บทที่ 11 2/6
“อ๋อ แหวนแต่งงาน” คุณตาเอ่ยเมื่อจำได้ว่าเป็นแหวนแต่งงานลูกสาวเมื่อหลายปีก่อน “เดี๋ยวคุณตาเก็บไว้ให้คุณแม่ดีกว่า มะ ลูกหมูทำอะไรอยู่เดี๋ยวตาทำด้วยดีกว่า”
“หมูกินจีบค่ะ ตากิน กินไหมคะ”
“กินจีบเหรอดีเลย ตาหิวพอดี มาเราไปกินจีบกันต่อดีกว่านะ”
แล้วสองตาหลานก็นั่งกระหนุงกระหนิงสลับป้อนขนมจีบให้กัน ปล่อยให้ลุงกับแม่ที่อายุไม่ใช่น้อย ๆ วิ่งเล่นกันเหมือนเด็กอายุสามสี่ขวบ!
ห้าปีนับแต่วันที่ลูกเกิดผ่านไปไวเหมือนโกหก ตอนนี้อะใช่ไว แต่ตอนนู้นน่ะ... ไม่อยากจะบรรยายเล้ย!
จรรย์ธรหมุนตัวมองผู้หญิงในกระจกเงาเบื้องหน้า หล่อนดูดี หุ่นเซียะไม่มีที่ติ อกตูม เอวคอด แขนเรียว ขาเรียว ดวงหน้าเนียนไร้ไฝฝ้า คิ้วโก่งดั่งคันศร ตากลมโตเปล่งประกาย พวงแก้มอิ่มระเรื่อด้วยเครื่องสำอางระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ ผิวขาวปานไข่ปอกคือผลที่ได้จากการเข้าสปาบ่อย ๆ และเดรสสีแดงเกาะอกสั้นเหนือเข่า กับสูทสีดำตัวนี้ก็เข้ากันดีมาก ซึ่งมันส่งให้เธอดูเริ่ดสุดด้วยชุดนี้ ปากแดง แอ็คเซสซอรี่แดง เหมาะมากกับลุครองประธานและผู้จัดการการตลาดของโรงแรม
“ลูกหมูขา แต่งตัวเสร็จหรือยังคะลูก เดี๋ยวคุณแม่ก็ต้องออกไปแล้วนะ”
หญิงสาวยกมือขึ้นจัดทรงผมยาวหยักศกระดับอกอย่างพึงพอใจ เธอหมุนตัวหันหลังให้กระจกและเอี้ยวหน้าไปมองเงา ริมฝีปากสีแดงเปลือกมังคุดเผยอจูบ และเจ้าหล่อนก็หัวเราะคิกคัก เดินเชิด ๆ ไปหยิบกระเป๋ามาถือพร้อมกับรองเท้าที่เลือกไว้แล้ว จากนั้นก็เดินออกจากห้องแต่งตัวไปยังห้องนอน
บาร์บี้น้อยของเธอวัยห้าขวบนั่งอยู่บนโซฟาปลายเตียงและหันมามอง
“ลูกหมูแต่งตัวเสร็จแล้วมานั่งรอคุณแม่ได้ครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”
จรรย์ธรยิ้มไม่สนิทนัก ชำเลืองมองนาฬิกาในข้อมือแล้วก็ยักไหล่
“คุณแม่ อ๋อ คุณแม่แต่งตัวนานไปนิด” เธอยกมือขึ้นจีบ “คุณแม่ขอโทษค่ะลูกหมูไม่โกรธนะ”
ลูกหมูยิ้มกว้างกระโดดลงจากโซฟาเข้ามาจับมือคุณแม่จูง
“คุณแม่รีบไปกันค่ะ ลูกหมูมีนัดกับลุงบี๋ว่าจะรับลูกหมูไปหาคุณปู่ตอนคุณแม่ไปถึงบริษัท”
ชัดถ้อยชัดคำดีมาก เมื่อเทียบกับเด็กที่หัดพูดตอนเกือบสองขวบ ปัจจุบันนี้เลอมานพูดน้ำไหลไฟดับ ลูกหมูฉลาดเกินหน้าเกินตาแม่ ซึ่งคุณตาบอกว่าฉลาดได้พ่อ และปลื้มปริ่มเป็นที่สุดกับหลานสาวหัวแก้วหัวแหวน
“ตอนนี้เจ็ดโมงเช้าสิบห้านาที คุณแม่ขับรถใช้เวลาสี่สิบนาที และถ้าไม่มีอุบัติเหตุ ลูกหมูจะไปถึงก่อนนัดกับลุงบี๋ยี่สิบนาที ซึ่งถ้าเจอรถติดเวลายี่สิบนาทีก็จะเหลือสิบหรือห้านาที ซึ่งลูกหมูก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
จรรย์ธรยิ้มแหยกับคำพูดลูกสาว เด็กห้าขวบวางแผนการออกจากบ้านด้วยการกะเวลาไว้เสร็จสรรพ อาจจะเป็นผลกระทบจากการที่เธอปล่อยลูกให้ไปกับจีรัณบ่อย ๆ ลุงของเลอมานเป็นจอมวางแผน ทุกอย่างต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ขนาดจะกินข้าวกับอะไรตอนเที่ยงจีรัณยังคิดไว้แล้วเลย
ในพจนานุกรมจีรัณไม่มีคำว่าเหตุการณ์เฉพาะหน้า!
สองแม่ลูกก้าวออกจากห้องชั้นสองฝั่งขวาตรงไปยังบันไดราวทองเหลืองที่อยู่ตรงกลาง ฝั่งซ้ายจีรัณครองอยู่คนเดียว ส่วนพ่อแม่เธอทำห้องนอนอยู่ที่ชั้นล่าง แยกออกไปทางปีกซ้ายโดยให้เหตุผลว่าแก่แล้วเดินขึ้นบันไดไม่ไหว
เลอมานเป็นเด็กฉลาด ช่างพูด บางทีก็พูดจาเหมือนผู้ใหญ่อีกคน อาจเป็นเพราะถูกล้อมรอบด้วยผู้ใหญ่ จรรย์ธรกังวลเรื่องนี้ถึงกับไปถามจิตแพทย์เด็ก แต่ได้ความว่าเป็นเรื่องปกติเพราะเวลาอยู่กับเด็กด้วยกัน เลอมานก็เข้าพวกได้ดี ขนาดคุณหมอยังเอ็นดูบอกเสียด้วยว่าแกเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี
ปรับตัวเข้ากับเด็กวัยเดียวกันก็ได้
ปรับตัวเข้ากับผู้ใหญ่ก็ดีอีก
เออ... ไม่อยากยอมรับแต่นี่แหละอีกอย่างที่เหมือนพ่อ!
“อ้าว จะไปกันแล้วสิแม่ลูกคู่นี้” เสียงทักดังจากคุณยายยังสาวอายุห้าสิบห้าและยังสวย แท้จริงจิตราเป็นลูกครึ่ง แต่หน้าไท้ไทย พอตกมาถึงลูกสองคนที่เป็นลูกเสี้ยว เชื้อลูกครึ่งกลับเด่นซะ เพราะดูก็รู้ว่าฝรั่งจ๋ามาเลย
“ต้องรีบแล้วค่ะวันนี้แต่งตัวนานไปนิดหน่อย นี่ลูกหมูเลยรอแย่ หวัดดีตอนเช้าค่ะแม่ ตอนเย็นบุ้งจะรีบกลับนะ”
คนแม่ยกมือไหว้ และคนลูกก็ทำตาม
“สวัสดีค่ะคุณยาย ลูกหมูอยากกินผัดบล็อกโคลี่ใส่กุ้ง คุณยายทำให้ลูกหมูหน่อยนะคะ กลับมาลูกหมูจะเล่าให้คุณยายฟังว่าคุณปู่คุณย่าพาไปไหนบ้างนะคะ”
จิตราพยักหน้าให้ลูกสาวและก้มลงจูบที่กลุ่มผมหลานสาว
“ยายจะทำรอสุดฝีมือเลยลูก กลับมาแล้วลูกหมูก็ต้องเล่าให้ยายฟังแบบสุด ๆ ไปเลยนะ”
เลอมานยกมือขึ้นจรดนิ้วชี้กับนิ้วโป้งเข้าหากันทำเป็นวงกลม “โอเคค่ะ”
จรรย์ธรมองแล้วอมยิ้ม เธอรุนหลังลูกสาวแล้วบอก “เอาละ ไป ๆ ลูกหมูอย่าลืมขอบคุณพี่เอ๋ที่เอารองเท้ามาไว้ให้ที่หน้าประตูนะคะ ตอนนี้ลูกหมูยังเด็กแต่พอโตอีกหน่อย ลูกหมูต้องถือมาเองนะ”
พูดจบพี่เอ๋ก็เดินเข้ามาพอดี จากโค้งมุมของห้องนั่งเล่นบังโถงยาวที่ทอดสู่หน้าประตูบ้าน คุณแม่ คุณลูกจึงไม่เห็นว่ามีแขกพิเศษมาสำหรับเช้านี้ ฉะนั้นพอเดินเลี้ยวมุมออกไปพ้นระยะบัง คนที่กรี๊ดไม่ใช่ใครแต่เป็นลูกหมู
“พ่อขา!”
