บทที่ 4 1/3

ใจป้ำยอมบินลัดฟ้าไปอเมริกาตามเขาที่ไปเรียนต่อ และ... หลังจากนั้นแค่สองเดือน เธอก็หอบผ้าหอบผ่อนบินกลับไทยพร้อมกับน้ำตาเช็ดหัวเข่า ธารณ์นอกใจเธอ!

นอกใจกับผู้หญิงจะไม่ว่า แต่นี่กับ... ผู้ชายไทยด้วยกันแถมยังอายุมากกว่าตั้งสิบปี จรรย์ธรเห็นเข้าตำตาและเธอก็ยอมรับมันไม่ด๊าย-ย-ย-ย-ย!

เจ้าชู้กับผู้หญิงยังพอว่า แต่เจ้าชู้กับผู้ชายด้วยเนี่ย เธอขอบาย ลาขาดตลอดชีวิต!

แต่... แต่ประเด็นคือเธอไม่ได้เหยียดเพศ เธอรับได้ถ้าเขาจะแบบหญิงก็ได้ ชายก็ดี ที่มันจี๊ดถึงหัวใจก็เพราะเขาหลอกเธอต่างหาก เธอได้ยินเต็มหูทีเดียวตอนเขาตึงตังกับผู้ชายคนนั้นว่า

‘อยากทำอะไรกับบุ้งก็ทำไปเลย แต่อย่าหวังว่าฉันจะสนใจทำตามที่แกพูด เพราะที่แต่งกับเธอก็แค่ต้องรับผิดชอบต่างหากล่ะ อีกอย่างนะที่แกอาจจะไม่รู้ คือจรรย์ธรรวย แต่ตอนนี้ฉันก็รวยแล้วไม่เห็นจะต้องสนใจ!’

คิดดู๊! ฟัดกันในห้องนอน บนเตียงที่นอนด้วยกันกับเธอยังไม่พอ ยังจะพาดพิงให้เจ็บขั้วหัวใจอีก ไอ้คนสารเลว!!

วันนั้นจรรย์ธรทนฟังได้แค่นั้นก็ผลุนผันออกจากห้อง ไปนั่งร้องไห้กับน้ำฟ้า พลอยฝนแล้วก็นาราที่มาเที่ยวช่วงซัมเมอร์อยู่สามวัน โดยที่เขาไม่คิดจะตามหา เธอเจ็บมาก โง่มาก และอายมาก วันที่สี่เธอกับเพื่อนสนิททั้งสามบุกกลับไปที่อดีตห้องหออันแสนสุข เขาดูไม่ตกใจเลยและ...

เธอตบเขาซ้ายหัน ขวาหัน แล้วตะโกนใส่หน้าเขาเต็ม ๆ ว่า ‘เราเลิกกัน!’

เธอเลิกกับธารณ์หลังงานแต่งไม่ถึงปีด้วยซ้ำ

ตอนนี้เลยต้องเป็นคุณแม่สตรองของแท้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ชินหูแล้ว เพราะนี่แหละคำฮิตประจำ พ.ศ. นี้

ไอ้ครั้นจะว่าไปชีวิตเธอก็อยู่ในกระแสนะ ที่พูด ๆ กันว่าคุณแม่วัยใส ท้องโดยไม่พร้อม แล้วก็วลีเด็ดดวงที่ยิ่งกว่าซึ่งว่อนให้ทั่วเน็ตเลยก็คือ... เย็--ดได้ก็เลี้ยงได้ มันก็ออกจะหยาบหน่อย แต่ทำไงได้สังคมวัยรุ่นมันก็เป็นแบบนี้ แล้วก็นั่นแหละจ้า รักของจรรย์ธรเลยกลายเป็นตำนาน แต่ไม่ใช่เรื่องรักโรแมนติกนะ เพราะมันคือ ตำนานรักล่ม ให้เม้าธ์กันแซดไปทั้งมหาวิทยาลัย แล้วกว่าจะผ่านมาได้ก็... เฮ้อ

จรรย์ธร พลลภัตม์มองเงาตัวเองที่สะท้อนในหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างสุดเซ็ง ชีวิตของเธออย่างกับละครหลังข่าว และตอนนี้กำลังรอพระเอกสักคนที่จะไม่รังเกียจแม่หม้ายลูกติด แต่ก่อนจะหาพ่อใหม่ให้ลูก ช่วงนี้เธอต้องหัดเลี้ยงลูกให้ดีก่อน!

เนี่ยแหละคือเรื่องที่เธอคิดแล้วคิดอีก แล้วก็คิดแล้วคิดอีก ตอนก่อนคลอดที่ระหกระเหินกลับมาไทยด้วยสภาพกระเซอะกระเซิง น้ำหูน้ำตาเกรอะ ชอกช้ำระกำทรวง จรรย์ธรคิดจริงคิดจังเลยว่า

ท้องได้ก็เลี้ยงได้...

ก็แค่ท้องแล้วไง ท้องแล้วคลอดแล้วก็เลี้ยงสิ บ้านไม่ได้ลำบากอะไร ออกจะสบายให้คนในบ้านเลี้ยงช่วยก็ไม่เห็นจะเป็นไร เชื่อเถอะ ท้องได้ก็เลี้ยงได้...

บ้านน่ะสิ! ตอนท้องน่ะมายา คลอดออกมานี่สิของจริง!

จรรย์ธรรีบวางโทรศัพท์ลงทันใด และกระโจนลงจากเตียงเร็วยิ่งกว่าตอนวางโทรศัพท์

ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าเปิดไฟไว้เพียงสลัว เตียงกว้างกลางห้องยังมองเห็นผ้าห่มที่ถูกใช้งาน ส่วนเจ้าของร่างเล็กอวบอิ่มในชุดนอนกระโปรงแสนหวานนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงเด็ก

“ลูกหมู” คนพูดพยายามให้มุมปากดูเหมือนฉีกยิ้ม แต่กลับดูคล้าย ๆ ว่ากำลังจะเบะปากร้องไห้ เธอตัดผมสั้นและมันดูยุ่งเหยิงมาก เพราะก่อนนี้กำลังอ่านชีทสรุปที่คาดว่าจะออกข้อสอบในโทรศัพท์มือถือ แต่ต้องวางเพราะได้ยินเสียงร้องไห้จ้าแผดดัง

“เป็นอะไรคะลู้ก-ก-ก นี่มันเพิ่งตีสามเองนะแล้วลูกหมูก็กินนมไปแล้วตอนเที่ยงคืนไงลู้ก-ก-ก”

คร่ำครวญไปแต่ก็ล้วงมือลงไปในเตียงเด็ก ช้อนลูกหมูตัวกลม ๆ ป้อม ๆ ขึ้นมาอุ้ม

“อี๋” คนเป็นแม่ย่นจมูก “ลูกหมูอึอึ๊หรือคะลู้ก-ก-ก-ก ทำไมไม่บอกก่อนแม่จะอุ้มล่ะคะ”

ลูกหมูพอถูกอุ้มจากที่ร้องไห้ก็กลายเป็นสะอื้นเล็ก ๆ เจ้าตัวน้อยตาโตมองคุณแม่ยังสาวตาแป๋ว และร้องแอ๋คล้ายจะท้วง เท่านั้นยังไม่พอ แขนขายังถีบพัลวันกระจายของเสียให้ติดแขนมารดามากขึ้นไปอีก

“ถ้าลูกหมูไม่แพ้แพมเพิร์สนะคะ แม่จะไม่บ่นเลย แต่ลูกหมูใส่แพมเพิร์สไม่ได้ไงลูก พอมีแต่ผ้าอ้อม ลูกหมูเคยคิดไหมแม่ก็ต้องเปื้อนด้วยแล้วก็ต้องเปลี่ยนทุก ๆ อย่างที่ลูกหมูทำอึ๊เปื้อนไง”

“ลูกหมูเป็นอะไรบุ้ง ร้องใหญ่เชียว”

คำถามมาพร้อมกับประตูห้องนอนที่ถูกเปิดออก คนที่เปิดเข้ามาเป็นหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมทับชุดนอน ด้านหลังเป็นผู้ชายอายุต่างกันสองวัย และทั้งสองนั้นมีใบหน้าประพิมพ์ประพายคล้ายกัน ซึ่งเป็นพ่อ แม่ พี่ ของเธอเอง

“ลูกหมูอึ๊ค่ะ และกำลังทำอึ๊เปื้อนหนูด้วย”

บุ้ง... คือชื่อเล่นของเธอ ส่วนชื่อจริงก็อย่างที่แนะนำไปแล้ว เธอชื่อจรรย์ธร เป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านนี้ เป็นสาวใสและดูเหมือนไร้สมองจนท้องป่องทันทีที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ

“ได้ยินร้องลั่นบ้านก็นึกว่าลูกหมูถูกแม่ทับ”

นี่คือพี่ชายเธอ จีรัณไอ้พี่ชายตัวแสบ จรรย์ธรมองเขาตาเขียวแล้วก็เลิกสนใจหันไปอ้อนพ่อกับแม่

“บุ้งเหนื่อยมากเลยค่ะตอนนี้ ลูกหมูตื่นมาเล่นตอนห้าทุ่มเพิ่งจะนอนตอนเที่ยงคืนเองค่ะแม่ นี่ตื่นอีกแล้ว แล้วแบบนี้บุ้งจะไปสอบพรุ่งนี้ไหวเหรอคะ แม่ขาคืนนี้แม่พาลูกหมูไปนอนด้วยหน่อยสิคะ นะคะ”

คำตอบน่ะเหรอ...

“ไม่!”

สามเสียงผสานกันไม่มีตกหล่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป