บทนำ
บท 1
ภายในจวนสกุลเว่ย เสียงแส้กระทบเนื้อดังมาไม่ขาดสาย บุตรสาวตัวน้อยวัยเก้าขวบพยายามอ้อนวอนบิดาเจียนจะขาดใจ “ท่านพ่ออย่าตีท่านแม่เลยนะเจ้าคะ ฮือ ๆ” นางพยายามดิ้นสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นจากการจับกุมของสาวใช้แต่ก็ไร้ผล
ส่วนผู้เป็นพ่อทำตัวราวกับเป็นคนหูหนวกตาบอด ตะเบ็งเสียงสั่งบ่าวรับใช้ออกไปว่า “โบยต่อไป อย่าได้หยุดเป็นอันขาด”
อดีตเว่ยฮูหยินที่ถูกโบยไปกว่าห้าสิบไม้กำลังอ่อนระโหยโรยแรงเต็มที นางแทบจะฝืนหายใจต่อไปไม่ไหว เห็นมารดาคล้ายจะสิ้นใจ เว่ยซินเหยียนทนดูมารดาถูกโบยต่อไปไม่ได้อีกแล้ว นางสะบัดแขนจากสาวใช้อย่างรุนแรง รีบวิ่งไปช่วยมารดาทันที แม่นมเตียวกับสาวใช้ต่างตกใจเป็นอย่างมากแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวาง
“ท่านแม่ ฮือ ๆ ท่านเจ็บหรือไม่” พูดพลางใช้ร่างอันเล็กจ้อยของตนขึ้นคร่อมร่างผู้เป็นมารดาไว้
บ่าวรับใช้ที่รับหน้าที่โบยอดีตฮูหยินใหญ่ของจวนชะงักมือ มองไปยังนายท่านเจ้าของจวนแวบหนึ่ง พอเว่ยเฉิงพยักหน้าเขาจึงโบยต่อด้วยความจำใจ
จนตัวนางถูกโบยไปด้วยสามที เว่ยซินเหยียนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ปากก็ร้องออกมาด้วยความน่าสงสาร “ท่านพ่อข้าเจ็บ ท่านหยุดตีท่านแม่ได้หรือไม่เจ้าคะ ฮือ ๆ”
“เหยียนเอ๋อร์” จ้าวฟางหรูพูดออกเสียงเบาหวิว แต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว แม้แรงจะกระดิกตัวยังไม่มี
เว่ยเฉิงซึ่งอยู่ในอารมณ์โกรธจัดมีหรือจะสนใจคำพูดของเด็กสาว มารดาของนางบังอาจคบชู้ในจวนของเขา โทษแค่นี้ยังน้อยไป นางสมควรตายด้วยซ้ำ ยิ่งตอนนี้โดนเสิ่นอี๋เหนียงเป่าหูเขาก็เริ่มไม่มั่นใจว่าเว่ยซินเหยียนคนนี้เป็นลูกเขาจริง ๆ หรือไม่ อีกทั้งเด็กคนนี้ยังสติไม่สมประกอบเขาจะเก็บไว้ให้อับอายผู้คนทำไม เว่ยเฉิงตะโกนออกไปอีก “โบยต่อไป”
“ขอรับ” บ่าวชายรับคำแล้วโบยต่อไปอีกไม่ยั้ง
แม่นมเตียวกับสาวใช้ข้างกายจ้าวฟางหรูกอดกันร้องไห้มองดูเจ้านายทั้งสองโดนโบยไปพร้อมกัน
กระทั่งสองแม่ลูกสลบไปด้วยกันทั้งคู่ เตียวจินจึงนั่งคุกเข่าโขกศีรษะดังปึก ๆ ต่อหน้าเว่ยเฉิง “นายท่านได้โปรดไว้ชีวิตนายหญิงด้วยเถิดเจ้าค่ะ อย่างไรฮูหยินใหญ่ก็สิ้นสติไปแล้ว…”
“นางไม่ใช่ฮูหยินของข้า” เขาตวาดเสียงกร้าวก่อนที่แม่นมเตียวจะกล่าวจบ นอนกับชายอื่นแล้วยังมีหน้าเรียกนางว่าฮูหยินใหญ่อีกหรือ
นางสะดุ้งเฮือกพูดออกเสียงสั่นว่า “เจ้าค่ะ ๆ บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรนายหญิงกับคุณหนูใหญ่ก็สลบไปแล้ว ขอนายท่านโปรดเมตตาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
“นางกับลูกสมควรตาย” เขาตวาดขึ้นอีก
เสิ่นอี๋เหนียงเดินเข้ามาทำสีหน้าเห็นใจเหลือคณากล่าวออกเสียงนุ่มนวลว่า “นายท่าน อย่าทำให้นางกับลูกถึงกับต้องตายเลยนะเจ้าคะ อย่างไรเสียนายท่านก็มอบหนังสือหย่าให้นางแล้ว รีบไสหัวนางกับลูกออกจากจวนเถิดเจ้าค่ะ อยู่ไปรังแต่จะเป็นตัวอัปมงคลเสียเปล่าเจ้าค่ะ” นางทำเหมือนคนดีที่รู้สึกเห็นใจจ้าวฟางหรูเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีตามกฎของจวนหากฮูหยินเป็นชู้กับชายอื่น โทษคือโบยร้อยไม้กับมอบหนังสือหย่า หากเป็นเช่นนั้นจ้าวฟางหรูอาจสิ้นใจตายได้ ซึ่งเสิ่นอี๋เหนียงไม่ต้องการให้นางตาย เพียงแต่ต้องการให้นางกับบุตรสาวออกไปจากจวนหลังนี้ด้วยความอับอายและไม่มีสิทธิ์กลับมาอีกก็เพียงพอแล้ว
เมื่อได้ยินเสิ่นอี๋เหนียงกล่าวเช่นนั้น เว่ยเฉินก็คล้อยตามทันทีหันไปมองอนุภรรยาคนโปรดด้วยแววตาหวานเยิ้ม พูดออกเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าช่างเป็นคนใจดีมีเมตตายิ่งนัก” จากนั้นรีบสั่งออกไปเสียงดุดันว่า “เช่นนั้นพวกเจ้ารีบเก็บข้าวของแล้วก็ไสหัวออกจากจวนของข้าไปเสีย”
เมื่อเห็นทางรอดของผู้เป็นนายที่ไม่ต้องถูกโบยถึงร้อยไม้แม่นมเตียวรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหาจ้าวฟางหรูกับบุตรสาวทันที ตามด้วยซิ่วอิงสาวใช้คนสนิทของอดีตฮูหยินใหญ่ แม่นมเตียวกับสาวใช้อีกนางหนึ่งพยุงร่างของจ้าวฟางหรูกลับไปที่เรือนของตนอย่างทุลักทุเล ส่วนซิ่วอิงอุ้มร่างอ้อนแอ้นของเว่ยซินเหยียนตามไป
ก่อนที่นายท่านของจวนอย่างเว่ยเฉินจะเปลี่ยนใจบ่าวทั้งสองไม่รอให้เจ้านายฟื้น รีบเก็บข้าวของใส่หีบอย่างว่องไว ใช้เวลาเก็บของไม่นานก็แล้วเสร็จ เพราะสมบัติและสินเดิมของอดีตฮูหยินใหญ่มีไม่มาก อีกทั้งเว่ยเฉิงก็ไม่ได้มอบสิ่งของมีค่าหรือเงินทองอันใดให้นางแม้แต่อีแปะเดียว จากนั้นคนทั้งสี่ก็รีบออกเดินทางทันที โดยมีรถม้าของจวนสกุลเว่ยไปส่งที่ตลาด ส่วนปลายทางคือบ้านเดิมของจ้าวฟางหรูที่เคยอาศัยอยู่กับท่านพ่อเมื่อครั้งยังเยาว์ เมืองนั้นชื่อเมืองหยางโจว ซึ่งอยู่ถัดขึ้นไปทางเหนือของเมืองลั่วหยาง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นฉินแห่งนี้
หลังจากรถม้าเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เจียวจูสาวใช้ข้างกายของเสิ่นอี๋เหนียงจึงรีบวิ่งกลับเข้ามาในเรือน
เสิ่นอี๋เหนียงถามเสียงเรียบว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”
“ออกไปกันหมดแล้วเจ้าค่ะ”
มุมปากนางยกยิ้มขึ้นด้วยความพอใจ ถามต่อว่า “แล้วเรื่องพ่อบ้านจวง”
“คนของนายท่านจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“ดี”
“แล้วให้ข้าไปช่วยเขาดีหรือไม่เจ้าคะ” ตามที่ตกลงกันไว้เมื่อจวงซุนทำงานนี้สำเร็จ เสิ่นอี๋เหนียงต้องช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความตายหากเขาได้รับโทษ
“ไม่ต้อง คนมีความผิดจะไปช่วยทำไม” ว่าแล้วก็ยกยิ้มหยันกล่าวต่อว่า “เจ้าออกไปได้แล้ว”
“เจ้าค่ะ”
บทล่าสุด
#69 บทที่ 69 ผู้อยู่เบื้องหลัง
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#68 บทที่ 68 นางยังมีชีวิตอยู่
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#67 บทที่ 67 เรื่องลับ ๆ ของท่านอ๋อง
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#66 บทที่ 66 งูสีชมพู
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#65 บทที่ 65 แช่น้ำแข็งกลางดึก
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#64 บทที่ 64 หาเรื่องนอนกับชายา
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#63 บทที่ 63 ชายารักของข้า
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#62 บทที่ 62 เรื่องหัวใจของนาง
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#61 บทที่ 61 นางหน้าตาบ้าน ๆ
อัปเดตล่าสุด: 10/7/2026#60 บทที่ 60 แขกไม่ได้รับเชิญ
อัปเดตล่าสุด: 10/6/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้













