บทที่ 2 ถ้วยชาที่ซ่อนพิษ

เช้าวันรุ่งขึ้น

ฝนเมื่อคืนหยุดลงแล้ว เหลือเพียงหยดน้ำเกาะอยู่ตามปลายกิ่งเหมย

แสงแดดอ่อนส่องผ่านหน้าต่างตำหนักจื่อเฉิน กระทบพื้นไม้จนเกิดเป็นเงาสีทอง

หลินเยว่ชิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปล่อยให้เสี่ยวหลานจัดทรงผมให้อย่างเงียบ ๆ

บนโต๊ะมีถ้วยชาสองใบ

ใบหนึ่งเป็นชาที่นางเพิ่งให้สาวใช้ชงขึ้นมา

อีกใบเป็นชาที่ถูกเก็บมาจากห้องเก็บของเมื่อครู่

เยว่ชิงจ้องถ้วยทั้งสองอย่างครุ่นคิด

“เสี่ยวหลาน”

“เพคะ พระชายา”

“เมื่อคืนก่อนข้าตกบันได เจ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?”

เสี่ยวหลานมือสั่นเล็กน้อย

“หม่อมฉัน...ไม่ทราบแน่ชัดเพคะ”

“พูดความจริง”

น้ำเสียงของเยว่ชิงไม่ได้ดุดัน แต่กลับทำให้เสี่ยวหลานรีบคุกเข่าลง

“พระชายา หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจปิดบัง เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไร?”

สาวใช้ก้มหน้า

“ก่อนที่พระชายาจะตกบันได หม่อมฉันเห็นสาวใช้จากตำหนักสนมเอกมาพบพระชายาเพคะ”

เยว่ชิงหรี่ตา

ตรงกับความทรงจำในนิยาย

คืนก่อนที่หลินเยว่ชิงจะถูกกล่าวหาว่าวางยาพิษ มีสาวใช้ของหลี่หว่านหรงมาหานาง

แต่ในเนื้อเรื่องเดิมไม่มีใครรู้ว่าสาวใช้คนนั้นพูดอะไร

“เจ้าจำหน้าสาวใช้คนนั้นได้หรือไม่?”

“จำได้เพคะ”

“ดี”

เยว่ชิงลุกขึ้น

“พาข้าไปตำหนักสนมเอก”

เสี่ยวหลานตกใจ

“ตอนนี้เลยหรือเพคะ?”

“ใช่”

“แต่พระชายา...”

“ไม่ต้องกลัว”

เยว่ชิงหยิบเสื้อคลุมมาสวม

“ข้าไม่ได้ไปหาเรื่องนาง”

นางหันกลับไปมองถ้วยชาบนโต๊ะ

“ข้าไปดูว่านางกำลังซ่อนอะไรอยู่”

---

ตำหนักหลี่หว่านหรง

กลิ่นดอกเหมยอบอวลไปทั่วบริเวณ

หญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนนั่งอยู่หน้าโต๊ะ พลางมองสาวใช้ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

“เจ้าแน่ใจหรือว่ามันเรียบร้อย?”

“เพคะ พระสนม”

“ไม่มีใครเห็น?”

“ไม่มีเพคะ”

หลี่หว่านหรงยิ้ม

“ดี”

นางหยิบกล่องไม้เล็ก ๆ จากลิ้นชักออกมา

ภายในมียาขวดหนึ่ง

“อีกสองวัน...”

ดวงตาของนางเย็นลง

“ชายารัชทายาทก็จะไม่มีวันได้กลับออกจากตำหนักฮองเฮา”

“พระสนม”

เสียงสาวใช้ดังขึ้น

“แต่ถ้ารัชทายาททรงสอบสวนล่ะเพคะ?”

หลี่หว่านหรงหัวเราะเบา ๆ

“พระองค์ไม่เคยสนใจนางอยู่แล้ว”

“ยิ่งนางเคยมีเรื่องกับข้า ต่อให้เกิดอะไรขึ้น คนทั้งวังก็ย่อมเชื่อว่านางเป็นคนทำ”

ทันใดนั้น—

“พระชายารัชทายาทเสด็จ!”

เสียงขันทีดังขึ้นจากด้านนอก

สีหน้าของหลี่หว่านหรงเปลี่ยนไปทันที

“อะไรนะ?”

ประตูถูกเปิดออก

หลินเยว่ชิงเดินเข้ามาพร้อมเสี่ยวหลาน

ใบหน้าของนางสงบนิ่ง ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“ถวายพระพรพระสนมเอก”

หลี่หว่านหรงลุกขึ้นต้อนรับ

“เหตุใดวันนี้พระชายาจึงเสด็จมาถึงตำหนักของหม่อมฉัน?”

เยว่ชิงยิ้ม

“ข้าเพียงอยากมาเยี่ยม”

“เยี่ยม?”

“ใช่”

เยว่ชิงมองไปรอบ ๆ

“ตำหนักของพระสนมช่างงดงามนัก”

หลี่หว่านหรงยิ้มตอบ

“พระชายาก็ทรงชมเกินไปแล้วเพคะ”

ทั้งสองนั่งลงตรงข้ามกัน

สาวใช้ยกน้ำชามาถวาย

เยว่ชิงเหลือบมองถ้วยชา

หัวใจของนางกระตุกทันที

ถ้วยสีขาวลายดอกเหมย

นี่คือถ้วยเดียวกับที่ปรากฏในนิยาย

ในคดีเดิม หลี่หว่านหรงจะดื่มชาจากถ้วยนี้ก่อนหมดสติ

จากนั้นทุกคนจะพบว่ามีสารพิษอยู่ในถ้วย

แต่ความจริงคือ...

พิษไม่ได้อยู่ในชา

มันอยู่ใน...

ขอบถ้วย

เยว่ชิงจำได้ว่าตอนอ่านนิยาย เธอเคยสงสัยเรื่องนี้

และวันนี้นางก็มีโอกาสพิสูจน์แล้ว

“พระชายา เชิญดื่มชาเพคะ”

หลี่หว่านหรงยื่นถ้วยให้นาง

เยว่ชิงรับไว้

แต่ยังไม่ดื่ม

นางใช้นิ้วแตะขอบถ้วยเบา ๆ

จากนั้นยิ้ม

“ชาอร่อยหรือไม่ ข้าคงต้องลองดู”

หลี่หว่านหรงมองนางอย่างจับผิด

เยว่ชิงยกถ้วยขึ้น

แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสขอบถ้วย—

“เดี๋ยวก่อน”

เสียงหนึ่งดังขึ้น

ทุกคนหันไปมอง

ขันทีคนหนึ่งรีบเดินเข้ามา

“พระชายา องค์รัชทายาทมีรับสั่งให้พระองค์กลับตำหนักทันทีพ่ะย่ะค่ะ”

เยว่ชิงวางถ้วยลง

“ตอนนี้?”

“พ่ะย่ะค่ะ”

นางหันไปมองหลี่หว่านหรง

“เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัว”

หลี่หว่านหรงยิ้ม

แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย

เหตุใดชายารัชทายาทจึงไม่ดื่มชา?

และเหตุใดรัชทายาทจึงเรียกนางกลับในเวลานี้?

---

ระหว่างทางกลับตำหนัก

เยว่ชิงหยุดเดิน

“ขันที”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“องค์รัชทายาทเรียกข้ากลับจริงหรือ?”

ขันทีเงียบไป

เยว่ชิงหรี่ตา

“ตอบมา”

“พ่ะย่ะค่ะ...”

“โกหก”

ขันทีหน้าซีด

เยว่ชิงยิ้มบาง ๆ

“พระองค์ไม่ได้เรียกข้า”

“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้น?”

ขันทีคุกเข่าลงทันที

“พระชายาโปรดไว้ชีวิตด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

เสี่ยวหลานตกใจ

แต่เยว่ชิงกลับไม่ได้แปลกใจ

“ใครส่งเจ้ามา?”

ขันทีไม่ตอบ

เยว่ชิงก้มลงกระซิบ

“ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าจะส่งเจ้าให้รัชทายาท”

ขันทีตัวสั่น

เพียงได้ยินชื่อรัชทายาทก็รีบสารภาพ

“เป็น...คนจากตำหนักสนมเอกพ่ะย่ะค่ะ”

เยว่ชิงยิ้ม

เป็นอย่างที่คิด

หลี่หว่านหรงกำลังจับตาดูนาง

และคงคิดว่านางยังเป็นหลินเยว่ชิงคนเดิม

หญิงสาวหันกลับไปทางตำหนักสนมเอก

“กลับกัน”

“พระชายาจะเสด็จไปที่ใดเพคะ?”

“ตำหนักของข้า”

“แต่พระชายา...”

“คืนนี้”

เยว่ชิงหยุดเดิน

“ข้าจะเล่นเกมกับพวกนางบ้าง”

---

คืนนั้น

ตำหนักจื่อเฉินเงียบสงัด

เยว่ชิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะพร้อมถ้วยชาใบเดิม

นางใช้ผ้าขาวเช็ดตรงขอบถ้วยอย่างระมัดระวัง

ไม่นานก็ปรากฏผงสีขาวบาง ๆ ติดอยู่บนผ้า

เยว่ชิงมองมันด้วยแววตาเย็นชา

“พิษจริง ๆ”

เสี่ยวหลานหน้าซีด

“พระชายา...ถ้าพระองค์ดื่มเข้าไป...”

“ข้าก็ตาย”

เยว่ชิงตอบอย่างเรียบเฉย

“แต่ข้าไม่ดื่ม”

นางพับผ้าเก็บไว้

“เก็บหลักฐานนี้ไว้ให้ดี”

“เพคะ”

“และอย่าบอกใคร”

เสี่ยวหลานพยักหน้า

เยว่ชิงกำลังจะลุกขึ้น—

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นนอกตำหนัก

ตึก...

ตึก...

ประตูถูกเปิดออก

ชายหนุ่มในชุดสีดำเดินเข้ามา

เซียวจิ่งเหยียน

เยว่ชิงชะงัก

เขามองนาง จากนั้นสายตาเลื่อนไปยังถ้วยชาบนโต๊ะ

“เจ้ารู้แล้ว?”

หัวใจของเยว่ชิงเต้นแรง

“พระองค์ทรงหมายถึงอะไรเพคะ?”

เซียวจิ่งเหยียนเดินเข้ามาช้า ๆ

หยิบถ้วยขึ้น

มองมันเพียงครู่เดียว

ก่อนกล่าวเสียงเย็น

“ขอบถ้วยมีพิษ”

เยว่ชิงนิ่งงัน

พระองค์รู้ได้อย่างไร?

เซียวจิ่งเหยียนวางถ้วยลง

“ข้าถามเจ้าอีกครั้ง”

ดวงตาคมจับจ้องนาง

“เจ้ารู้แล้วใช่หรือไม่?”

เป็นครั้งแรกที่เยว่ชิงรู้สึกว่า...

บุรุษผู้นี้อาจไม่ได้เย็นชาอย่างที่เขียนไว้ในนิยาย

และบางที...

เรื่องราวในโลกนี้อาจไม่ได้ดำเนินไปตามบทที่เธอเคยอ่านอีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป