บทที่ 5 1/4
“ตอนกลางวันแม่กับคนในบ้านช่วยเลี้ยงลูกหมูให้แล้วนะบุ้ง ตอนกลางคืนต้องเป็นหน้าที่ของบุ้ง ไม่ใช่ว่าแม่จะใจร้ายกับบุ้งนะ แต่บุ้งเห็นหรือยังท้องทั้ง ๆ ที่ยังไม่พร้อมมันเป็นยังไง เด็กคนหนึ่งกว่าจะเลี้ยงให้โตได้ทั้งเหนื่อยทั้งลำบากขนาดไหน แล้วบุ้งคิดดูถ้าบ้านเราไม่มีเงิน ทุกอย่างมันจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีกแค่ไหน ไหนจะต้องหาเงิน ไหนจะต้องเลี้ยงลูก แม่อยากให้บุ้งจำไว้เป็นบทเรียน ว่าไอ้ท้องได้ก็เลี้ยงได้น่ะมันทำได้จริงหรือแค่ผลักภาระให้คนอื่นเขา”
จบ... เอวัง แม่โหดมาก... เลคเช่อร์ยาวเหยียดตอนตีสาม
“พ่อขา”
มองตาละห้อย ทว่า...
“พ่อแล้วแต่แม่ลูก แม่ว่าไงพ่อว่างั้น”
นี่สินะสามีที่ดี เมียว่าไงว่าตามกัน ส่วนพี่ชายเธอเหรอ... ตอนนี้ไม่หัวเราะใส่หน้าก็ดีเท่าไหร่แล้ว!
“พ่อแม่ไปนอนเถอะครับ ให้ยายบุ้งจัดการเองเถอะ”
พูดแล้ว ไอ้พี่ตัวดีก็ดันพ่อแม่ให้กลับห้องไป ส่วนตัวเองยังยืนอยู่หน้าประตูแถมยกมือกอดอกตามองมาแบบบอกชัดว่าไม่ช่วยแน่ ๆ จรรย์มองค้อนพี่ชายตัวและหันไปสนใจกับลูกน้อยตัวป้อม โดยมีสายตาคนเป็นลุงมองจับ แววตานั้นตีได้ว่าทั้งระอาและเอ็นดู
ไอ้ตัวเล็กป้อม ๆ เนื้อเหลว ๆ นั่นคือหลานสาวเขา
ส่วนพ่อมัน... จีรัณถอนหายใจ จริง ๆ เขาไม่เคยคิดเลยว่าธารณ์จะกลายมาเป็นน้องเขย ตอนยังหนุ่มรุ่น ๆ แค่คิดว่าธารณ์มุกับเรื่องเรียนปริญญาโทเสียจนไม่มีเวลามองสาว ๆ แต่ที่ไหนได้ วันที่น้องสาวตัวดีเขาประกาศโพล่งก่อนพ่อแม่มาไม่กี่ชั่วโมง ทำเขาช็อกตาตั้ง
ธารณ์เป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยพูดมาแต่เด็ก และพึ่งพาได้ ที่สำคัญไม่เหมือนคนไวไฟเลยสักนิด! แล้วตอนรู้จักกันใหม่ ๆ เขายังคิดด้วยซ้ำไปว่าธารณ์ไม่ใช่ผู้ชายแท้ ๆ!
เหตุการณ์ที่จำฝังใจเลยก็คือวันที่ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ การเดินสำรวจบ้านของเขาดันทำให้เกิดเรื่อง
‘คุณหนูอย่าไปใกล้เขื่อนกั้นน้ำนักนะครับเดี๋ยวพลัดตกน้ำตกท่าไป’
เสียงเตือนของคนสวนทำให้จีรัณชะงักและหันกลับไปมอง เด็กหนุ่มยิ้มกว้างรับคำแล้วกระพุ่มมือไหว้ ‘ผมได้แชมป์ว่ายน้ำเชียวนะครับคุณอา’ เขาอวดโอ่เรียกรอยยิ้มแล้วก็เสียงหัวเราะจากคนฟัง ‘แชมป์รองที่โหล่ประจำชั้นเชียวนะครับอย่าเอ็ดไป’
เสียงหัวเราะดังลั่น กระนั้นผู้ใหญ่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี ‘น้ำแม่น้ำช่วงนี้มันเชี่ยว คุณหนูระวังนะครับ’
จีรัณรับคำและเดินจากมา เป้าหมายคือเขื่อนกั้นริมตลิ่ง แม่น้ำเบื้องหน้าเป็นสีน้ำตาล กระแสน้ำเมื่อคะเนแล้วค่อนข้างเชี่ยวคงเพราะเป็นช่วงน้ำลง ต่างกับเมื่อตอนสาย ๆ เกือบเที่ยงที่เขาเดินออกมาสำรวจรอบหนึ่ง ตอนนั้นกระแสน้ำนิ่งดีทีเดียว แล้วเพราะคิดแบบนั้นนั่นแหละ เพราะประมาท เขาถึงได้เกือบจมน้ำตาย
เรื่องตกน้ำของจีรัณทำให้คนในบ้านแตกตื่นไปหลายวัน เขานอนโรงพยาบาลอยู่เกือบอาทิตย์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน
แน่นอนนับแต่ฟื้นเขาไม่รู้เรื่องหรอกว่าใครช่วย กระทั่งพ่อกับแม่สาธยายให้ฟัง ‘เด็กคนนี้เก่งนะ รู้จักวิธีปฐมพยาบาลด้วย พ่ออยากให้บี๋ไปขอบคุณเขาที่ช่วยเราไว้’
‘ครับ’ เขารับคำแต่สีหน้าแหยแฝ่น ความทรงจำลาง ๆ เริ่มจะชัด กระทั่งแม่ย้ำ
‘ธารเขาเก่งนะ รู้จักวิธีผายปอดเสียด้วย ถ้าไม่ได้เขาแม่ว่าบี๋ก็คงไม่รอด!’
จีรัณอยากตะโกนดัง ๆ
แม่โว้ย! เกิดมาจนสิบเจ็ด เพิ่งได้จูบแรกของสาวไปไม่กี่ปี ตอนนี้ต้องมาเสียจูบให้ผู้ชาย!
คิดมาแล้วก็ขนลุก เขาแขยงธารณ์อยู่นานเหมือนกันก่อนจะเลือน ๆ ไป กระทั่งความฟุ้งซ่านถูกกวนขึ้นมาอีกครั้ง ตอนจรรย์ธรกลับมาไทยพร้อมกับท้องที่โตอย่างกับแตงโมสุกเต็มที่ แล้วร่ำไห้ฟูมฟายว่าถูกธารณ์หลอกว่าเป็นชาย
ตอนนั้นเขาอึ้งไปเหมือนกันนะ แต่จะว่าไงดี เรื่องมันผ่านไปแล้ว ที่สำคัญก็เคลียร์กันแล้วเพราะเรื่องแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใคร ตานี้ก็เหลือแค่ให้น้องเขยเขาเรียนจบแล้วกลับมาเคลียร์กับน้องสาวเขาซะให้รู้เรื่องก็พอ
“บุ้งศรีจ๊ะ”
เสียงเรียกของจีรัณเจือหัวเราะและนั่นทำให้จรรย์ธรมองตาเขียว
“ไม่ใช่หมาเว้ย!”
คุณแม่มือใหม่แว้ดกลับ เด็กหญิงเลอมานสะดุ้งตกใจ เลยต้องรีบกระชับอ้อมแขนเปื้อนอึ
“โอ๋โอ๋ แม่ไม่ได้ว่าลูกหมูค่ะ ปิดหูไว้นะเบบี๋ แม่ว่าลุงแก่ ๆ อนาคตหัวล้านที่ยืนอยู่ประตูห้องเราต่างหากค่ะ”
“โอ้โห! บุ้งศรีแค่นี้ถึงกับแช่งหัวล้าน”
พี่ชายปากดี อารมณ์ดีของเธอยังต่อปากต่อคำ
“แล้วนี่ว่าไงเหนื่อยมากไหม ระวังน้า เลี้ยงลูกหมูดี ๆ ล่ะ หรือถ้าไม่ไหวให้พี่ชายโทร.ไปบอกพ่อลูกหมูให้กลับมาช่วยเลี้ยงไหมจ๊ะ”
จรรย์ธรมุมปากกระตุก มองพี่ชายด้วยสายตาเย็นชา
“บี่บี๋ ลองโทร.สิจ๊ะ”
“สายโหดเว้ย” พี่ชายเธอหัวเราะร่วน และสาวเท้าเข้ามาในห้องเร็ว ๆ ก่อนหยุดยืนใกล้ ๆ “พาลูกหมูไปล้างตูดไป เดี๋ยวเปลี่ยนที่นอนให้ แค่นี้มีเรียกบี่บี๋ แต่สายตานี่ยังกะฆาตกรโรคจิต”
“อย่าพูดถึง... อีก”
“ใคร” พี่ชายตัวดีของเธอแสร้งตีหน้าเหลอหลา ไอ้เรื่องตอแห-ล นี่น่ะ เก่งกว่าผู้หญิงอีก!
“บี๋” จรรย์ธรลากเสียงยาว เลิกสนใจกับอึของลูกสาวที่เปื้อนตัวไปหมดแล้ว
“อ๋อ” จีรัณรวบผ้าปูที่เปื้อนขึ้นมาถือไว้ “ใครนั่นน่ะหมายถึงไอ้ธารเหรอ แหมคนคุ้นเคยกันแท้ ๆ บุ้งศรีไม่น่าทำตัวห่างเหินเลย” พูดจบก็พุ่งปรู๊ดออกจากประตูห้องไป จรรย์ธรได้แต่ลมออกหูมองตามอย่างอาฆาต
ชื่อต้องห้ามยังจะพูด ชื่อผะ... เอ่อ คุณผอเก่านั่นจะพูดออกมาทำไม ไม่อยากได้ยิน!
“แอ๊!”
ระหว่างหน้ามืดลมออกหู เสียงสวรรค์น้อย ๆ ก็ฉุดร่างนางยักษ์จำแลงที่กำลังจะประทับองค์ให้ออกได้พอดี จรรย์ธรนับหนึ่งถึงสิบ หายใจเข้าและออก ก่อนพรูลมหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นเธอก็ถอนหายใจเฮือกอีกครั้ง พรูลมหายใจทางปากอีกรอบและก้มลงยิ้มกับลูกน้อย
