บทที่ 4 ช่วยกันถางหญ้า

“อืม” จ้าวฟางหรูตอบ พลางเดินจูงมือบุตรสาวออกไปนั่งม้านั่งที่เป็นไม้อยู่หน้าบ้าน เอ่ยถามลูกว่า “เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม”

“ลูกไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ” เว่ยซินเหยียนก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน ตอนอยู่ที่โลกเดิมนางเป็นหมอทหารจำได้ว่าวันนั้นตนเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด พอเข้าไปในห้องพักส่วนตัวแล้วก็รู้สึกว่าตนอ่อนเพลียและง่วงมาก และคงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในร่างนี้แล้ว แถมกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง มิหนำซ้ำยังรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไหลวนอยู่ในร่างกายตลอดเวลา แม้กระทั่งในยามหลับนางก็ยังรู้สึกได้ อีกทั้งอาการป่วยอ่อนแรงของเจ้าของร่างเดิมก็หายไปด้วย รู้สึกว่าร่างกายของนางมีพลังมหาศาลทีเดียว แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองมันคืออะไร แต่นางจะต้องหาคำตอบกับเรื่องนี้ให้ได้ แต่สิ่งที่น่าเสียใจมากที่สุดก็คือเจ้าของร่างนี้ได้ตายไปแล้ว ตายด้วยน้ำมือพ่อแท้ ๆ ของตน

ถึงจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนสกุลเว่ยเพียงใด แต่จ้าวฟางหรูก็ดีใจที่สุดที่บุตรสาวหายป่วย และกลับมามีสภาพร่างกายที่แข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไป มุมปากยกยิ้มขึ้นจาง ๆ พูดออกเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” มือบางวางบนศีรษะบุตรสาวแล้วลูบไปมาอย่างรักใคร่

เว่ยซินเหยียนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงถามมารดาขึ้นอีก “ท่านแม่ อยู่ที่นี่เราจะหาเงินได้อย่างไรเจ้าคะ” ตอนนี้พวกนางมีอยู่กันทั้งหมดสี่คน มารดาของนางก็มีทรัพย์สมบัติไม่มาก เงินที่นำติดตัวมาคงอยู่ได้อีกไม่นาน ถึงนางจะมีความรู้เรื่องวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน แต่คงเป็นเรื่องยากที่ในยุคโบราณเช่นนี้จะทำให้ผู้คนมายอมรับนางในฐานะหมอคนหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นเด็กที่อายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น

“คงต้องเก็บสมุนไพรไปขายก่อน” ตอนนางยังเด็กก็เคยช่วยบิดาไปเก็บสมุนไพรมาทำยา เพราะท่านแม่จากไปตั้งแต่นางอายุได้เพียงสามขวบ นางจึงอยู่กับบิดาสองคนมาโดยตลอด บิดาไปไหนนางย่อมติดตามไปด้วย นางยังพอจำได้ว่าต้องไปเก็บสมุนไพรที่ใดบ้าง

เพียงแต่เรื่องการแพทย์ท่านพ่อไม่เคยสอน เพราะคิดว่านางเป็นสตรี เรื่องพวกนี้ไม่ต้องเรียนรู้ก็ได้ เพราะภายภาคหน้าอย่างไรก็ต้องไปอยู่บ้านของสามี เรื่องนี้นางเพิ่งประจักษ์ได้เองว่าท่านพ่อคิดผิดถนัด หากตอนนั้นนางเรียนรู้วิชาแพทย์จากท่านพ่อ ตอนนี้นางอาจใช้มันหาเงินเลี้ยงดูบุตรสาวและบ่าวไพร่ได้

“ข้าจะช่วยท่านแม่เก็บสมุนไพรขายเจ้าค่ะ” เว่ยซินเหยียนยิ้มให้มารดาจนตาหยี แต่ในใจกลับนึกเป็นห่วงมารดา ร่างกายนางเจ็บป่วยเช่นนี้จะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรได้อย่างไร

วันนั้นหลังจากกินอาหารเย็นเสร็จทั้งสี่ก็เข้านอนแต่หัวค่ำ บ้านหลังนี้มีสองห้องนอน หนึ่งห้องครัว และหนึ่งห้องโถง เว่ยซินเหยียนจึงนอนกับมารดา ส่วนแม่นมเตียวกับซิ่วอิงนอนด้วยกัน ด้วยความที่พวกนางเดินทางไกลมาหลายวันทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าสะสมจึงทำให้คืนนั้นนอนหลับเป็นตาย โดยหารู้ไม่ว่ามีเพื่อนบ้านคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมากนักกำลังเฝ้ามองพวกนางอยู่

เช้าวันถัดมาหลังจากกินอาหารเสร็จ นายบ่าวจึงช่วยกันถางหญ้ารอบบ้าน นับว่ายังโชคดีที่ข้าวของในบ้างหลังนี้ยังอยู่ครบทุกอย่าง บางส่วนใช้ได้ก็ใช้ต่อ ส่วนไหนที่ใช้ไม่ได้ก็แยกไว้เพื่อรอทำลาย เว่ยซินเหยียนยืนมองเสียมเล่มเล็กแล้วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย นางเอ่ยถามมารดาว่า “ท่านแม่ ทำไมเสียมถึงมีรอยดินติดอยู่เล่าเจ้าคะ” ดินนั้นเหมือนเป็นดินเพิ่งขุดใหม่ “อีกทั้งคมของมันยังดูใหม่เหมือนถูกใช้งานอยู่บ่อยครั้ง”

หญิงสาวทั้งสามต่างมองเด็กสาวเป็นตาเดียว รู้สึกประหลาดใจที่เว่ยซินเหยียนรู้เรื่องเสียมเป็นอย่างดี ทั้งที่อยู่ในจวนสกุลเว่ยนางไม่เคยใช้งานมันเลย

“ลูกรู้ได้อย่างไร”

“เอ่อ…” นางอึกอักเล็กน้อยก่อนคิดหาหนทางรอดให้กับตนเอง “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะ แต่ว่าตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาคราวนั้นก็ดูเหมือนว่าข้าจะมีความรู้ขึ้นมาอีกมากโขเลยเจ้าค่ะ” ว่าพลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอยอย่างขัดเขิน แต่ในใจพลางคิดว่า เรื่องแค่นี้ทำไมนางจะไม่รู้ ก็ในเมื่อจิตวิญญาณของนางอายุสี่สิบปีแล้ว ผ่านความเป็นความตายของคนไข้มาก็มาก ประสบการณ์ชีวิตก็โชกโชน ในอดีตที่โลกเดิมนางเป็นเด็กบ้านนอกมาก่อน บิดามารดาทำงานในไร่นา เรื่องพวกนี้นางต้องรู้อยู่แล้ว

หญิงต่างวัยทั้งสามพยักหน้าเพราะตั้งแต่เว่ยซินเหยียนฟื้นขึ้นมาครานั้นก็ดูเหมือนว่านางจะเปลี่ยนไปจริง ๆ อีกทั้งยังฉลาดขึ้นกว่าเดิมมาก จะว่านางไม่ใช่เว่ยซินเหยียนคนเก่าก็คงไม่ใช่ เพราะนางยังจำทุกคนในชีวิตของนางได้ อีกทั้งเรื่องราวในอดีตนางก็พอจำได้บ้าง

ทุกคนได้ฟังเหตุผลของนางจึงมองข้ามเรื่องนี้ไป จ้าวฟางหรูมองเสียมแล้วก็เห็นพ้องกับบุตรสาว คิ้วขมวดเข้าหากันเอ่ยออกว่า “หรือว่าจะมีคนมาหยิบของพวกนี้ไปใช้งาน” ถึงจะเป็นเช่นนั้นนางก็ยังไม่ได้ใส่ใจมากนัก กล่าวต่อว่า “เราทำความสะอาดบ้านกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้เราจะได้เริ่มไปเก็บสมุนไพร” เพราะตอนนี้เงินของนางมีอยู่หนึ่งร้อยกว่าตำลึง ถึงจะอยู่ได้อีกเกือบสองปีเพราะต้องจ่ายค่ายาของนางส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องหาเพิ่มในเร็ววัน เพราะนางไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อีกทั้งบ้านหลังนี้ก็เก่าจนมีหลายส่วนที่ผุพัง นางต้องรีบหาเงินมาซ่อมแซม

แม้เว่ยซินเหยียนยังไม่คลายความสงสัยแต่ก็ยอมไปช่วยทุกคนถางหญ้า แม้สาวใช้จะห้ามปรามนายทั้งสองแต่พวกนางก็ยังยืนกรานที่จะช่วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป