่วงพักกลางวัน คุณหนูอันนั่งทานข้าวอยู่ที่โรงอาหารคณะ มีนักศึกษาชายจากคณะวิศวะฯ เข้ามาขอไอดีไลน์ครับ แต่นายน้อยวางใจได้ครับ คนของเราเดินเข้าไปขวางและกดดันจนมันเดินหนีไปแล้วครับ’
พร้อมกับแนบรูปถ่ายที่ผิงอันกำลังทำหน้าเหลอหลา ตาโตใสซื่อ โดยมีไอ้หนุ่มวิศวะคนหนึ่งยืนทำหน้าเจื่อนอยู่ข้าง ๆ
กึก!
เฟยหลงวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนิท คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม แววตามาเฟียใหญ่ดุดันและฉายความหึงหวงอย่างรุนแรง นิ้วหนายกขึ้นแกะกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกอย่างหงุดหงิด พลางลูบลงบนเกล็ดรอยสักมังกรตรงช่วงลำคอเสื้อด้านนอกซ้ำ ๆ เพื่อระบายความรุ่มร้อนในอก
‘คณะมนุษย์ฯ ก็มีไอ้หนุ่มสถาปัตย์ คราวนี้ลามไปถึงคณะวิศวะฯ งั้นเหรอ? ยัยตัวแสบของกูสวยสะพรั่งจนพวกแมลงชั้นต่ำมันตอมไม่กวนสายตาเลยสินะ!’ ชายหนุ่มคิดในใจด้วยความกรุ่นโกรธและหวงแหนขั้นสุด อยากจะทิ้งงานตรงหน้าแล้วขับรถสปอร์ตไปรับหลานสาวกลับมาขังไว้ในคฤหาสน์เดี๋ยวนี้
“เลิกประชุม... เอาเอกสารทั้งหมดไปไว้ที่ห้องทำงานกู” เฟยหลงเค้นเสียงต่ำดุดัน ทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าทัดทาน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กระชับเสื้อสูทให้เข้าที่ก่อนจะเดินนิ่ง ๆ ออกไปทันที
ทางด้านผิงอัน...
เด็กสาวในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทยาวรีบก้าวเท้าเดินมารอรถที่หน้าคณะ ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำสนิทแล่นมาจอดเทียบ ผิงอันก็แอบยิ้มหวาน รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับทันที
“อาหลงขา! มารับตรงเวลาเป๊ะเลย วันนี้งานไม่ยุ่งเหรอคะ” เสียงหวานใสเจื้อยแจ้วพร้อมรอยยิ้มตาใส
ทว่า คราวนี้นอกจากความเงียบแล้ว ผิงอันกลับสัมผัสได้ถึงรังสีความดุที่แผ่ออกมาจากตัวคุณอาวัย 41 ปี เฟยหลงยังคงนิ่งสนิท มือหนากำพวงมาลัยแน่น ชายหนุ่มไม่ยอมออกรถ แต่กลับเบนสายตาคู่คมกริบที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและคาดโทษมาจับจ้องที่ใบหน้าน่ารัก
“วันนี้มีใครมาขอไลน์เราครับผิงอัน?” เฟยหลงเค้นเสียงทุ้มต่ำถามตรง ๆ ไม่มีอ้อมค้อม
ผิงอันชะงักกึก ใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นสีระเรื่อทันทีเมื่อรู้ว่าโดนคุณอาสายสืบจับได้อีกแล้ว เด็กสาวขยับตัวเข้าไปชิดแผงอกกำยำ ดึงปมเนคไทของอาหลงให้โน้มลงมาหา นิ้วชี้เรียวเล็กรีบจิ้มและเคาะเบา ๆ ลงบนรอยสักมังกรตรงช่วงลำคอเสื้อด้านนอกซ้ำ ๆ เพื่อ ‘ชาร์จพลังอ้อน’ หวังจะดับไฟหึงของพญามังกร
“โถ่... อาหลงขา หนูอันไม่ได้ให้ไปสักหน่อย พี่บอดี้การ์ดของอาหลงเดินมาทำหน้ายักษ์ใส่จนเขาเดินหนีไปนู่นแล้วค่ะ หนูอันเป็นเด็กดี เชื่อฟังอาหลงทุกอย่างเลยน้า อย่าทำหน้าดุสินะคะ” ผิงอันอ้อนออด เสียงหวานหยดสบตาดื้อตาใสแฝงความเขินอาย
เฟยหลงสูดหายใจเข้าลึก ยอมตามใจให้มือเล็กดึงเนคไทเล่น ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาไปบีบแก้มกลมป่องของหลานสาวเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดู แม้จะพยายามรักษามาดผู้ปกครองสายซึนเอาไว้ไม่ให้ไก่ตื่น แต่สายตาคู่คมที่มองริมฝีปากอิ่มของเธอคราวนี้นั้น... มันกลับฉายประกายความอยากครอบครองและหวงรักอย่างลึกซึ้งจนผิงอันต้องรีบหลบตาหน้าร้อนผ่าว
“ดีมากครับ... เพราะถ้าผิงอันให้ไลน์คนอื่นไป อากลัวว่าอาจะใจดีไม่ออก และเด็กดื้อของอาจะต้องโดนลงโทษหนักกว่าการกักบริเวณแน่ ๆ ครับ” เฟยหลงกระซิบเสียงทุ้มพร่า เลื่อนมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแสนรัก ก่อนจะยอมติดเครื่องยนต์ขับรถออกไป
ผิงอันนั่งนิ่งกุมมือถือ หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นพั่ก ๆ จนแทบระเบิดในอก... คำขู่ของคุณอาขี้หวงคราวนี้น้ำเสียงมันช่างวูบวาบและชวนให้ใจสั่นเหลือเกิน สงสัยว่ากำแพงคำว่า ‘ผู้ปกครอง’ ของอาหลง มันเริ่มจะต้านทานความคลั่งรักที่สุมอยู่ข้างในไม่อยู่แล้วจริง ๆ!
