บทที่ 8 2/3

จู่ ๆ เสียงเย็น ๆ ยานคางที่ดังขึ้นกะทันหันนั่น ก็ทำจิตราสะดุ้งจนต้องมองซ้ายมองขวา ทว่าเหมือนจะไม่มีใครได้ยิน เพราะคนงานก็ยังขนของกันอยู่เป็นปกติ หญิงสาวหมุนตัวกลับไปมองยังบ้านข้าง ๆ ก็ไม่เห็นอะไร ขนแขนเธอเริ่มลุกซู่ ฟ้าสว่างตอนกลางวันแสก ๆ

“ออกปาย-ย-ย-ย-ย-ย”

หูไม่เฝื่อนแน่แล้วตอนนี้ เธอกลืนน้ำลายลงคอ เสียงชัดมาจากรั้วอีกฝั่ง เรื่องเม้าธ์มอยผุดขึ้นมาในหัว

‘วันดีคืนดีนะคุณ บ้านหลังนั้นน่ะก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ แบบบางทีเดินผ่านก็มีคนบอกว่าออกไป ออกไป! แต่มองไม่เห็นตัวนะ แล้วแบบเสียงเย็น ๆ น่ะคุณ อุ้ย! ว่าละขนลุก แถวเนี้ยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หรอก เขาว่าผีดุ!’

“ออกปาย-ย-ย-ย-ย”

จิตราเริ่มหายใจแรงมองซ้ายขวา เพราะได้ยินเสียงสวบสาบดังขึ้น พร้อมเสียงหายใจกระหืดกระหอบ เธออยากวิ่งหนีแต่ขาแข็ง ตาเบิกโตเมื่อนึกว่าเจอดีเข้าแล้ว!

“ออกปาย-ย-ย-ย-ย”

เสียงสุดท้ายทำสติขาดผึง จิตราอ้าปากจะกรี๊ด

“โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!”

เสียงที่จะเปล่งค้างอยู่ในลำคอ เธอหรี่ตา เงี่ยหูฟังและ...

“ออกปาย-ย-ย-ย-ย”

มันคือ...

“โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!” เสียงตะกุยตะกายพร้อมเห่าลั่นดังชัดเจนเลย!

ส่วนเจ้าของเสียง... “ออกปาย-ย-ย-ย-ย” กระโดดผลุงขึ้นมายืนบนขอบรั้วปูนด้านบน แถมยังขู่ฟ่อโก่งตัวงอตามด้วย “ออกปาย-ย-ย-ย”

จิตราถึงกับเหวอก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด แมวสีขาวขนเรียบตาสวยขู่ฟ่อและยังคง ‘บอก’ ให้เจ้าตูบที่เห่าโฮ่ง ๆ ให้ “ออกปาย-ย-ย-ย-ย” ด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานที่ฟังแล้วเย็นเยียบ แต่ตอนนี้กลับน่าขำ เธอเดินเข้าไปหาแมวตัวนั้นหวังใจจะช่วยให้พ้นจากคู่กัดอย่างเจ้าตูบ แต่ยังไม่ทันจะถึงเสียงห้าวทุ้ม ๆ ก็ดังมาเสียก่อน

“ดับลินบอกแล้วอย่าไปแกล้งสลิดไง!”

ที่เดินแกมวิ่งตามทางเลาะเลี้ยวของแนวไม้มาคือเด็กหนุ่มหน้าตาดี สะอาดสะอ้านในเสื้อยืดสีขาวที่เก่าจนหม่นแต่ยังสภาพดี ผมตัดสั้นอย่างที่เกือบเรียกว่าเกรียนเหมือนพลทหาร ผิวขาว ๆ ยิ่งเห็นชัดเมื่อใกล้เข้ามา จิตราเมียงมองอย่างสนใจ

“ดับลินนั่ง! นั่งนิ่ง ๆ สลิดห้ามกระโจนนะ รอก่อนเดี๋ยวโดนตะปบ!”

คนฟังยิ้มขำและรู้สึกตัวว่าเสียมารยาทเต็มที จิตราจึงส่งยิ้มให้อย่างขอลุแก่โทษ เด็กหนุ่มคนนั้นชะงักไปนิด ๆ แต่ก็ยืนตรงและกระพุ่มมือไหว้เรียบร้อย ยิ้มของเขาใสแล้วก็สวยจนเกินกว่าจะเป็นยิ้มของเด็กผู้ชาย จิตรารับไหว้เขาส่งยิ้มให้และตรงเข้ามาอุ้มเอาแมวที่ยืนนิ่งอยู่บนขอบรั้ว

“ขอโทษครับคุณน้า สลิดไปสร้างความวุ่นวายให้คุณน้าหรือเปล่าครับ”

“ไม่ค่ะไม่ น้าก็เพิ่งเห็นแมวตัวนี้กระโจนหนีขึ้นมานี่ละค่ะ” จิตราเดินเข้าไปหา เธอหยุดก่อนถึงรั้วราวเอื้อมมือ “นั่นแมวกับหมาของคุณหรือคะ” เธอไม่รู้จะแทนตัวอีกฝ่ายอย่างไรดี ถ้าพูดว่าหนูก็กลัวจะทำให้เพื่อนบ้านไม่พอใจ

“ดับลินมันเพิ่งตามพ่อกลับมาจากแปลงนาครับ ว่าจะอาบน้ำล้างตัวให้แต่เห็นสลิดเข้าเสียก่อนเลยวิ่งไล่กันมา ผมตามก็ไม่ทัน” เขาผงกศีรษะให้เธออีกครั้งเพราะมือไม่ว่าง “ผมชื่อธารครับ เป็นลูกพ่อกันกับแม่ตา ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณน้า”

“สวัสดีค่ะ น้าชื่อจิตราค่ะ เรียกน้าจิตก็ได้นะคะ น้าเพิ่งมาอยู่ใหม่ สามีน้าชื่อบุค่ะ บุริศร์ แล้วก็ลูกน้า ๆ ชื่อบุ้งกับบี๋ ไว้น้าขอไปเยี่ยมบ้านธารได้ไหมคะ น้ามาอยู่ใหม่ยังไม่รู้อะไร ขนาดเพื่อนบ้านข้าง ๆ กันก็ยังไม่เคยเจอกันเลย”

เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง “ยินดีครับ นี่ผมกำลังช่วยแม่ล้างผักจะเอามาฝากคุณน้า กะหล่ำปลีช่วงนี้สวยมากเลยครับ แต่เราไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลงนะครับ คุณน้าไม่ต้องกังวล พ่อบอกว่าใช้ยาฆ่าแมลงดินเสีย น้ำเสีย แล้วร่างกายคนก็จะเสียไปด้วย พ่อเลยสอนให้ใช้วิธีแมลงกำจัดแมลงแทน คนปลอดภัย ทั้งน้ำทั้งดินก็ไม่ปนเปื้อน”

“ขอบคุณค่ะ งั้นฝากบอกคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ เดี๋ยวน้าขออนุญาตแวะไปหานะคะ”

“ครับผม” เขารับคำและสะดุ้งเพราะสลิดร้องแง้วและกระโจนผลุงจากบ่านายลงดิน ธารณ์ทำได้แค่หันไปมองและเจ้าหมาที่ชื่อดับลินก็วิ่งสี่คูณร้อยตามหลังสลิดไปพร้อมกับเห่าเสียงดัง เด็กหนุ่มยิ้มเจื่อนหันมามองคุณน้าข้างบ้าน “ผมขอตัวก่อนนะครับ ก่อนสลิดจะฝากรอยเล็บไว้ที่หน้าดับลินอีกรอบ คราวที่แล้วก็เฉียดลูกตาไปหน่อยหนึ่ง” เขากระพุ่มมือไหว้และหมุนตัวออกวิ่ง พร้อมกับตะโกนห้ามหมากับแมวของตัวเองไปตลอดทาง

นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เจอเพื่อนข้างบ้านตัวน้อย ความประทับใจแรกเกิดขึ้นตรงนั้น และความผิดหวังแรกก็เกิดขึ้นเมื่อจรรย์ธรคล้องแขนธารณ์เข้ามาหาแล้วบอกเรื่องท้อง แต่จิตราก็ยอมรับมันได้ในที่สุด คนเราผิดพลาดกันได้เสมอ แต่เธอไม่นึกว่ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ตอนลูกสาวคนเดียวหอบท้องกลับมาไทย

จิตราคิดแล้วก็ถอนหายใจ

จรรย์ธรนิสัยเสียอยู่อย่าง คือพออยากจะได้อะไรแล้วต้องเอาให้ได้ พอ ๆ กับมั่นใจในตัวเองสูงมาก และลักษณะนี้มันมีข้อเสียอยู่ตรงที่ พอได้มั่นใจอะไรแล้วไม่มีทางจะเปลี่ยนความคิดง่าย ๆ ยกตัวอย่างก็เรื่องแต่งงานกับธารณ์นั่นอย่างไร มั่นใจมากว่าอยากแต่งงานด้วย พอไม่กี่เดือนก็มั่นใจมากอีกว่าต้องการจะหย่า!

หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว

นี่เธอกับบุริศร์อุตส่าห์ยื้อเวลาไว้ แล้วก็ได้แต่หวังว่าธารณ์จะทำให้ลูกสาวของเราเปลี่ยนใจได้!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป