บทที่ 9 2/4

แม้หัวหกก้นขวิด ตกหลุมตกหล่มระหว่างทาง จนทำให้เรียนจบช้าไปปีหนึ่งแต่จรรย์ธรก็เรียนจบจนได้ และเป็นที่น่าชื่นใจของพ่อแม่ก็คือ เธอคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของระดับชั้นปริญญาตรีมาได้ ซึ่งกว่าจะได้ก็มาก็เหงื่อตกไปเหมือนกัน

“เอ้าลูกหมูยิ้ม!”

วันนี้พี่ชายคนดีสวมบทตากล้องมือฉมังถ่ายรูปรับปริญญาสวย ๆ ให้น้องคนเก่ง

คุณแม่คนสวยที่ภูมิใจกับหุ่นที่กลับมาเฟิร์มเหมือนเดิมสวมชุดครุยถ่ายรูปกับลูกสาว และพ่อแม่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ปีนี้จรรย์ธรอายุย่างยี่สิบสี่แล้ว เธอเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว และระหว่างรอรับปริญญาก็เข้าเรียนต่อระดับปริญญาโท พร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะจบปริญญาโทตอนอายุยี่สิบห้าปี

จากผมตัดสั้นตอนคลอดลูกหมูใหม่ ตอนนี้ความยาวกลับมาเท่าเดิมแล้ว และลูกหมูก็ชอบดึงเล่นบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนหลับ... ลูกหมูชอบกำกำปั้นแล้วเอามือมาม้วน ๆ ผมยาว ๆ ของคุณแม่ พอแกะออกก็ร้องไห้ไม่ยอม ไม่ว่าจะทั้งขู่ ทั้งปลอบ ทั้งตะล่อมหลอกล่อก็ไม่ได้ผล ดังนั้นจรรย์ธรจึงยอมตามใจลูกสาวหนึ่งเรื่อง และรอจนลูกหมูหลับสนิท แล้วตัวเองก็มานั่งแงะนั่งแกะปอยผมที่พันกันยุ่งออกจากมือลูก มีอยู่หนหนึ่ง ไม่รู้ลูกหมูพันมือกับผมอีท่าไหนแกะยังไงก็แกะไม่ออก สุดท้ายจรรย์ธรก็จำใจกลืนน้ำตาลงในอกแล้วหยิบกรรไกรในลิ้นชักโต๊ะหัวเตียงมาตัดฉับ

ผลคือ... ต้องไปตัดผมออกสิบเซนติเมตรถ้วนเพื่อให้ผมเป็นทรงเหมือนเดิม!

“แม่ แหมะจ๋า” บางคำก็ชัด บางคำก็ยังไม่ชัด ลูกหมูเริ่มพูดช้ามากตอนเกือบสองขวบแล้ว และเริ่มพูดมากขึ้นเมื่ออายุย่างเข้าสามขวบ แต่เรื่องอื่นฉลาดเว่อร์ เด็กน้อยหัดเดินตั้งแต่อายุเข้าแปดเดือน เดินได้ตอนขวบกับอีกสิบสามวัน และกัดหัวนมของแม่เล่นจนน้ำตาเล็ดเพราะฟันขึ้นตอนหกเดือนกว่าๆ

“ฉวย”

นั่นคือชมว่าสวย เพราะคุณแม่จัดเต็มมากทั้งหน้าทั้งผม

“อะไรนะแม่สวยเหรอคะลูกหมู แหมลูกหมู แม่รู้ตัวค่ะไม่ต้องชมก็ได้” ว่าแล้วก็หัวเราะคิก ๆ แต่...

“ไม้ ฉวย ฉวยนะดอกไม้ฉวยค่ะ”

เสียงขำก๊ากดังลั่นเพราะตากล้องไม่ออมเสียงไว้เลย “อะไรนะลูกหมู บอกลุงหน่อยสิคะ ลูกหมูบอกว่าดอกไม้บนหัวแม่น่ะสวยเหรอลูก ไม่ใช่แม่สวยใช่ไหม โถ เอ็นดู!”

“ไอ้พี่บี๋!”

แม่ผู้หลงตัวเองควันออกหู แต่ไม่ได้อาละวาดเพราะเจ้าแม่กวนอิมประจำบ้านห้ามทัพ

“สองพี่น้องคู่นี้นี่ บี๋ก็แหย่น้องจัง”

คนน้องหน้าชื่น เบ้ปากยักไหล่ส่งสายตาท้าทายพี่ชายที่ถูกดุ

“บุ้งก็ด้วย พี่เขาแหย่นิดแหย่หน่อย ใจเย็น ๆ หน่อยสิลูก”

พี่ชายหัวเราะคิก ๆ น้องสาวได้แต่กัดฟันเข่นเขี้ยวรอเอาคืนโอกาสหน้า

การถ่ายรูปผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมง ลูกหมูตัวตันน้อย ๆ ก็ชักเหนื่อยคุณแม่ยังสาวเลยอุ้มไปนั่งที่โต๊ะกลางสนาม คุณยายขาโหดของแม่พาคนในบ้านเดินเข้าครัว ส่วนคุณตาเลี่ยงไปโทรศัพท์สั่งงานผู้จัดการที่โรงแรม ดังนั้นในสนามจึงเหลือกันแค่สามคน ลุง แม่ และหลาน

“ลูกหมูมาหาลุงบี๋มะ เดี๋ยวลุงบี๋พาเล่นบรื๋อมะ”

เล่นบรื๋อของลุงบี๋คือจับหลานสาวตัวป้อมนอนคว่ำ ช้อนเอาอกเอาขาและพาวิ่งฉิวเหมือนซุปเปอร์เกิร์ล จรรย์ธรห้ามแล้วเตือนแล้วแต่เชื่อเถอะ พี่ชายตัวดีที่ไม่ยอมมีเมียปั๊มลูกเป็นของตัวเองก็ยังทำอยู่ดี!

“ลูกหมูใส่กระโปรง” เธอพูดและขมวดคิ้วใส่พี่ชาย จากนั้นก็ก้มลงบอกลูก “เล่นบรื๋อเดี๋ยวหวอออก ลุงบี๋เนี่ยไม่เข้าใจผู้หญิงเลยนะคะลูกหมูขา” คนเป็นแม่ยึดตัวไว้และลูกหมูก็ได้แต่มองแม่กับลุงตาปริบ ๆ “กินหนมกันดีกว่า คุณยายทำหนมจีบไส้กุ้งไว้ให้ลูกหมูไงคะ นี่ไง”

ยกนี้น้องสาวชนะ จรรย์ธรตักขนมจีบของโปรดใส่จานให้ลูกหมูสามชิ้น และเจ้าตัวเล็กที่ใช้ส้อมเป็นแล้วก็จิ้มเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ

เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ตอนลูกหมูใช้ช้อนใช้ส้อมได้คุณตาคุยไปสามบ้านแปดบ้านว่าอัจฉริยะ!

จีรัณมองน้องสาวกับหลานสาวพลางยิ้ม ก่อนจะนึกขึ้นได้หยิบของในกระเป๋ากางเกงออกมาและวางลงใกล้ ๆ มือเรียวของนักศึกษาปริญญาโท

“พ่อลูกหมูฝากมาให้ บอกว่ายินดีด้วยที่เรียนจบแล้ว”

คนรับแสร้งปัดออกจากมือทำไม่ได้ยิน แต่พอพี่ชายฉยก็เหล่มอง จีรัณยักไหล่ตักขนมจีบเข้าปากแข่งกับหลานไปแล้ว คนขี้เก๊กเลยได้แต่ค้อนตากลับ

เหล่มองอีกรอบ

กัดริมฝีปาก...

สุดท้ายแล้วก็ถอนหายใจ

“อะไร”

“จะรู้ไหมไม่ได้ชอบเผือกจะได้แกะของคนอื่นออกดูก่อน”

“เผือก!” คราวนี้ลูกหมูออกเสียงชัดเพราะเป็นของโปรด เนื่องจากคุณยายชอบเอาเผือกมาทำขนมหวานให้รับประทานบ่อย ๆ “หย่อย หมูซอบ” และแม่ก็วี้ดว้าย

“ตายแล้วลูกหมูไม่เอาไม่พูด ไม่ชอบค่ะคำนี้ หย้าบหยาบ! แล้วก็ดูปากแม่นะคะ ชอบค่ะ ไม่ใช่ซอบ not ซอบ”

เด็กหญิงขมวดคิ้วทำปากจู๋ครู่หนึ่ง “ซอบ!”

จีรัณหัวเราะลั่นและคนเป็นแม่ยกมือขึ้นทาบแก้ม หน้าตาสุดสยองกับคำไม่ชัดของลูกสาว แต่พี่ชายกลอกตากับท่าทางโอเว่อร์แอ็คติ้ง จึงจิ้มขนมจีบป้อนหลานพอลูกหมูเคี้ยวตุ้ย ๆ ก็จิ้มเข้าปากตัวเองบ้าง

“ธารมันอยากมานะ แต่กลัว ‘เมีย’ กรี๊ดบ้านแตกเลยว่าไม่มาดีกว่า ฝากแต่ของมาให้ แล้วก็คิดว่าอีกสักปีสองปีคงได้กลับมาอยู่ไทยถาวร ตอนนี้ติดทำวิจัยกับทางโน้นเลยยุ่งนิดหน่อย”

จรรย์ธรด้วยความปากไว “ไม่--”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป