บทที่ 6 ตอนที่ 6 ความลับใต้ตำหนักเย็น
ค่ำคืนมาเยือนอย่างรวดเร็ว
หลังเหตุการณ์ลอบสังหาร หลินเยว่ชิงกลับมายังตำหนักจื่อเฉิน แต่กลับไม่อาจข่มตาหลับได้
คำพูดของเซียวจิ่งเหยียนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
“เรื่องของเจ้า คือเรื่องของข้า”
นางไม่รู้ว่าควรเชื่อคำพูดนั้นมากเพียงใด
เพราะในนิยายเดิม...
เซียวจิ่งเหยียนคือคนที่ยืนมองนางถูกประหารโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยปากช่วย
แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป
“พระชายา”
เสี่ยวหลานเดินเข้ามาพร้อมน้ำชา
“องค์รัชทายาทส่งคนมาบอกว่า พรุ่งนี้พระองค์จะเสด็จไปตำหนักเย็นกับพระองค์เพคะ”
เยว่ชิงชะงัก
“พระองค์จะไปด้วย?”
“เพคะ”
นางยิ้มบาง ๆ
“ดูเหมือนเขาจะไม่คิดปล่อยให้ข้าเดินเข้าไปในที่อันตรายคนเดียวจริง ๆ”
---
รุ่งเช้า
ตำหนักเย็นตั้งอยู่สุดเขตพระราชวัง
ประตูไม้เก่าถูกปิดตาย มีทหารยืนเฝ้าสองข้าง
ใบไม้แห้งปลิวว่อนตามพื้น
แม้เป็นเวลากลางวัน แต่สถานที่แห่งนี้กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบอย่างประหลาด
เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่หน้าประตู
“เปิด”
ทหารลังเล
“แต่องค์รัชทายาท ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ปิดสถานที่นี้...”
“ข้าคือผู้รับผิดชอบคดีนี้”
น้ำเสียงเย็นเฉียบทำให้ทหารไม่กล้าขัด
ประตูค่อย ๆ เปิดออก
เอี๊ยด...
กลิ่นอับชื้นลอยออกมา
เยว่ชิงเดินตามเข้าไป
ภายในมีเพียงห้องว่างหลายห้อง
โต๊ะเก่า
เตียงไม้
และเครื่องเรือนที่ถูกทิ้งร้างมานาน
“อดีตสนมของฝ่าบาทอยู่ที่นี่นานเท่าใด?”
เยว่ชิงถาม
เซียวจิ่งเหยียนตอบ
“สิบสองปี”
“แล้วนางเป็นอย่างไร?”
“ไม่มีใครรู้”
“ไม่มีใครมาเยี่ยมหรือ?”
“มีเพียงคนเดียว”
เยว่ชิงหันมองเขา
“ใคร?”
“เสด็จแม่ของข้า”
คำตอบนั้นทำให้นางนิ่ง
ฮองเฮาเคยมาที่นี่?
ถ้าอย่างนั้นเรื่องทั้งหมดอาจซับซ้อนกว่าที่คิด
ทั้งสองเดินเข้าไปยังห้องด้านใน
เซียวจิ่งเหยียนหยุดตรงกำแพง
“ตรงนี้”
เยว่ชิงมองตาม
“มีอะไรหรือ?”
“เมื่อสิบห้าปีก่อน เสด็จแม่เคยบอกข้าว่า ห้องนี้มีทางลับ”
เยว่ชิงเดินเข้าไปใกล้
นางใช้มือเคาะกำแพงเบา ๆ
ก๊อก ก๊อก
เสียงที่ได้ยินแตกต่างจากส่วนอื่น
“ตรงนี้กลวง”
เซียวจิ่งเหยียนมองนาง
“ถอยไป”
เขาใช้ดาบกระแทกกำแพง
ปัง!
แผ่นไม้หลุดออก
ด้านหลังเผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็ก
ภายในมีหีบไม้เก่าใบหนึ่ง
เยว่ชิงมองมันด้วยหัวใจที่เต้นแรง
“เปิดเถอะ”
เซียวจิ่งเหยียนพยักหน้า
หีบถูกเปิดออก
ข้างในมีเอกสารเก่าและจดหมายจำนวนหนึ่ง
เยว่ชิงหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน
เพียงไม่กี่บรรทัด...
สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
“นี่มัน...”
“อะไร?”
“บัญชีเงินจากคลังหลวง”
เซียวจิ่งเหยียนรับเอกสารไป
เขาอ่านแล้วขมวดคิ้ว
เงินจำนวนมหาศาลถูกส่งออกจากคลังหลวงเมื่อสิบห้าปีก่อน
ผู้รับเงินคือ...
กองกำลังทหารชายแดน
แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ...
ตราประทับที่ใช้อนุมัติเงิน
คือ ตราของอดีตรัชทายาท
“เป็นไปไม่ได้”
เซียวจิ่งเหยียนกำเอกสารแน่น
“ตราประทับของเสด็จพี่ถูกเก็บไว้ในวังหลวงตลอดเวลา”
เยว่ชิงมองเอกสาร
“ถ้าเช่นนั้นก็มีคนปลอมตรา”
“หรือมีคนในราชสำนักร่วมมือกับเขา”
ทั้งสองมองหน้ากัน
ทันใดนั้น...
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก
ตึก...
ตึก...
เซียวจิ่งเหยียนรีบดับเทียน
เขาคว้ามือเยว่ชิงและดึงนางเข้าไปหลบหลังตู้ไม้
ประตูถูกเปิดออก
เงาคนสองคนเดินเข้ามา
“ค้นให้ทั่ว”
“ขอรับ”
เสียงนั้นทำให้เยว่ชิงรู้สึกคุ้นหู
นางแอบมองผ่านช่องว่าง
คนหนึ่งสวมชุดทหาร
ส่วนอีกคน...
สวมชุดขันที
“ต้องรีบหาเอกสารก่อนที่รัชทายาทจะพบ”
เยว่ชิงเบิกตา
พวกมันรู้แล้วว่าเอกสารอยู่ที่นี่
เซียวจิ่งเหยียนก้มลงกระซิบข้างหูนาง
“อย่าขยับ”
ลมหายใจอุ่นเฉียดแก้มนาง
เยว่ชิงตัวแข็ง
ระยะห่างระหว่างพวกเขาใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ นางไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น
เมื่อคนทั้งสองเดินผ่านตู้...
เซียวจิ่งเหยียนก็พุ่งออกไป
“จับตัว!”
ทหารของรัชทายาทที่รออยู่ด้านนอกรีบกรูกันเข้ามา
การต่อสู้เกิดขึ้นทันที
ชายชุดดำชักดาบออกมา
เซียวจิ่งเหยียนรับการโจมตี
เคร้ง!
ดาบปะทะกันจนเกิดประกายไฟ
เยว่ชิงเห็นขันทีอีกคนกำลังจะหนี
นางก้าวไปขวาง
“จะไปไหน?”
ขันทีตกใจ
“หลีกไป!”
“ถ้าไม่หลีกล่ะ?”
เขาพุ่งเข้าหานาง
เยว่ชิงหลบอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้แขนกระแทกข้อมือของเขา
มีดสั้นหล่นลงพื้น
นางก้มเก็บมันขึ้นมา
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นหญิงสาวอ่อนแอจริง ๆ หรือ?”
ขันทีหน้าซีด
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ—
ฉึก!
ลูกธนูพุ่งเข้ามาจากหน้าต่าง
ปักกลางอกของขันที
ร่างของเขาล้มลงทันที
เยว่ชิงตกตะลึง
“มีคนฆ่าเขา!”
เซียวจิ่งเหยียนรีบวิ่งเข้ามา
ชายชุดดำที่ต่อสู้กับเขากลับกระโดดออกหน้าต่างหนีไปได้
เซียวจิ่งเหยียนไม่ไล่ตาม
เพราะเขารู้ว่า...
คนร้ายไม่ได้ต้องการช่วยพวกของตัวเอง
แต่ต้องการ ปิดปาก
---
หลังตรวจร่างขันที
เยว่ชิงพบสิ่งหนึ่ง
มีตราประทับเล็ก ๆ อยู่ใต้แขนเสื้อ
นางหยิบออกมา
เป็นตรารูปมังกรคู่
เซียวจิ่งเหยียนเห็นแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“ตรานี้...”
“พระองค์รู้จัก?”
“เป็นตราขององครักษ์ลับ”
“องครักษ์ลับของใคร?”
เซียวจิ่งเหยียนเงียบ
ก่อนตอบด้วยเสียงต่ำ
“ของเสด็จพ่อ”
เยว่ชิงชะงัก
“หมายความว่า...”
“คนที่ฆ่าขันที อาจเป็นคนของฮ่องเต้”
ทั้งสองเงียบไป
หากเป็นเช่นนั้น...
เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงการแย่งชิงตำแหน่งในวัง
แต่อาจเกี่ยวข้องกับ...
ฮ่องเต้เอง
---
คืนนั้น
เยว่ชิงกลับถึงตำหนักพร้อมเอกสารที่ซ่อนไว้
นางนั่งอ่านจดหมายเก่าอยู่คนเดียว
จดหมายฉบับหนึ่งมีข้อความสั้น ๆ
“หากวันหนึ่งความจริงถูกเปิดเผย จงตามหาสตรีที่มีปิ่นหยกดอกเหมย”
เยว่ชิงชะงัก
นางยกมือแตะปิ่นหยกของตัวเอง
นี่คือปิ่นที่นางได้รับพร้อมร่างเดิม
หรือว่า...
เจ้าของร่างคนก่อนรู้เรื่องนี้?
ทันใดนั้นเสียงประตูก็ดังขึ้น
เซียวจิ่งเหยียนเดินเข้ามา
“ยังไม่นอน?”
เยว่ชิงรีบเก็บจดหมาย
“กำลังจะนอนเพคะ”
เขามองนาง
“เจ้ากำลังซ่อนอะไร?”
“ไม่ได้ซ่อน”
เซียวจิ่งเหยียนเดินเข้ามาใกล้
“เยว่ชิง”
นางเงยหน้าขึ้น
“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังตามหาความจริงบางอย่าง”
เขาวางบางสิ่งลงบนโต๊ะ
มันคือ...
ปิ่นหยกดอกเหมยอีกอันหนึ่ง
เยว่ชิงเบิกตากว้าง
“นี่คือ...”
“ข้าได้มันมาจากห้องลับ”
เซียวจิ่งเหยียนมองนาง
“และบนปิ่นนี้มีตราประจำตระกูลของเจ้า”
เยว่ชิงนิ่งงัน
“แต่ตระกูลของข้าไม่เคยมีปิ่นแบบนี้”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าสงสัย”
เขาก้มลงมองนาง
“บางที...เจ้าของร่างคนเดิมอาจไม่ได้เป็นเพียงชายารัชทายาทธรรมดา”
เยว่ชิงรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
เพราะความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผย...
อาจเปลี่ยนทุกสิ่งที่นางเคยเชื่อเกี่ยวกับตัวละครนี้
และในเวลาเดียวกัน—
ณ ตำหนักหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในวังหลวง
หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังอ่านจดหมายลับ
นางยิ้มอย่างเย็นชา
“นางพบห้องลับแล้วหรือ?”
ชายในชุดดำคุกเข่าลง
“พ่ะย่ะค่ะ”
หญิงสาววางจดหมายลง
“เช่นนั้น...ถึงเวลาที่ต้องกำจัดนางแล้ว”
นางเงยหน้าขึ้น
เผยให้เห็นใบหน้าของ...
หลี่หว่านหรง
สนมเอกที่ควรนอนป่วยอยู่บนเตียง
แต่เวลานี้...
นางกำลังยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไร้ร่องรอยของคนป่วย
“บอกคนของเรา”
หลี่หว่านหรงยิ้ม
“อย่าเพิ่งแตะต้องรัชทายาท”
“ฆ่าชายาของเขาซะ”
เพราะนางรู้ดีว่า...
หากหลินเยว่ชิงยังมีชีวิตอยู่ ความลับทั้งหมดจะไม่มีวันถูกฝังต่อไปได้
