บทที่ 2 1/1

นิทานมักจะจบลงตรงที่เจ้าหญิงและเจ้าชายแต่งงานและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป ซึ่ง... คำขึ้นต้นประโยคก็บอกอยู่แล้วว่านิทาน... เรื่องแต่ง ไม่ใช่เรื่อง... ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง

อาจฟังดูเศร้ามาก ๆ แต่ทำไงได้ ชีวิตต้องเดินต่อไปข้างหน้า และที่สำคัญเมื่อโตขึ้นฉันก็รู้ว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าหญิง ชีวิตเพอร์เฟกต์ งานแต่งที่อยากให้เกิด ทางเดินที่เหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ สุดท้ายทั้งหมดนั่นก็แค่ความฝัน ก็อย่างว่าแหละนะถึงจรรย์ธรจะสวย บ้านรวย มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร โดยเฉพาะเรื่องท้องก่อนแต่งของเธอไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคู่อยู่รอดเลยสักนิด

จะว่าไปชีวิตเธอก็เดินมาบนถนนทองคำอย่างดี แต่ความหลงก็พุ่งเข้าใส่จนหกคะเมนตีลังกาตกลงข้างทาง นึก ๆ มาแล้วก็สมเพชตัวเอง เธอหลงธารณ์หนักมาก เป็นมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากันเลยก็ว่าได้!

ครั้งนั้นที่ได้เจอกับธารณ์ จรรย์ธรอายุได้สิบขวบ ส่วนเขาอายุสิบเจ็ดปีเท่ากับพี่ชายเธอ

จากคอนโด พ่อแม่พาเธอกับพี่ชายย้ายมาอยู่บ้านเดี่ยวหลังโต พื้นที่โดยรอบยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี หญ้าเพิ่งปลูก ไม้ล้อมก็เพิ่งลง แต่มีเก้าอี้ให้นั่งเล่นอยู่แล้ว เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ย้ายเข้าบ้านวันแรกนั่นแหละ จรรย์ธรแอบหลบพี่เลี้ยงแล้วย่องตามจีรัณไปที่ริมแม่น้ำหลังบ้าน แต่เมื่อเลี้ยวลับมุมต้นไม้ใหญ่ต้นเก่าแก่ในเขตรั้ว เด็กหญิงก็มองไม่เห็นพี่ชายแล้ว เธอกวาดตามองทั้งซ้ายทั้งขวาแต่ไม่พบ กระทั่งน้าคนสวนบอกให้

‘หาคุณพี่อยู่หรือครับ คุณหนูลองเดินตามไปสิ น่าจะอยู่แถว ๆ ริมแม่น้ำ แต่อย่าไปใกล้ริมตลิ่งนักนะครับ’

ก่อนจากมาเด็กหญิงยิ้มหวานมือไม้อ่อนไหว้ขอบคุณ  จรรย์ธรชะเง้อมองหาพี่ชาย เธอขมวดคิ้วขัดเคืองใจที่หาไม่เจอ ไอ้ครั้นจะกลับก็กลัวไม่ได้เล่นสนุก เลยตั้งใจเดินตรงไปอีกหน่อย ทว่าก้าวไปได้สองก้าวก็สะดุ้ง

เสียงตกน้ำดังตูม จรรย์ธรเลิ่กลั่กเพราะได้ยินเสียงคนสวนตะโกนลั่น

‘คุณหนู!’

คราวนี้เสียงเอะอะล้งเล้งดัง จรรย์ธรจึงพยายามจะตะโกนกลับไป ‘มะ... ไม่ใช่บุ้งค่ะ บุ้งไม่ได้ตกน้ำ คือ...’ เด็กหญิงพยายามตะโกนบอก ชี้มือไปที่ริมน้ำตรงเกิดเสียงจะบอกว่าอะไรตกน้ำก็ไม่รู้ แต่ก็ได้แต่เบิกตากว้าง จรรย์ธรร้องลั่นเมื่อเห็นต้นตอของเสียง ‘พี่บี๋!!’

เสียงนั่นทำผู้ใหญ่ที่วิ่งกรูกันมาหยุดแทบไม่ทัน

‘พี่บี๋!’

จรรย์ธรร้องบอก ตาแดงฉ่ำน้ำยามชี้มือไปในแม่น้ำ จีรัณถูกน้ำซัดลอยไปไกลราวสองเมตรแล้ว และกำลังจมหายไปในแม่น้ำ บรรดาผู้ใหญ่กระโดดลงน้ำกันให้ควั่กไม่เว้นกระทั่งพ่อของเธอ แต่มันไกลเกินไปเพราะพอจีรัณโผล่ขึ้นมาได้อีกครั้งเขาอยู่กลางแม่น้ำ และวินาทีเป็นตายนั่น เด็กผู้ชายคนหนึ่งก็โจนลงน้ำตามไป

เสียงล้งเล้งดังไม่ขาด จรรย์ธรตัวสั่นกอดตุ๊กตาหมีน้ำตาคลอ เมื่อรู้สึกได้ถึงการกอด เธอซบหน้าลงกับอ้อมกอดคุ้นเคยของมารดา เธอหลับตาไม่อยากมองคิดแต่ว่าขอให้น้า ๆ คนทำสวนไปช่วยพี่ชายให้ได้ เด็กหญิงกลั้นสะอื้นร้องเรียกหาแต่พี่บี๋ ๆ กระทั่งอึดใจต่อมาก็ถูกเขย่าตัว

‘บุ้ง บุ้งลูก ช่วยพี่บี๋ได้แล้วลูก!’

นั่นแหละเธอจึงกล้าหรี่ตามอง ริมตลิ่งจีรัณนอนหงายแขนขาชี้กางห่างออกไปราวสองเมตร ทั้งพ่อของเธอ และน้าคนทำสวนยังพยายามว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งอยู่เลย ส่วนคนช่วยเขานั่งหอบหายใจชิดตัวจีรัณ

เขาวางมือบนอกพี่ชายเธอแล้วกดลงสองสามครั้ง ตัวเปียก ผิวขาว และขนตางอนยาวขนาดว่าเห็นชัดเป็นแพหนา ดวงตาจรรย์ธรเบิกกว้างจ้องจับการกระทำของเขา หูได้ยินเสียงสะอื้นของแม่ที่กอดเธอแน่น

‘ธารช่วยลูกน้าด้วยนะ’

คำขอร้องของมารดาทำให้จรรย์ธรรู้จักชื่อของเขา และนั่นก็ทำให้เขาหันมามองเธอกับแม่ จากนั้นเขาก็เม้มปากและดันปลายคางพี่ชายเธอขึ้น มือแข็งแรงง้างปากจีรัณให้เปิดกว้างและเด็กหญิงก็เบิกตาโตแทบถลนเมื่อเขาก้มลง แล้วใช้ปากแนบปากกับพี่ชายเธอ!

เสียงร้องฮ้า! ดังรอบวง เมื่อคนใช้ในบ้านที่เป็นผู้หญิงตามมาทันและเห็นเข้าพอดี

ธารณ์กลับมาปั้มหัวใจจีรัณอีกรอบ และโชคก็เข้าข้างเขา คนจมน้ำสำลักน้ำกระอักกระไอ คนช่วยจึงนั่งแปะลงข้าง ๆ และถอนหายใจอย่างอ่อนเหนื่อย ก่อนถัดตัวออกมาหลีกทางให้ผู้ใหญ่เข้าไปดูจีรัณ พ่อกำลังลูบหน้าลูบหลังดูอาการของพี่ชาย จรรย์ธรผละจากแม่เข้าไปดูใกล้ ๆ และจ้องคนช่วยพี่ของเธอเป๋ง รวมถึงผู้ใหญ่คนอื่น ๆ ด้วย นั่นแหละเสียงทุ้มห้าว ๆ ก็ดังขึ้น

“ผมผายปอดให้คุณหนูคนนี้ครับ เพราะเขาไม่หายใจแล้ว”

รอยยิ้มใสแต่สวยส่งให้ทุกคนที่มองอยู่ จรรย์ธรมองเขานิ่งก่อนหันไปสนใจเมื่อบิดาเธอพูดดัง ๆ ว่าจะพาจีรัณไปโรงพยาบาลก่อน หลังได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เสียงมารดาเธอสั่งให้คนอื่น ๆ ในบ้านดูแลคนที่ช่วยพี่ชายเธอแทน ก่อนเข้ามาจูงมือเธอให้เดินแกมวิ่งตามพ่อไป

จรรย์ธรยังมองธารณ์ไม่ละสายตา เขาเหมือนจะเก้อไปเหมือนกันที่ถูกจ้องเอาจ้องเอา ก่อนลับสายตา เธอเห็นเขาลุกขึ้นยืนปัดเนื้อปัดตัว พอยืนก็ยิ่งเห็นว่าเขาตัวสูง และ...

สวยจังเลย!

มันเป็นความคิดในหัวของจรรย์ธร วินาทีที่ธารณ์ยิ้มเธอรู้สึกเหมือนโลกมันเป็นสีชมพู หัวใจดวงน้อยเต้นแรงระรัวราวกับตีกลอง และที่สำคัญคือ...

เขา-โคตร-เท่!

ตอนมองเขา เธอรู้สึกเหมือนเห็นหน้ากากทักซิโด้ตัวเป็น ๆ ส่งยิ้มให้ก็วันนี้แหละ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป