บทที่ 9 แสนสาหัส
“พักก่อน!”
เสียงที่ดังขึ้นจากเบื้องหน้า ทำให้ขบวนม้าหยุดอย่างกะทันหัน
องค์วิษณุวรกานต์เบือนพระพักตร์กลับมาทอดพระเนตรเชลยผู้มีทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้นราวกับอิสตรี ซึ่งบัดนี้กำลังเดินโซซัดโซเซจนแทบจะเสียหลัก ทว่าหากจะกล่าวถึงความอดทนแล้ว หนุ่มน้อยผู้นี้กลับมีมากเกินตัว
ตลอดทั้งวันที่ต้องตรากตรำตากแดดตากลมโดยไม่มีอาหารหรือน้ำตกถึงท้องแม้เพียงหยดเดียว กลับรัชทายาทแห่งโกสินทร์นครผู้นี้กลับไม่ยอมปริปากอ้อนวอนสักคำ ทรงดำริ[1]ว่าหากปล่อยให้เดินต่อไปเช่นนี้ เชลยผู้นี้คงได้สิ้นใจเสียก่อน ซึ่งพระองค์จะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ จนกว่าจะได้รับบทเรียนที่สาสมยิ่งกว่านี้
เมื่อได้หยุดพักเจ้าหญิงธุวดาราประทับนั่งลงทันทีใต้โคนต้นไม้ใหญ่ เมื่อถอดฉลองพระบาท[2]ออกพบว่าทรงมีบาดแผลอยู่มากมาย ซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะทรงรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ยังไม่เคยได้ดำเนินระยะทางที่ไกลมากมายเช่นนี้มาก่อน บ้านเมืองและหน้าที่เท่านั้นที่เป็นยาชโลมหัวใจให้ทรงอดทนฟันฝ่าสู้ต่อ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พระองค์จะต้องผ่านมันไปให้ได้
ในขณะนั้นเอง จอกน้ำเล็กๆ ก็ถูกยื่นมาจากบุรุษผู้หนึ่งซึ่งเป็นองครักษ์ขององค์วิษณุวรกานต์ จึงทำให้ทรงอดไม่ได้ที่จะทอดพระเนตรด้วยความแปลกพระทัย
“ค่อยๆ เสวยทีละน้อยเถิดกระหม่อม มิเช่นนั้นระบบความร้อนในร่างกายจะทำงานผิดปกติจนทำให้ประชวรเอาได้”
“ขอบใจท่านมาก”
รอยสรวลละไมถูกส่งให้กับมิตรในคราบศัตรู อย่างน้อยน้ำใจของบุรุษผู้นี้ก็ช่วยให้พระองค์รู้สึกเหมือนได้มีชีวิตใหม่
“ส่วนสิ่งนี้คือพระโอสถสำหรับทาพระบาท จะช่วยบรรเทาพระอาการเจ็บลงได้บ้าง”
องครักษ์ผู้มีน้ำใจยื่นตลับยาเล็กๆ ให้ ภายในบรรจุขี้ผึ้งสีเขียวมรกต
เจ้าหญิงธุวดาราทรงรับตลับยามาพร้อมทั้งสูดสู่พระนาสิก เนื่องจากยังไม่ไว้พระทัย พวกเดียวกันก็น่าจะร้ายเหมือนกัน ทว่าเมื่อทรงได้กลิ่นของยา ก็รู้ทันที บุรุษผู้นี้เป็นมิตรมากกว่าเป็นศัตรู
“ขี้ผึ้งนี้ทำมาจากรากของพลูเงินใช่หรือไม่”
คำถามนั้นทำเอาองครักษ์หนุ่มถึงกับอึ้งงัน ด้วยยาตำรับนี้เป็นวิชาเฉพาะในตระกูลหมอหลวงประจำวังเท่านั้น มิได้มีการเผยแพร่ออกไปที่ใด
“เหตุใดพระองค์จึงทรงทราบได้กระหม่อม?”
“เราพอรู้เรื่องสมุนไพรบ้างนิดหน่อย เอาไว้รักษาตัวเอง ได้กลิ่นแล้วรู้สึกว่าน่าจะเป็นพลูเงิน ซึ่งใช้รักษาแผลสดได้ดีนัก”
ตรัสตอบเรียบๆ ก่อนจะใช้พระดัชนีปาดขี้ผึ้งชโลมลงบนบาดแผลที่มีพระโลหิตซึม
ทว่าช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายกลับแสนสั้น เมื่อคนใจร้ายเสด็จผ่านมาเห็นเข้าพอดี
“ทำอะไรกัน!!!” สุรเสียงอันทรงอำนาจแผดดังขึ้นจากเบื้องพระปฤษฎางค์
“กระหม่อมเอายามาให้เจ้าชายธราบดินทร์พระเจ้าค่ะ” องครักษ์หนุ่มทูลตอบความจริง
สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบงัน วรองค์บางทรงเตรียมรับถ้อยคำหยามเหยียดในความอ่อนแอ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปกลับมิได้ยินเสียงบริภาษใดๆ อีกทั้งพระโอสถในหัตถ์ก็มิได้ถูกริบไปอย่างที่ทรงคาด สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความหลากพระทัยให้แก่เจ้าหญิงอย่างท่วมท้น
“ทายาเสร็จก็ไปหาอะไรกินเสีย แต่เจ้าคงต้องจัดการเอง เพราะที่นี่ไม่มีนางกำนัลมาคอยล้อมหน้าล้อมหลังอย่างในโกสินทร์นครของเจ้า หากทำไม่ได้ ก็จงอดตายไปเสีย แต่ศพของเจ้าเราจะทิ้งไว้ที่นี่ ให้สัตว์ป่าได้รุมทึ้งแทะกิน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คนอย่างเจ้าพอจะมีประโยชน์ต่อผู้อื่น และเราก็ยินดีจะสงเคราะห์ให้!”
นั่นระไร... เมื่อทรงพลาดจากเรื่องหนึ่งก็ทรงพาลไปอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงอคติที่มีต่อตัวพระองค์ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อมิอาจเปิดเผยความจริงให้กระจ่างแจ้งในยามนี้ จึงได้แต่ยอมจำนนทนรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป
ในยามดึกสงัด อากาศภายในพลับพลาที่ประทับกลับอบอ้าวยิ่งนัก วรกายบางกระสับกระส่ายพลิกไปมาด้วยมิอาจข่มพระเนตรให้บรรทม[3]หลับลงได้ ความเหนียวเหนอะหนะเริ่มเกาะกุมไปทั่ววรกาย เป็นเวลาเกือบสองวันแล้วที่พระองค์มิได้สรงน้ำ อีกทั้งการเดินทางที่ผ่านมายังต้องลำบากตรากตรำจนพระเสโทหยาดหยดดั่งสายพิรุณ
คงจะดีไม่น้อยหากจะได้ชำระพระวรกายให้รื่นรมย์เสียที ยิ่งในยามวิกาลเช่นนี้ ทุกคนต่างคงจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา คงไม่มีผู้ใดพบเห็นความลับที่ทรงปกปิดไว้เป็นแน่
เมื่อครั้งร่วมเสวยพระกระยาหารกับเหล่าองครักษ์ ทรงได้ยินว่ามีธารน้ำตกอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับเก็บน้ำไว้ใช้ในการเดินทาง รวมถึงเป็นที่สำหรับอาบน้ำชำระร่างกาย เมื่อทุกคนอิ่มหนำสำราญ บ้างก็แยกย้ายไปพักผ่อน บ้างก็มุ่งหน้าไปยังลำธาร ทว่าเจ้าหญิงธุวดารากลับทรงเลือกเข้าที่ประทับในทันที เพราะหากเสด็จไปที่น้ำตกพร้อมผู้อื่น ความลับที่ทรงปกปิดไว้คงมีอันต้องเปิดเผยอย่างแน่นอน
เมื่อสบโอกาสอันควร จึงทรงลอบเสด็จออกนอกที่ประทับ สายพระเนตรสาดส่องระวังภัยไปทั่วอย่างถี่ถ้วน
ทรงรอจนกระทั่งองครักษ์ผู้ที่กำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขันเดินผ่านไปไกลพอสมควร จึงอาศัยความมืดมิดของราตรีกาลช่วยอำพรางพระวรกาย ลัดเลาะหลบหลีกจากที่พัก มุ่งหน้าสู่ธารน้ำในทันที
เสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังแว่วอยู่ไม่ไกล เจ้าหญิงธุวดาราเร่งพระบาทมุ่งหน้าไปยังต้นเสียงนั้น
โชคดีที่คืนนี้มิใช่คืนเดือนมืด แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านกิ่งใบช่วยนำทางให้พอเห็นทางเสด็จ แม้แสงนั้นจะไม่สว่างไสวนัก แต่ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ทรงดำเนินไปได้อย่างปลอดภัย โดยไม่สะดุดกับสิ่งกีดขวางระหว่างทาง
ในที่สุดก็เสด็จถึงจุดมุ่งหมาย
น้ำตกขนาดเล็กปรากฏแก่สายพระเนตร กระแสน้ำใสไหลเอื่อยจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำกระทบโขดหินน้อยใหญ่ลดเลี้ยวไปตามทางคดเคี้ยวอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง ช่างเปรียบเสมือนชะตากรรมของพระองค์ในยามนี้ที่โชคชะตากำลังเล่นตลกนัก
รอยพระสรวลแสนเศร้าปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ ยามนี้ทั้งสุขและทุกข์ต่างปะปนกันอยู่ในพระทัย ทรงทุกข์จากเคราะห์กรรมที่ทำให้ต้องพลัดบ้านพลัดเมืองมาในคราบขององค์ประกัน ทว่าในขณะเดียวกันก็ทรงสุขใจที่ได้ทำเพื่อแผ่นดินและพระบิดา ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะลำบากยากแค้นเพียงใด จะทรงอดทนฟันฝ่าไปให้ถึงที่สุด
พระหัตถ์เรียวค่อยๆ ปลดผ้าโพกพระเศียรออก พระเกศาที่ถูกปกปิดไว้ภายในสยายตัวลงห้อมล้อมกรอบพระพักตร์
เงาสะท้อนจากผิวน้ำที่นิ่งสงบปรากฏภาพสตรีผู้สิริโฉมงดงาม งดงามยากจะหาใครทัดเทียมได้
แม้น้ำตกจะมีโขดหินมากมายพอจะอำพรางสายตาได้บ้าง แต่ก็ยังมิสัดส่วนนัก จึงทรงเสด็จหาสถานที่ที่ปลอดภัยและมิดชิดกว่าเดิม ด้วยอย่างไรเสียพระองค์ก็ยังทรงเป็นอิสตรี มิคุ้นชินกับการสรงน้ำกลางแจ้งเช่นนี้
ในที่สุดก็ทรงพบชะง่อนหินใต้น้ำตกที่มีลักษณะคล้ายถ้ำขนาดเล็ก มีสายน้ำไหลจากที่สูงลงมาปิดปากถ้ำไว้ประหนึ่งม่านบังตา ทำให้คนภายนอกมิอาจมองเห็นสิ่งใดที่อยู่ด้านในได้ พื้นหินภายในนั้นยังแห้งสนิทพอจะใช้เป็นที่ผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์ ความปีติบังเกิดในพระทัย ทรงก้าวพระบาทเข้าไปในถ้ำนั้นทันที
ฉลองพระองค์ชุดเดียวที่มีอยู่ถูกเปลื้องออกอย่างระมัดระวัง เพราะตั้งแต่ออกจากพระราชวังมา ก็ทรงไม่มีสมบัติชิ้นใดติดพระองค์มาด้วยเลย นอกจากพระธำมรงค์วงน้อยที่สลักตราประจำราชวงศ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องติดอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้
หากฉลองพระองค์เปียกปอนไปก็จะไม่มีชุดให้ผลัดเปลี่ยน และหากต้องรอให้แห้งก็อาจทำให้ประชวรลง ผู้ชายใจร้าย ปากร้ายผู้นั้นคงได้ทับถมให้ต้องเจ็บพระทัยอีกเป็นแน่ ว่าช่างทรงอ่อนแอเหลือเกิน ทั้งยังอาจลามไปถึงการหยามเหยียดพระบิดาของพระองค์ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่วันยอมรับได้
พระบาทขาวผ่องเสด็จลงสู่ธารน้ำใส ความเย็นยะเยือกแล่นเข้าสู่พระวรกายในคราแรก แต่หลังจากทรงแหวกว่ายอยู่เพียงชั่วครู่ ความเหน็บหนาวก็เริ่มบรรเทาลง ความเพลิดเพลินใจในสายน้ำช่วยให้ทรงลืมเลือนความทุกข์ที่สะสมอยู่ภายในดวงหทัยไปได้ชั่วขณะ
[1] คิด
[2] รองเท้า
[3] นอน
