บทที่ 2 บทที่ 2: กรงขังและบทบาทใหม่

ความมืดมิดและเสียงคำรามของเครื่องยนต์พาเธอแล่นผ่านสายฝนมายังเซฟเฮาส์ลับแห่งหนึ่งในเขตชานเมือง แทนที่จะตรงไปยังคฤหาสน์หรู จัสมินถูกลากตัวลงจากรถสปอร์ตสีแดงเข้ามาในห้องสีขาวสว่างจ้าที่มีเก้าอี้และกระจกบานใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง บรรยากาศดูคล้ายห้องแต่งตัวมากกว่าบ้านพัก

โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าถือแบรนด์เนม ตลอดจนเครื่องประดับทุกชิ้นที่ติดตัวเธอมา ถูกลูกน้องของทีมยึดไปจนหมดสิ้น จัสมินยืนกำมือแน่น ร่างกายยังคงสั่นเทาจากความหนาวและเหตุการณ์เฉียดตายที่โกดังร้าง

ทีมเดินเข้ามาในห้อง ถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ ปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีดำอย่างใจเย็น เขาส่งสัญญาณให้หญิงวัยกลางคนสองคนที่เป็นช่างส่วนตัวก้าวเข้ามา

“จัดการเปลี่ยนสภาพเธอซะ” น้ำเสียงของทีมเรียบนิ่ง ไร้ความปรานี

“ทีม! นายจะทำบ้าอะไรกับฉันอีก!” จัสมินถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนกำแพง

“ที่นี่ไม่มีจัสมินอีกต่อไป” ทีมก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบจ้องลึกราวกับจะกลืนกินตัวตนของเธอ “ดาวโรงเรียนผู้สูงส่งน่ะ มันตายไปพร้อมกับกองหนี้ของพ่อเธอแล้ว”

ช่างหญิงทั้งสองคนจับจัสมินนั่งลงบนเก้าอี้หน้ากระจก แม้เธอจะพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่แรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ไม่อาจสู้ได้ เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับที่เธอเคยบำรุงรักษาอย่างดีถูกชโลมด้วยน้ำยาย้อมสีน้ำตาลคาราเมลเข้มจนทั่ว ก่อนที่กรรไกรคมกริบจะตัดฉับลงมา เปลี่ยนผมด้านหน้ากลายเป็นหน้าม้าบางๆ ที่ปิดบังคิ้วโก่งเรียวสวย และถักผมเป็นเปียสองข้างอย่างเรียบร้อย ทับด้วยผ้าโพกศีรษะสีครีมผืนเรียบ

เมื่อคราบเครื่องสำอางชั้นดีถูกล้างออกจนหมดจด เผยให้เห็นเพียงใบหน้าสดใสที่ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเหลือเชื่อ ชุดเดรสไหมขาดวิ่นราคาเรือนแสนถูกปลดออก และแทนที่ด้วยชุดเดรสแขนยาวผ้าฝ้ายสีทึบสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีเบจเรียบง่าย

จัสมินจ้องมองเงาสะท้อนในกระจกด้วยความตกตะลึง... ผู้หญิงในกระจกไม่ใช่ ‘วริยดา วรนิติกร’ ทายาทตระกูลดังอีกต่อไป แต่กลายเป็นเด็กสาวชนบทหน้าตาซื่อๆ คนหนึ่ง

ทีมเดินมายืนซ้อนด้านหลัง มือหนาวางลงบนพนักพิง โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเธอ

“จำประวัตินี้ใส่สมองของเธอไว้ให้ดี”

จัสมินก้มอ่านข้อความสั้นๆ บนกระดาษด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

·  ชื่อ: มะลิ (ไม่มีนามสกุล)

·  อายุ: 18 ปี

· ภูมิลำเนา: เด็กกำพร้าไร้บ้านจากต่างจังหวัด ไม่มีความรู้ ไม่เคยเรียนหนังสือ พูดน้อย หัวอ่อนและขี้กลัว มาหางานทำในเมือง

·  สถานะ: เด็กจรจัดที่ทีมเก็บมาชุบเลี้ยงเป็นคนรับใช้ส่วนตัว

“อายุสิบแปด? ไม่มีการศึกษา? มะลิงั้นเหรอ?” จัสมินหันขวับไปมองเขาด้วยความโกรธจัด “ฉันอายุยี่สิบสอง จบเกียรตินิยม! นายคิดจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันด้วยการลบตัวตนฉันไปเป็นเด็กโง่ๆ เนี่ยนะ!”

“ศักดิ์ศรีของเธอมันไม่มีค่าตั้งแต่พ่อเธอเอาหนี้มาแลกแล้ว!” ทีมตวาดกลับเสียงต่ำ แววตาแข็งกร้าวขึ้นทันควัน “ถ้าเธออยากให้พ่อเธอมีลมหายใจ เธอต้องเป็น ‘นังมะลิ’ เด็กจรจัดที่โง่เขลา ไร้พิษสง และก้มหน้าทำงานใช้หนี้!”

“ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้... แค่เป็นคนใช้ยังไม่พอหรือไง ทำไมต้องเปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อกับหน้าตาฉัน!” เธอเค้นถามด้วยความคับแค้นใจ

ทีมไม่ตอบคำถามนั้น เขายิ้มเยือกเย็น ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นซ่อนความลับบางอย่างที่เธอไม่อาจล่วงรู้ได้... และเขาคงไม่มีวันบอกเธอในตอนนี้...

นี่คือการชำระแค้นจากอดีตงั้นเหรอ...

“ฉันไม่ได้ขอความเห็น แต่เป็นคำสั่ง” ทีมยื่นมือไปบีบปลายคางเธอ บังคับให้แหงนรับสายตาเขา “ท่องให้จำขึ้นใจ... ถ้าเธอหลุดเรียกชื่อตัวเอง หรือทำตัวเป็นคุณหนูหยิ่งผยองแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะตัดการคุ้มครองพ่อเธอทันที”

จัสมินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความกลัวว่าจะสูญเสียพ่อบีบให้เธอต้องก้มหน้าลงต่ำ น้ำตาหยดแหมะลงบนผ้ากันเปื้อน

“หนู... หนูชื่อมะลิค่ะ อายุสิบแปด...” เธอเค้นเสียงที่สั่นเครือออกมา

“ดี... จำไว้ว่าเธอเด็กที่สุดในบรรดาคนใช้ และการศึกษาต่ำที่สุด โง่ที่สุด และเวลาคุยกับทุกคน เธอต้องแทนตัวเองว่า ‘หนู’ และเรียกฉันว่า ‘นายท่าน’ เท่านั้น”

.

รุ่งเช้าของวันใหม่

แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมากระทบคฤหาสน์ตระกูลภักดีเดชาที่ตั้งตระหง่านโอ่อ่าท่ามกลางสวนกุหลาบสีชมพูบานสะพรั่ง รถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงเพลิงแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบันไดหินอ่อน

เหล่าคนรับใช้และบอดี้การ์ดยืนเรียงแถวต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง โดยมี ป้าสายหยุด หัวหน้าแม่บ้านวัยห้าสิบเศษผู้เคร่งครัดยืนอยู่หัวแถว

ทีมก้าวลงจากรถ ก่อนจะหันไปสั่งบางคนเสียงเข้ม

“ลงมา”

จัสมิน ในคราบของ ‘มะลิ’ ค่อยๆ ก้าวลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ สองมือประสานกันไว้ที่หน้าตัก ก้มหน้ามองพื้นด้วยความประหม่าและหวาดหวั่น ทรงผมเปียสองข้างกับชุดสาวใช้ทำให้ทุกคนในบ้านต่างหันมามองด้วยความแปลกใจ

“ป้าสายหยุด” ทีมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“ค่ะคุณท่าน” หัวหน้าแม่บ้านค้อมตัวรับ

“นี่คือ ‘มะลิ’ เด็กจรจัดที่ฉันเก็บมาจากข้างถนน มันไม่มีที่ไป ไม่มีความรู้ อ่านหนังสือไม่ออก ให้มันมาทำงานเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของฉัน คอยดูแลความสะอาดในห้องนอนและงานจิปาถะ” ทีมปรายตามองจัสมินอย่างเหยียดๆ “สอนงานมันด้วย ถ้ามันทำอะไรเงอะงะหรือทำของเสียหาย... ลงโทษได้ตามกฎของบ้าน ไม่ต้องเกรงใจ”

“รับทราบค่ะคุณท่าน” ป้าสายหยุดตอบรับพลางกวาดสายตามองมะลิตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเข้มงวด

ทีมหันหลังก้าวขึ้นบันไดคฤหาสน์ไป ทิ้งให้มะลิยืนอยู่ท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงของเหล่าคนรับใช้

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ซ่อนหยาดน้ำตาและความเจ็บช้ำไว้ใต้หน้ากากของสาวใช้ผู้ซื่อตรง

กรงขังทองคำแห่งนี้ปิดสนิทลงแล้ว... และชีวิตของ ‘มะลิ’ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในฐานะเบี้ยล่างของชายที่เธอเคยเหยียบย่ำเมื่อห้าปีก่อน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป