บทที่ 5 พระราชโองการที่ไม่ควรเกิดขึ้น

เสียงระฆังหน้าท้องพระโรงดังขึ้นสามครั้ง

กังวานไปทั่วพระราชวัง

หลินเยว่ชิงเดินตามเซียวจิ่งเหยียนเข้าไปในท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับสิบคู่ที่จับจ้องมาที่นางไม่วางตา

นางรู้ดีว่าทุกสายตาในที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงความอยากรู้อยากเห็น

บางคนกำลังรอดูว่านางจะถูกลงโทษอย่างไร

บางคนกำลังรอดูว่ารัชทายาทจะปกป้องชายาของตนหรือไม่

และบางคน...

กำลังรอให้แผนการของตัวเองสำเร็จ

เยว่ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก

ไม่ว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนไปอย่างไร นางจะไม่ยอมให้ตัวเองกลายเป็นแพะรับบาปอีกเด็ดขาด

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

เซียวจิ่งเหยียนคุกเข่าลง

เยว่ชิงคุกเข่าตาม

บนบัลลังก์สูงสุด ฮ่องเต้เซียวเทียนหมิงมองทั้งสองด้วยพระพักตร์เคร่งขรึม

“ลุกขึ้น”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรไปยังเยว่ชิง

“เจ้าเป็นชายารัชทายาท?”

“เพคะ”

“วันนี้สนมเอกถูกวางยาพิษ และหลักฐานชิ้นแรกที่พบกลับเป็นของของเจ้า”

ทั้งท้องพระโรงเงียบลง

เยว่ชิงก้มศีรษะเล็กน้อย

“หม่อมฉันทราบเพคะ”

“เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?”

“มีเพคะ”

นางเงยหน้าขึ้น

“หม่อมฉันไม่ได้เป็นผู้วางยา”

เสียงกระซิบดังขึ้นทันที

ขุนนางคนหนึ่งก้าวออกมา

“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าหลักฐานชัดเจนแล้ว พระชายากับสนมเอกมีความขัดแย้งกันมานาน หากเกิดจากความริษยา ก็ย่อมมีเหตุผลเพียงพอที่จะลงมือ”

เยว่ชิงหันไปมอง

ชายผู้นั้นคือเสนาบดีฝ่ายขวา

ในนิยายเดิม เขาเป็นหนึ่งในขุนนางที่สนับสนุนองค์ชายรอง

คนของฝ่ายองค์ชายรอง

นางจำได้ดี

“ใต้เท้าพูดถูกเพียงครึ่งเดียว”

ขุนนางคนนั้นขมวดคิ้ว

“พระชายาหมายความว่าอย่างไร?”

“ข้ากับพระสนมเอกไม่ลงรอยกันจริง”

เยว่ชิงตอบอย่างไม่ปฏิเสธ

“แต่ถ้าข้าต้องการวางยา ข้าจะไม่ใช้ปิ่นของนาง และยิ่งไม่ทิ้งถุงหอมของตัวเองไว้ข้างตัวนาง”

ขุนนางหัวเราะเย็นชา

“พระชายาอาจจงใจทำเช่นนั้นเพื่อให้คนอื่นคิดว่าพระองค์บริสุทธิ์ก็ได้”

“เช่นนั้นหรือ?”

เยว่ชิงยิ้ม

“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าคงเป็นคนโง่ที่สุดในวังหลวง”

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากกลุ่มขุนนางบางส่วน

ชายผู้นั้นหน้าเสีย

เซียวจิ่งเหยียนเหลือบมองชายาของตน

แววตาเผยความพอใจเล็กน้อย

แต่ฮ่องเต้ยังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม

“หลักฐานจากปิ่นพิสูจน์ได้เพียงว่ามีพิษอยู่ที่ปิ่นของสนมเอก ไม่ได้พิสูจน์ว่าใครเป็นผู้วาง”

“หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะ”

เยว่ชิงตอบทันที

“เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงขอให้ฝ่าบาททรงตรวจสอบสิ่งหนึ่ง”

“อะไร?”

“มือของพระสนมเอกเพคะ”

ฮ่องเต้ทรงขมวดพระขนง

“มือ?”

“เพคะ”

เยว่ชิงหันไปหาหมอหลวงที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“ตอนตรวจพระสนมเอก ท่านหมอได้ตรวจใต้เล็บของนางหรือไม่?”

หมอหลวงชะงัก

“ยังพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นขอให้ตรวจเดี๋ยวนี้”

ขุนนางฝ่ายขวารีบพูด

“พระชายาจะทำอะไร?”

เยว่ชิงไม่สนใจ

นางมองไปยังฮ่องเต้

“หากพิษถูกทาที่ปลายปิ่น คนที่เป็นผู้ลงมือจะต้องสัมผัสมัน”

“และหากผู้ลงมือไม่ได้สวมถุงมือ ย่อมต้องมีร่องรอยอยู่ใต้เล็บ”

ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ

หมอหลวงรีบเข้าไปตรวจ

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็มีสีหน้าตื่นตระหนก

“ฝ่าบาท...”

“พบอะไร?”

“ใต้เล็บของพระสนมเอกมีผงสีดำพ่ะย่ะค่ะ”

เยว่ชิงหรี่ตา

“นำมาตรวจ”

หมอหลวงรีบตรวจสอบ

ไม่นานก็รายงาน

“เป็นพิษหงส์หลับพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที

ขุนนางหลายคนมองหน้ากัน

เยว่ชิงกลับไม่รู้สึกยินดี

เพราะนางรู้ว่า...

เรื่องนี้ยังไม่จบ

“พระชายา”

ฮ่องเต้ตรัสขึ้น

“เจ้าคิดว่าผงพิษนี้มาจากไหน?”

เยว่ชิงนิ่งไปครู่หนึ่ง

“จากคนที่พระสนมเอกสัมผัสก่อนหมดสติ”

“แล้วคนผู้นั้นคือใคร?”

เยว่ชิงกำลังจะตอบ—

ขันทีจากด้านนอกก็รีบวิ่งเข้ามา

“ฝ่าบาท!”

“มีอะไร?”

“มีคนพบสาวใช้ของพระสนมเอกเสียชีวิตอยู่หลังตำหนักพ่ะย่ะค่ะ!”

ทุกคนตกตะลึง

เซียวจิ่งเหยียนลุกขึ้นทันที

“ตายอย่างไร?”

“ถูกวางยาพิษพ่ะย่ะค่ะ”

เยว่ชิงหลับตาลงชั่วครู่

ทุกอย่างกำลังเดินไปในทิศทางที่นางคาดไว้

คนร้ายกำลังเก็บกวาดหลักฐาน

ฆ่าคนที่รู้ความจริง

ฮ่องเต้ตรัสเสียงเย็น

“นำศพมา”

ไม่นานศพของสาวใช้ก็ถูกนำเข้ามา

เยว่ชิงก้าวเข้าไปดู

นางจำใบหน้าของสาวใช้ได้ทันที

เป็นคนเดียวกับที่นางพบในห้องเก็บของเมื่อคืน

แต่สิ่งหนึ่งผิดปกติ

มือของศพกำแน่น

เยว่ชิงคุกเข่าลงโดยไม่สนสายตาของใคร

นางค่อย ๆ คลายมือของหญิงสาวออก

มีเศษกระดาษเล็ก ๆ ซ่อนอยู่

“นี่คือ...”

เยว่ชิงเปิดออก

บนกระดาษมีเพียงตัวอักษรสองตัว

“ตำหนักเย็น”

เซียวจิ่งเหยียนเดินเข้ามา

“พบอะไร?”

เยว่ชิงส่งกระดาษให้เขา

เมื่อเห็นข้อความนั้น สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป

“ตำหนักเย็น?”

ขุนนางหลายคนเริ่มกระซิบกัน

ตำหนักเย็นเป็นสถานที่ที่ถูกปิดมานานหลายปี

ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไป

และที่สำคัญ...

มีข่าวลือว่าฮองเฮาเคยสั่งปิดสถานที่แห่งนั้นด้วยพระองค์เอง

เยว่ชิงหันไปมองเซียวจิ่งเหยียน

“พระองค์รู้หรือไม่ว่าในตำหนักเย็นมีอะไร?”

เขาไม่ตอบ

แต่สีหน้าของเขาบอกชัดเจนว่า...

เขารู้

และเรื่องนั้นอาจเกี่ยวข้องกับความลับของราชวงศ์

ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรกระดาษในพระหัตถ์

ก่อนมีพระราชดำรัส

“ปิดตำหนักเย็นทันที”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

เยว่ชิงชะงัก

นี่ไม่ใช่คำสั่งที่นางคาดคิด

เพราะถ้าฮ่องเต้สั่งปิด...

หมายความว่าในตำหนักเย็นอาจมีบางสิ่งที่พระองค์ไม่ต้องการให้ใครค้นพบ

หรือไม่ก็...

มีใครบางคนกำลังพยายามซ่อนความจริง

---

หลังออกจากท้องพระโรง

เยว่ชิงเดินตามเซียวจิ่งเหยียนไปตามระเบียงยาว

นางเงียบอยู่นาน ก่อนถาม

“พระองค์รู้อะไรเกี่ยวกับตำหนักเย็น?”

เซียวจิ่งเหยียนหยุดเดิน

“เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าข้ารู้?”

“เพราะตอนเห็นกระดาษ พระองค์เปลี่ยนสีพระพักตร์”

ชายหนุ่มมองนาง

“เจ้าช่างสังเกตเกินไปแล้ว”

“หม่อมฉันจำเป็นต้องสังเกต หากไม่อยากตาย”

เขาเงียบ

จากนั้นจึงกล่าวเสียงต่ำ

“เมื่อสิบห้าปีก่อน มีคนถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น”

“ใคร?”

เซียวจิ่งเหยียนมองไปรอบ ๆ ก่อนตอบ

“อดีตสนมของเสด็จพ่อ”

เยว่ชิงชะงัก

“แล้วนางคือใคร?”

ชายหนุ่มไม่ตอบ

แต่กลับถามนางแทน

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงถูกลบออกจากบันทึกของราชสำนัก?”

เยว่ชิงส่ายหน้า

“ไม่ทราบเพคะ”

“เพราะนางรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับการสวรรคตของอดีตรัชทายาท”

หัวใจของเยว่ชิงเต้นแรง

อดีตรัชทายาท?

ในนิยายไม่มีเรื่องนี้!

“หมายความว่า...”

“มีคนฆ่าเขา”

เซียวจิ่งเหยียนกล่าว

“และความจริงถูกปิดบังมาสิบห้าปี”

เยว่ชิงมองเขาอย่างตกตะลึง

ทันใดนั้นนางก็เข้าใจ

คดีวางยาพิษไม่ใช่เรื่องของสนมเอกเลย

มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

คนร้ายกำลังใช้ความวุ่นวายในวังหลังเพื่อขุดคดีเก่าขึ้นมา

และถ้าคนที่อยู่เบื้องหลังรู้ว่านางกำลังสืบ...

นางจะกลายเป็นเป้าหมายทันที

“เยว่ชิง”

เสียงเซียวจิ่งเหยียนดังขึ้น

นางเงยหน้า

เขามองนางด้วยสายตาจริงจัง

“จากวันนี้ไป อย่าไปไหนเพียงลำพัง”

“เหตุใดเพคะ?”

“เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เริ่มรู้แล้วว่าเจ้าเป็นอุปสรรค”

เยว่ชิงนิ่ง

“พระองค์กำลังปกป้องหม่อมฉันหรือ?”

เซียวจิ่งเหยียนชะงักเล็กน้อย

“ข้ากำลังปกป้องคนของข้า”

คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้หัวใจของเยว่ชิงเต้นแรงอย่างไม่รู้ตัว

แต่ก่อนที่นางจะตอบ—

เสียงม้าร้องดังขึ้นจากด้านหลัง

ทั้งสองหันกลับไปพร้อมกัน

ลูกธนูพุ่งผ่านอากาศ!

ฟิ้ว!

เซียวจิ่งเหยียนคว้าตัวเยว่ชิงเข้าหาตัวทันที

ลูกธนูปักเข้ากับเสาไม้ข้างหลัง

เยว่ชิงเงยหน้าขึ้น

อยู่ในอ้อมแขนของเขา

ทั้งสองสบตากัน

เพียงชั่วขณะ...

เสียงของเซียวจิ่งเหยียนกลับเย็นยะเยือก

“ทหาร!”

“ตามจับมัน!”

เงาดำบนหลังคารีบวิ่งหนีไป

เยว่ชิงมองลูกธนูที่ปักอยู่บนเสา

ปลายลูกธนูมีผงสีดำติดอยู่

นางจำมันได้ทันที

พิษหงส์หลับ

นี่ไม่ใช่การข่มขู่

แต่เป็นการลอบสังหารนางโดยตรง

เยว่ชิงกำมือแน่น

“ดูเหมือนว่า...”

นางมองไปยังทิศทางที่คนร้ายหลบหนี

“ศัตรูจะไม่ให้เวลาข้าสืบเรื่องนี้แล้ว”

เซียวจิ่งเหยียนมองนาง

“ถ้าเช่นนั้นก็อย่าสืบคนเดียว”

เยว่ชิงหันมามองเขา

ชายหนุ่มกล่าวช้า ๆ

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...”

“เรื่องของเจ้า คือเรื่องของข้า”

ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเงามืด

ชายหญิงสองคนจึงเริ่มก้าวเข้าสู่เกมอำนาจครั้งใหญ่

โดยไม่มีใครรู้ว่า...

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด กำลังจับตามองพวกเขาอยู่จากที่ใดที่หนึ่งในวังหลวง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป