บทที่ 5 ชายปริศนา

เว่ยซินเหยียนสามารถถางหญ้าโดยไม่เหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด นางรู้สึกว่าตนมีกำลังเทียบเท่ากับบุรุษวัยฉกรรจ์ผู้หนึ่ง ช่างน่าประหลาดนัก แต่นางก็รู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมมากแล้ว

เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยามมารดาของนางก็ร้องขึ้นเสียงดัง “ช่วยด้วย ข้าโดนตะขาบกัด”

เว่ยซินเหยียนวิ่งมาเป็นคนแรกมองดูรอยแดงที่หลังมือของมารดามันเป็นรอยเขี้ยวของตะขาบจริง ๆ แต่เพื่อความแน่ใจนางจึงถามขึ้นอีก “ท่านแม่เห็นตัวตะขาบจริง ๆ ใช่ไหมเจ้าคะ”

“ใช่ มันคือตะขาบจริง ๆ มันวิ่งเข้าไปในกอหญ้าแล้ว” เนื่องจากรอบบริเวณบ้านเต็มไปด้วยหญ้า เว่ยซินเหยียนจึงไม่สามารถตามตัวมันได้

จากนั้นจึงพาจ้าวฟางหรูไปนั่งที่ม้านั่งหน้าบ้าน นำน้ำสะอาดมาล้างแผลให้มารดาด้วยความชำนาญพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ท่านแม่ห้ามแกะห้ามเกาเด็ดขาดนะเจ้าคะ เดี๋ยวแผลจะติดเชื้อเจ้าค่ะ”

ทุกคนมองนางด้วยความตื่นตะลึง ทำไมท่าทางของนางถึงได้ดูคล้ายกับหมอเช่นนี้ เว่ยซินเหยียนถามมารดาอีกว่า “ท่านแม่รู้หรือไม่ว่าสมุนไพรชนิดใดช่วยแก้พิษตะขาบได้เจ้าคะ” นางเป็นหมอแผนปัจจุบัน ไม่สันทัดเรื่องสมุนไพรเท่าใดนัก อีกทั้งที่นี่ก็ไม่มียาแก้ปวด

จ้าวฟางหรูพยักหน้าตอบนางว่า “แป๊ะตำปึง แต่ที่นี่ไม่มี หากจะเอาต้องวิ่งไปเก็บบนภูเขาอีกสี่ลี้” นางจำได้ดีว่าบิดาพาไปเก็บใบแป๊ะตำปึงที่นั่น

“เช่นนั้นท่านแม่เคยโดนตะขาบกัดหรือไม่” หากนางไม่แพ้พิษตะขาบก็ดีไป แต่ถ้านางแพ้ก็นับว่าถึงคราวซวยแล้ว

“เคย”

“และนายหญิงก็เป็นคนแพ้พิษตะขาบด้วยไม่ใช่หรือเจ้าคะ”

สิ้นคำของแม่นมเตียว มือของจ้าวฟางหรูข้างที่โดนตะขาบกัดก็เริ่มบวมแดงขึ้นมา อีกทั้งนางยังรู้สึกแน่นหน้าอก และเริ่มหายใจติดขัด

“นายหญิงกำลังจะแย่แล้ว” ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ

“ท่านแม่ ในหมู่บ้านนี้มีหมอหรือไม่เจ้าคะ”

“มี แต่บ้านเขาอยู่ไกลเกือบห้าลี้เลยนะ และไม่รู้ว่าเขาอยู่บ้านหรือไม่”

ขณะที่เว่ยซินเหยียนกำลังครุ่นคิดว่าจะตัดสินใจเลือกทางไหนดี จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพอดี พร้อมกับกล่าวออกว่า “ให้ข้าดูแผลให้นาง” เขาแอบสังเกตมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับพวกนาง

“ท่านเป็นหมอหรือ” เว่ยซินเหยียนเอ่ยถามอย่างมีความหวัง

แต่เขากลับส่ายหน้าเอ่ยออกเพียงว่า “แค่รู้วิธีแก้พิษตะขาบเท่านั้น”

เพราะอยู่ในสถานการณ์คับขันเว่ยซินเหยียนจึงอนุญาตแม้จะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และถึงแม้ไม่รู้ว่าเขาทราบได้อย่างไรว่ามารดาของนางโดนตะขาบกัดก็ตาม แต่ตอนนี้นางไม่มีทางเลือกแล้ว

เขาหยิบเข็มเงินขึ้นมาแล้วปักลงไปที่ข้อมือของมารดา จากนั้นนำสมุนไพรที่บดมาอย่างดีแล้วโปะลงบาดแผล เสร็จแล้วจึงยื่นสมุนไพรตากแห้งให้นางอีกหนึ่งมัด แล้วพูดว่า “เอาไว้ต้มให้นางดื่มสามเวลาหลังอาหาร พรุ่งนี้นางจะหายเป็นปกติ” เท่าที่เว่ยซินเหยียนมองตอนนี้อาการมารดาของนางก็ดีขึ้นมากแล้ว

กล่าวจบเขาก็เตรียมตัวจากไปทันที จ้าวฟางหรูจึงพูดออก “ขอบคุณท่านมาก ไม่ทราบว่าชื่อของท่านคือ…”

“ข้าคนไร้แซ่ เรียกข้าว่าอี๋นั่วก็พอ”

“ขอบคุณนายท่าน ข้าแซ่จ้าวมีนามว่าฟางหรู ส่วนนั่นคือเว่ยซินเหยียนนางเป็นบุตรสาวของข้า หากท่านมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้ บอกข้าได้ตลอดเวลาเจ้าค่ะ” บุญคุณของเขาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก หากไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ ไม่รู้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง

“ลำบากแม่นางจ้าวแล้ว” เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ใบหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึก

แม่นมเตียวกับซิ่วอิงยอบกายขอบคุณ ส่วนเว่ยซินเหยียนยอบกายพร้อมกล่าวออกว่า “ขอบคุณท่านลุง” ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะอายุมากกว่าท่านพ่อของนางสักเล็กน้อย แต่หน้าตาผิวพรรณสะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลา แม้ว่าท่านพ่อของนางนับว่าเป็นบุรุษผู้หล่อเหลาแล้ว แต่ท่านลุงผู้นี้กลับดูหล่อมากกว่า “ขออนุญาตล่วงเกิน ไม่ทราบว่าบ้านของท่านลุงอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ”

ตอนนี้ถึงอี๋นั่วอยากโกหกก็คงทำไม่ได้แล้ว เขาจึงบอกออกไปว่า “บ้านของข้าอยู่ถัดจากบ้านเจ้าไปไม่ถึงหนึ่งลี้” เขายังกล่าวต่ออีกว่า “แต่ข้าไม่ชอบให้ใครไปรบกวน” พูดจบเขาก็สาวเท้าเดินจากไปทันที

เว่ยซินเหยียนกล่าวตามหลังว่า “ข้าเข้าใจแล้ว” พอชายคนนั้นเดินลับสายตาไปแล้ว นางจึงพูดขึ้นอีก “ทำไมชอบทำตัวลึกลับจัง”

“อย่าไปสงสัยเลย แค่เขาช่วยแม่ก็ดีมากแล้ว” จ้าวฟางหรูกล่าว นางเพิ่งรู้ว่ามีบ้านคนอยู่แถวนี้ด้วย แต่นางกลับมาบ้านเกิดครั้งสุดท้ายตอนบิดาเสีย เช่นนั้นทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อวานตลอดเส้นทางที่นางนั่งรถม้าเข้ามาในหมู่บ้านอู๋หยวน ก็พบว่ามีบ้านคนผุดขึ้นมาอีกหลายสิบหลัง

“เจ้าค่ะ” เว่ยซินเหยียนจึงหันมาใส่ใจมารดาอีกครั้ง

หลังจากนั้นซิ่วอิงจึงประคองนายหญิงเข้าบ้าน และไม่ให้สองแม่ลูกออกมาด้านนอกอีก ส่วนนางกลับไปช่วยแม่นมเตียวถางหญ้าต่อ

อี๋นั่วเดินกลับกระท่อมของตนด้วยใจที่ไม่สงบนัก เขาอาศัยอยู่ที่นี่มากว่าห้าปีไม่เคยมีผู้ใดมาอยู่ในบ้านหลังนี้สักครั้ง เพราะเขาได้ยินคนในหมู่บ้านบอกว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ได้ตายไปแล้ว อีกทั้งเขายังมีบุตรสาวเพียงคนเดียว ตอนนี้แต่งงานกับขุนนางในเมืองหลวง เขาจึงแอบหยิบจอบกับเสียมของบ้านหลังนั้นมาใช้อยู่บ่อยครั้ง ฟังจากบทสนทนาบ้านหลังนี้คงเป็นบ้านเดิมของสตรีผู้ถูกตะขาบกัดเป็นแน่ แต่ทำไมถึงมีแต่สตรี แล้วสามีของนางเล่า หรือว่านางจะเป็นม่าย แต่ดูจากหน้าตาและอายุของนางน่าจะราว ๆ ยี่สิบห้ายี่สิบหกปีเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป