บทที่ 16 เพื่อนรักหักเหลี่ยม 2

แกร๊ก…บานประตูห้องนอนถูกเปิดออก เฟย์วารีบยกมือขึ้นปิดจมูกหลังจากได้กลิ่นฉุนของควันบุหรี่ลอยเตะจมูกเข้าอย่างจัง

“เฮียฟริน แม่ให้มาตามไปกินข้าว”

“เฮียยังไม่หิว” ฟรินตอบกลับแค่นั้น ก่อนจะดับมวนบุหรี่ที่อยู่ในมือเมื่อเห็นน้องสาวเดินเข้ามาใกล้

“ทำหน้าเหมือนโลกจะแตก เฮียเป็นอะไร ไม่สบายเหรอ” เฟย์วาเดินเข้าไปถามพี่ชาย หลังจากที่สังเกตเห็นความผิดปกติมาหลายวัน

“เปล่า”

“เฮียมีเรื่องไม่สบายใจเหรอ”

“มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อย”

เฟย์วาหย่อนตัวนั่งลงบนขอบเตียงข้างพี่ชาย พักนี้เขาคอยหลบหน้าหลบตาอยู่แต่ในห้อง ขนาดอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ แต่แทบจะไม่ได้คุยกันเลย “ทะเลาะกับซ้อใช่มั้ย ทำไมหลายวันมานี้ถึงไม่เห็นพาซ้อมาบ้างเลย”

“…..”

“ซ้อแค่งอนใช่มั้ย ถ้างั้นเฮียรีบไปง้อเลย” ที่ผ่านมาฟรินมักจะพาดาวเหนือมาค้างที่บ้านทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่อาทิตย์ที่ผ่านมากลับไม่เห็น “ยังไงพี่สะใภ้ของหมวยต้องเป็นซ้อคนเดียว ถ้าเป็นคนอื่นหมวยไม่เอานะ”

“อืม เฮียก็ไม่เอาคนอื่นเหมือนกัน”

“ไอ้แว่นกูขอยืมนาฬิกามึงหน่อย” แฟรงก์ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องน้องชายโดยไม่ได้ขออนุญาตด้วยความเคยชิน “เอาเรือนใหม่ที่เพิ่งซื้ออ่ะ เอามายืมก่อน”

“อยู่ในตู้ อยากได้อันไหนก็เอาไป”

แฟรงก์ขมวดคิ้วเดินเข้าหา ปกติมันเป็นคนหวงของมาก กว่าจะขอยืมอะไรได้แต่ละอย่างแทบจะต้องก้มกราบวิงวอน

“แล้วเฮียแฟรงก์อ่ะ แต่งตัวซะหล่อเชียวจะออกไปไหน”

หมวยเฟย์เอ่ยถามด้วยความอยากรู้หลังจากเห็นพี่ชายฝาแฝดแต่งตัวเซตผมหล่อแบบจัดเต็ม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยฟุ้งตั้งแต่หน้าปากซอย

ตัดภาพมาอีกคน…

สีหน้าอิดโรยขอบตาดำคล้ำเหมือนคนนอนไม่พอมาหลายวัน

“ไปเดทกับสาวน่ะสิ”

“แล้วจะกลับกี่โมง กลับดึกมั้ย”

“ถามอย่างกับเป็นแม่เลยนะไอ้หมวย! จะตามไปด้วยเลยมั้ย” 

แฟรงก์ยืนเท้าเอวจ้องมองน้องสาว นอกจากเจ๊ปาลินก็มีไอ้หมวยนี่แหละที่เป็นตัวตายตัวแทนของแม่ คอยโทรตามโทรจิกเวลาออกนอกลู่นอกทาง

“ไปดิ งั้นหมวยขอไปด้วยคน”

“ได้ไง! เฮียจะไปจู๋จี๋กับสาวจะตามไปด้วยได้ไง”

“ไม่รู้ แต่จะไปด้วย…ทีเวลาหมวยออกไปเที่ยวกับเพื่อนพวกเฮียยังตามไปด้วยเลย”

“ไม่ได้”

“ถ้าเฮียแฟรงก์ไม่ให้ไป งั้นหมวยจะมีแฟน”

“อย่าแก่แดด” แฟรงก์ดีดหน้าผากของน้องสาวอย่างแรงด้วยความมันเขี้ยว เพิ่งจะอยู่มัธยมปลายริอ่านจะมีแฟน ไม่ให้มีเว้ย!

“เอาไง จะให้หมวยไปด้วยมั้ย”

“เออ! จะไปก็ไป” ในเมื่อไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องยอม “แล้วมึงอ่ะไอ้ฟริน จะเอาอะไรมั้ย”

“ไม่”

“เป็นอะไร ไหนลองบอกพี่ชายสุดหล่อคนนี้มาสิ” แฟรงก์ตบบ่าน้องชายเบาๆ แค่เห็นสายตาก็รู้ได้ทันทีว่ามันกำลังมีเรื่องอะไรในใจ 

“มึงไม่ต้องสนใจหรอก มึงจะไปไหนก็ไปเถอะ”

“ทะเลาะอะไรกัน?”

“…..”

“หมวยออกไปก่อน เดี๋ยวเฮียคุยกับมันเอง” แฟรงก์หันไปบอกน้องสาว น้ำเสียงที่พูดและท่าทางที่แสดงออกก่อนหน้านั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังไปอย่างสิ้นเชิง

พวกเขาสองคนเคยบอกและรับปากกันเอาไว้ตั้งแต่จำความได้ ว่าถ้ามีเรื่องอะไรจะไม่ปิดบังหรือมีความลับต่อกัน

“งั้นหมวยไปนะ” หมวยเฟย์พยักหน้ารับอย่างรู้งานแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไป

“ไหน! มึงมีอะไรก็พูดมา”

ฟรินตัดสินใจเปิดคลิปเสียงที่อยู่ในโทรศัพท์ให้ฟัง แฟรงก์คือคนที่เขาไว้ใจมากที่สุดในชีวิต “ไอ้องศามันเปิดคลิปนี้ให้เหนือฟัง”

“ไอ้ห่านี่แม่งวอนส้นตีน สงสัยต้องให้เจอของจริงซะบ้าง”

“ตอนนี้กูทำอะไรไม่ได้เลย” 

ฟรินยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ ถอนหายใจลากยาวอย่างคิดไม่ตก ดาวเหนือพยายามหลบหน้าหลบตาไม่ยอมให้เข้าใกล้ 

พอให้มาหาก็บ่ายเบี่ยงถึงแม้จะไม่ได้เลิกกันแต่ฟรินนั้นรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่เหมือนเดิม 

“ให้เวลาเหนือหน่อย ถ้ากูเป็นเหนือก็คงเสียความรู้สึกเหมือนกัน ได้ยินแฟนตัวเองพูดแบบนั้น ใครจะไม่เสียใจบ้าง”

“แล้วจะให้ทำยังไง กูกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้”

“ไอ้แว่นมึงใจเย็นก่อน”

“คิดว่าแค่คำขอโทษแล้วเหนือจะฟังเหรอ”

“เดี๋ยวกูช่วยพูดกับเหนือเอง มึงอย่าเพิ่งเป็นบ้านะ”

“มันไม่มีใครช่วยกูได้ทั้งนั้น!” 

ฟรินก้มลงมองแก้วเหล้าที่อยู่ในมืออันสั่นเทา เขาออกแรงบีบอย่างแรงจนแตกออกเป็นเสี่ยงด้วยความเดือดดาล

เพล้ง! แฟรงก์สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เห็นเลือดจำนวนมากไหลออกจากฝ่ามือของน้องชาย

“กูรักของกูอยู่ดีๆ เป็นเพราะไอ้เหี้ยนั่นคนเดียว” ฟรินไม่สนใจบาดแผลของตัวเอง ปล่อยให้เลือดไหลหยดลงบนพื้นหยดแล้วหยดเล่า “ถ้ามันทำกูเจ็บ มันต้องเจ็บด้วย”

สิ้นน้ำเสียงอันสั่นเครือ เขารีบคว้ากุญแจรถแล้วเดินออกจากห้องไป

“เวรฉิบ!เดี๋ยวไอ้ฟริน อย่าเพิ่งไป รอกูด้วย”

รถไฮเปอร์คาร์คันสีดำเงาตบไฟเลี้ยวเข้าไปจอดที่หน้าคลับชื่อดังแห่งหนึ่ง หลังจากที่รู้ว่าองศาและกลุ่มเพื่อนสนิทนัดกันออกมาดื่มสังสรรค์กันที่นี้ จึงลงทุนขับรถตามมาหาด้วยตัวเอง

ดวงตาคู่คมวาดสายตามองไปรอบบริเวณเมื่อเดินเข้ามาด้านใน ก่อนจะเห็นกลุ่มเพื่อนขององศานั่งอยู่ไม่ไกล รีบเดินตรงไปหาโดยมีแฟรงก์เดินตามหลังมาติดๆ

“ไอ้องศาอยู่ไหน”

“มีอะไร มึงถามหามันทำไม” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเอ่ยถาม

“ไม่ต้องเสือก! แค่ตอบมาว่ามันอยู่ไหน”

“มันออกไปสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำชาย”

“…..” เมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจ ฟรินรีบเดินออกจากตรงนั้นโดยมีสายตาของกลุ่มเพื่อนขององศาที่มองตามออกมาอย่างสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

-เวลาต่อมา-

“มาเร็วกว่าที่กูคิดอีกนะ” องศาหยุดชะงักชั่วครู่ ก่อนจะปรับสีหน้าและท่าทางให้เป็นปกติเมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วเห็นสองแฝดยืนกอดอกพิงผนังรออยู่ด้านนอก

“มึงมันหมาลอบกัด”

“ก็พอกับมึงนั่นแหละ! ถ้าให้กูเดาเหนือคงบอกเลิกมึงแล้วล่ะสิ ถึงได้หอบสังขารมาหากูถึงที่นี่” องศาหัวเราะเบาๆ อย่างนึกชอบใจ ไม่คิดว่าแผนตื้นๆ ของเขาจะได้ผลเกินคาด “ก็เหมือนที่มึงเคยบอกไง ใครดีใครได้”

“มึงจะเอายังไงก็ว่ามา”

“กูว่าได้ปั่นหัวมึงแบบนี้สนุกกว่าเยอะเลย” องศาเหยียดยิ้มเย้ยหยัน เดินเข้าไปหาอดีตเพื่อนสนิทด้วยสีหน้ายียวน

“อย่ายุ่งกับเมียกู!”

“ก่อนจะพูดคำนี้ ลองกลับไปถามเหนือดูอีกทีว่ายังเป็นเมียมึงอยู่มั้ย” ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองสำรวจคนที่มาใหม่อย่างพิจารณา โดนเมียทิ้งแค่ไม่กี่วันแต่สภาพดูย่ำแย่ใช่ได้ “สภาพมึงตอนนี้ดูน่าสมเพชดีนะ ถ้าเหนือจะมีผัวใหม่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก”

“ถ้ากูไม่ปล่อย ก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้แตะต้องเธอ!”

“มึงจะทำอะไร” องศาถามด้วยใบหน้าถอดสี ขยับถอยหลังหนีเมื่อเห็นว่าฟรินคว้าแจกันที่วางอยู่แล้วเดินไปล็อคประตูห้องน้ำเพื่อไม่ให้เขาหนีออกไปได้ “มึงจะทำอะไรไอ้ฟริน!”

“เอาเลือดหัวมึงมาล้างตีนกูไง” ฟรินยกยิ้มมุมปาก สายตาว่างเปล่าเย็นเยียบไร้การคาดเดา รู้สึกสะใจที่เห็นใบหน้าซีดเผือดของเพื่อนรัก

เพล้ง! 

“ไอ้ฟรินหยุด! อย่าทำมัน!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป