บทนำ
เพราะพลัดหลงจากการถูกลักพาตัว 'เจ้าหญิงธุวดารา' จึงต้องจับพลัดจับผลูมาเป็น 'องค์ประกัน' ในคราบของเจ้าชายรัชทายาท! เพื่อซื้อเวลาให้แผ่นดินเกิด นางจำต้องกัดฟันสวมรอยเป็นองค์ประกัน ยอมรับทัณฑ์ทรมานจาก 'องค์วิษณุวรกานต์' จอมราชันไร้หัวใจ ทว่าความลับไม่มีในโลก... วันที่เขาล่วงรู้ว่าเชลยหนุ่มที่เขาคอยจับผิด แท้จริงแล้วคือสตรีโฉมสะคราญที่ซ่อนเร้นความงดงามเอาไว้ จอมราชันผู้ไร้พ่ายก็ไม่คิดจะปล่อยนางไปอีกเลย! เขาพร้อมจะใช้ทั้งเล่ห์เหลี่ยม อำนาจ และราชพิธีอภิเษกสมรสสายฟ้าแลบ เพื่อกักขังนางไว้ในอ้อมกอด... ต่อให้ต้องทำสงครามกับแคว้นของนาง เขาก็พร้อมจะแลก!
บท 1
แสงชวาลาภายในห้องบรรทมวูบไหวตามสายลม ทอดให้เกิดเงาสีดำพาดผ่าน คล้ายเงาของปีศาจร้ายที่นำพาความมืดมนมาสู่พระทัย สายพระเนตรของผู้เป็นเจ้าห้องยังคงจับนิ่งอยู่กับแจกันเคลือบสีนวลทรงโบราณ ที่บรรจุดอกไม้สีขาว กลีบอ่อนบางไหวพลิ้วตามแรงลม ทั้งที่ในขณะนี้หทัยดวงน้อยหาได้จับจ้องอยู่กับความอ่อนไหวและความงดงามของเหล่าดอกไม้นั้นไม่
ข่าวคราวจากต่างเมืองที่ทรงได้รับรู้ด้วยความบังเอิญในวันนี้ ในขณะที่เข้าไปจัดเก็บฎีกาในห้องทรงงานของพระบิดาตามหน้าที่ปกติ กลับเป็นสิ่งที่รบกวนวนเวียนอยู่ในพระทัย และสร้างความวิตกเป็นอย่างมาก
หิรัญบุรีได้ส่งสาสน์มาขอบรรณาการ ทั้งที่ไม่เคยได้เกี่ยวข้องกันมาก่อน
หิรัญบุรีเป็นเมืองใหญ่ทางเหนือ ที่อุดมไปด้วยแร่เหล็กและทองคำ มั่งคั่งทางทรัพย์สิน มั่นคงทางกำลังทหารผู้ปกครองคนเก่าไม่เคยเห็นโกสินทร์นครอยู่ในสายตาเพราะเป็นเมืองเล็ก ไร้ซึ่งพิษสง ไม่มีทั้งกำลังทางทหารหรือทรัพยากรมีค่าใดให้แย่งชิง โกสินทร์นครจึงอยู่เย็นเป็นสุขเรื่อยมา
แต่บัดนี้ หิรัญบุรีเปลี่ยนผู้นำ ซึ่งร่ำลือกันว่ากระหายในสงคราม ดุร้ายทารุณ
ครานี้ก็เช่นกัน กลับจะมาเบียดเบียนเมืองเล็ก ด้วยการขอเครื่องบรรณาการ
หากเป็นพวกแก้วแหวนเงินทองที่พอจะหาได้ไม่ยากนัก หรือผลผลิตทางการเกษตรที่มีมากมายในเมืองโกสินทร์นคร ก็พอจะจัดส่งให้ได้โดยไม่ลำบากใจนัก แต่สิ่งที่ขอมากลับเป็นองค์รัชทายาท
ซึ่งหากการขอเช่นนี้จะแปลเจตนาเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากจะให้เป็นตัวประกันป้องกันไม่ให้โกสินทร์นครแข็งข้อต่อหิรัญบุรี
โกสินทร์นครเป็นเมืองเล็ก ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำไร่ มีผลผลิตทางเกษตรเป็นสินค้าหลัก จึงไม่ร่ำรวยมากนัก อีกทั้งมีความสุขสงบมานาน การฝึกปรือทหารจึงน้อยลง มีทหารไว้เพียงเพื่อดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองเท่านั้น หากให้ไปสู้รบ คงต้านทานศึกได้ไม่นาน และต้องสูญเสียกำลังพลโดยเปล่าประโยชน์
ในฐานะเจ้าหญิงแห่งโกสินทร์นคร เมื่อทราบข่าวนี้นั้น มิอาจนิ่งเฉยได้ แม้ว่ารัชทายาทจะมิใช่พระองค์ หากแต่เป็นเจ้าชายธราบดินทร์พระอนุชาต่างพระมารดา ผู้มีพระชันษาเพียงสิบห้าชันษาเท่านั้น ยังทรงพระเยาว์เกินไปที่จะต้องตกเป็นเครื่องบรรณาการแก่ผู้ใด
หากโกสินทร์นครขาดรัชทายาทแล้ว ความมั่นคงของบ้านเมืองจะตั้งอยู่ ณ ที่ใดการเมืองภายในย่อมระส่ำระสายเป็นแน่ และคงต้องตกเป็นเมืองขึ้นของหิรัญบุรีอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง
เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วดังรับรุ่งอรุณ แสงเรืองรองค่อย ๆ ไล้จับขอบฟ้า เจ้าหญิงธุวดาราขยับพระวรกายออกจากโต๊ะทรงพระอักษร ตลอดทั้งคืนมิได้บรรทมแม้แต่นาทีเดียว
ความคิดมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในพระทัยไม่จางหาย จึงทรงปรารถนาความสงบ…เพื่อผ่อนคลายความอึดอัดนั้น และสถานที่เดียวที่ทรงนึกถึงในยามนี้ คือสายน้ำตกใกล้ชายแดน ที่เคยค้นพบเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ยามตามเสด็จพระราชาไปล่าสัตว์ สถานที่ต้องห้าม ที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้
เมื่อทรงดำริได้ดังนั้น จึงเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นชุดทรงม้าสีขาว รวบพระเกศาสีดำสนิทไว้กึ่งกลางพระเศียร ถอดเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงฐานะออกทั้งหมด เหลือเพียงพระธรรมรงค์องค์น้อย สลักตราประจำพระราชวงศ์ ของขวัญจากพระบิดา ในวันพระสูติครบสิบแปดชันษา เพื่ออำพรางพระองค์ ให้เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา
วรองค์โปร่งบาง เสด็จพระราชดำเนินอย่างรวดเร็วไปยังคอกม้าหลวง อำพรางเพื่อไม่ให้มีผู้ใดได้พบเห็น มิเช่นนั้นคนในใต้พระบัญชาอาจจะเดือดร้อนได้
เมื่อทรงเลือกม้าคู่พระทัยได้แล้ว วรกายบางตวัดขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว แล้วทรงม้าห้อออกไปยังจุดหมายปลายทางทันที
เสียงสายน้ำตกไหลปะทะโขดหินไม่ขาดสาย น้ำใสจนมองเห็นหมู่ปลาน้อยแหวกว่ายไปมา ใบไม้สีเหลืองปลิดจากขั้วทิ้งตัวลงสู่สายธาร ล่องลอยไปตามกระแสน้ำเอื่อย แต่ถึงกระนั้น พระทัยของเจ้าหญิงก็ยังมิอาจผ่อนคลายได้ดังที่ทรงต้องการ เพียงแต่สงบลงเล็กน้อยเท่านั้น
สองพระบาทขาวผ่องกวัดแกว่งอยู่ในน้ำเย็น ความเย็นยะเยือกค่อยๆ ซึมผ่านลึกลงสู่พระหฤทัย เนิ่นนานเพียงใดแล้วที่มิได้เสด็จมาเยือนสถานที่แห่งนี้ คงตั้งแต่พระราชภารกิจถาโถมเข้ามาไม่เว้นวันหลังจากรับโรงทานหลวงจากพระราชินีองค์ปัจจุบันมาดูแล
แม้โรงทานหลวงจะมิใช่พระราชภารกิจอันยิ่งใหญ่ และอาจดูต่ำต้อยมิคู่ควรกับฐานะพระธิดาองค์โตอย่างพระองค์ด้วยซ้ำ หากทรงยินดีจะกระทำ เพราะนั่นคือพระปณิธานของพระมารดาผู้ล่วงลับ ที่ทรงดำริอยากช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
“อย่าเพิ่งขยับ”
เสียงบุรุษดังขึ้นจากด้านพระปฤษฎางค์
ด้วยความตกพระทัย แทนที่จะประทับนิ่งตามคำเตือน กลับเยื้องพระวรกายไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
ในวินาทีนั้นเอง เมื่อหันกลับไปทอดพระเนตร ก็พบงูจงอางตัวใหญ่กำลังแผ่พังพานอยู่เบื้องหลังพร้อมพุ่งจู่โจมเข้าใส่พระองค์
ท่ามกลางนาทีวิกฤต มือหนาของผู้ที่เอ่ยเตือนคว้าเอาหัวของพญามัจจุราชเหวี่ยงไปอีกทางเพื่อให้พ้นทาง ก่อนจะคว้าอาวุธคู่กายตวัดปาไปปักยังหัวงูตรึงแน่ไว้กับพื้นปฐพี แม้ในขณะจับงูจะใช้ความระมัดระวังเพียงใด แต่ก็มิวายพลาดถูกเขี้ยวงูบาดจนเลือดซึม
เจ้าหญิงแห่งโกสินทร์นครทอดพระเนตรภาพตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก
“ท่านเป็นเช่นใดบ้าง” ทรงตรัสถามด้วยความห่วงใย เพราะทรงทราบดีว่า พิษของมันเพียงหยดเดียวก็อาจปลิดชีวิตผู้คนได้
“ข้าไม่เป็นไร” ชายหนุ่มผู้นั้นตอบพร้อมเดินไปหยิบกริชที่ใช้ปลิดชีพงูพิษมากรีดเนื้อบริเวณหลังมือ แล้วดูดพิษบางส่วนออกมา
“แต่ท่านโดนงูกัด” น้ำพระเสียงยังแสดงถึงความตื่นตระหนก
“ข้าบอกแล้วว่าไม่เป็นไร”
น้ำเสียงของชายแปลกหน้าดุดัน จนน่าเกรงขาม ทำให้วรกายบางชะงักงันไปชั่วขณะหนึ่ง
ทว่าบุรุษผู้นี้คือผู้ช่วยชีวิตพระองค์ไว้ และด้วยความรู้ที่ทรงร่ำเรียนมา หากมิได้รับการรักษา เขาอาจไม่อาจมีชีวิตรอด
“แต่พิษนี้ร้ายกาจนัก หากท่านมิได้รับการรักษา เกรงว่า…” ความหวาดหวั่นทำให้มิอาจตรัสถ้อยคำที่ค้างอยู่ในพระทัยออกมาได้
“ข้าไม่เป็นไร เจ้าจงไปเสีย” น้ำเสียงหนักแน่นนั้นดังขึ้นอีกครั้ง เพราะรู้ว่าหากมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้น แม้แต่ตนเองก็ไม่สามารถปกป้องได้ ดังนั้นนางควรไปจากป่านี้ให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย
“แต่…”
“ไป!!! ไปเสียเดี๋ยวนี้”
“เราจะไปเอายามาช่วยท่าน ท่านรอสักครู่ อย่าไปไหน แล้วเราจะรีบกลับมา”
เสียงม้าควบห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเงียบหาย
ชายหนุ่มทรุดลงกับพื้น เข่าทั้งสองกระแทกดินอย่างสิ้นเรี่ยวแรง ความปวดแสบแล่นจากบาดแผลขึ้นสู่ทรวงอก แน่นอึดอัด จนมิอาจพยุงกายไว้ได้
ความง่วงงุนค่อย ๆ เข้าครอบงำ ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะเลือนหาย เขาล้วงหยิบวัตถุโลหะที่ห้อยคอขึ้นมา เป่าเป็นทำนองสั้นยาว สัญญาณแห่งการขอความช่วยเหลือ
เพียงชั่วอึดใจ เสียงม้าจำนวนหนึ่งควบตะบึงเข้ามา ตามด้วยเสียงเอะอะโหวกเหวกที่ฟังมิได้ศัพท์
ความมืดมิดแผ่คลุม ความหนาวเย็นคืบคลานและทุกสิ่งก็ดับวูบลง พร้อมกับร่างที่ถูกยกขึ้นวางบนอานม้า
บทล่าสุด
#116 บทที่ 116 จรดในหทัย (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#115 บทที่ 115 เพชรยอดมงกุฎ
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#114 บทที่ 114 หมดสิ้น
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#113 บทที่ 113 หญิงชั่วกับโจรโฉด
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#112 บทที่ 112 ปลอบขวัญยอดดวงใจ
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#111 บทที่ 111 จุดแตกหัก
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#110 บทที่ 110 ความจริงกระแทกใจ
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#109 บทที่ 109 ราชินีแห่งหิรัญบุรี
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#108 บทที่ 108 กรรมตามสนอง
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#107 บทที่ 107 แม้จะมอดไหม้ ก็มิยอมเสียเจ้าไป
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













